รักสุดท้ายของคนใจร้าย

ตอนที่ 5 / 45

ตอนที่ 5 — ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

อากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เย็นสบาย แต่ในใจของจันทร์เพ็ญกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอเดินไปตามทางเท้า แสงไฟนีออนจากร้านค้าสว่างไสว ผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย แต่สายตาของเธอกลับมองเหม่อไปยังสิ่งรอบกาย ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนช้าลง หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ชีวิตของเธอถูกครอบงำด้วยงานและเรื่องราวของบริษัทสุทธิวงศ์ เธอแทบไม่มีเวลาให้กับสิ่งอื่นใด แต่ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญ ไม่ใช่แค่เบาะแสเกี่ยวกับคดี แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในตัวตนของกวินท์ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ เขาเป็นคนเย็นชาอย่างที่ทุกคนเห็นจริงหรือ? หรือภายใต้หน้ากากแห่งความแข็งกร้าวและไม่แยแส ซ่อนเร้นความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่านั้น? บางครั้งเมื่อเธอสบตาเขา เธอก็เห็นแววตาที่อ่อนโยนบางเบา ราวกับมีเรื่องราวในอดีตที่คอยตามหลอกหลอนเขาอยู่ เมื่อวานนี้ หลังจากที่เธอรายงานความคืบหน้าเรื่องบริษัทพราวฟ้า อสังหาริมทรัพย์ กวินท์ได้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณแน่ใจนะว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้องทั้งหมด” “ค่ะ คุณกวินท์ ดิฉันได้ตรวจสอบกับทางสำนักงานที่ดินแล้วค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นของบริษัทพราวฟ้า ค่อนข้างจำกัดมากค่ะ” กวินท์พยักหน้าช้าๆ “ผมจะให้ปกรณ์เร่งตรวจสอบเรื่องนี้” เขาพูดเสียงเรียบ “ผมอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังบริษัทนี้” “ค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบรับ “คุณกวินท์คะ… ถ้าดิฉันขอทราบเหตุผลว่าทำไมคุณถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขนาดนี้ได้ไหมคะ” กวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกริบนั้นจับจ้องเธออย่างพิจารณา “ผมไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ” เขาตอบ “และผมไม่ชอบให้ใครมาเล่นตุกติกกับธุรกิจของผม” “แต่… คุณก็ไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเรื่องอื่นๆ มาก่อนเลยนะคะ” จันทร์เพ็ญพยายามถาม “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีความสำคัญกับคุณเป็นพิเศษ” กวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “บางที… เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับบางอย่างในอดีตของผม” เขาพูดเสียงเบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน “และผมก็อยากจะสะสางมันให้จบ” คำพูดนั้นทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่ากวินท์จะมีอดีตที่ซับซ้อนขนาดนั้น “อดีต… เกี่ยวกับอะไรคะ” “คุณไม่จำเป็นต้องรู้” กวินท์ตอบเสียงแข็ง “หน้าที่ของคุณคือการสืบหาความจริงเกี่ยวกับความผิดปกติทางการเงิน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผม” คำพูดนั้นทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจว่ากวินท์เป็นคนแบบนั้น เขาไม่ชอบที่จะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้กับใคร “เข้าใจค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “ดิฉันจะมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จค่ะ” “ดี” กวินท์ตอบรับ การสนทนาครั้งนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของจันทร์เพ็ญ เธอกำลังจะค้นพบอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้มาก เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเธอมาถึงบริษัท เธอก็พบว่ามีกล่องของขวัญวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ เป็นกล่องขนาดกลาง ห่อด้วยกระดาษสีฟ้าอ่อน ผูกด้วยริบบิ้นสีขาว มีการ์ดเล็กๆ ติดอยู่ เธอหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน “แด่คุณจันทร์เพ็ญ ขอให้คุณมีความสุขในวันเกิด” วันเกิด? เธอเกือบลืมไปเสียสนิท วันเกิดของเธอคือวันนี้เอง! เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครจำได้ โดยเฉพาะกวินท์ เธอเปิดกล่องออก ข้างในเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนสวย หน้าปัดสีขาว สายหนังสีน้ำตาลอ่อน ดูเรียบหรูและคลาสสิก มันเป็นของขวัญที่เธอชอบมาก เธอเงยหน้ามองไปยังห้องทำงานของกวินท์ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก นี่คือสิ่งที่กวินท์ต้องการสื่อถึงเธอใช่หรือไม่? หรือเป็นเพียงการแสดงความยินดีตามมารยาท? เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขา “คุณกวินท์คะ… ขอบคุณสำหรับของขวัญค่ะ” เธอพูดเสียงสั่นเล็กน้อย กวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉย แต่แววตาของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย “คุณรู้ได้ยังไง” “มีของขวัญวางอยู่บนโต๊ะทำงานของดิฉันค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “แล้วก็มีข้อความด้วยค่ะ” กวินท์พยักหน้าช้าๆ “ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของคุณ” เขาพูด “ผมเห็นข้อมูลในเอกสารของคุณตอนที่เมษาทำประวัติพนักงาน” “อ๋อ… ค่ะ” จันทร์เพ็ญรู้สึกโล่งใจปนผิดหวังเล็กน้อย “ดิฉันนึกว่า… นึกว่าคุณจะจำได้เอง” กวินท์มองเธออย่างพิจารณา “ผมไม่ใช่คนที่จะจำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีนัก” เขาตอบ “แต่ผมก็สังเกตเห็นว่าคุณทำงานหนักมากในช่วงที่ผ่านมา ผมเลยอยากจะตอบแทน” “ขอบคุณค่ะ” จันทร์เพ็ญกล่าว “นาฬิกาสวยมากเลยค่ะ ดิฉันชอบมาก” “ดี” กวินท์ตอบรับ “ใส่แล้วก็ทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะ” คำพูดนั้นทำให้จันทร์เพ็ญยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอรู้สึกได้ว่ากวินท์อาจจะไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอคิดเสมอไป “ค่ะ คุณกวินท์” จันทร์เพ็ญตอบ “แล้ว… ดิฉันจะไปทำงานต่อแล้วนะคะ” “ไปเถอะ” กวินท์กล่าว ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้อง จู่ๆ กวินท์ก็เรียกเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน” จันทร์เพ็ญหันกลับไปมอง “คะ” “ตอนเย็น… ผมอาจจะพาคุณไปทานข้าว” กวินท์พูด “มีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ผมอยากจะคุยกับคุณให้ละเอียดกว่านี้” จันทร์เพ็ญตกใจกับคำชวนของเขา “ทานข้าว… กับคุณกวินท์เหรอคะ” “ใช่” กวินท์ตอบ “ถ้าคุณไม่ติดอะไร” “เอ่อ… ค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบรับอย่างตะกุกตะกัก “ดิฉัน… ดิฉันยินดีค่ะ” กวินท์พยักหน้า “ดี งั้นตอนเย็นเจอกันที่ล็อบบี้” จันทร์เพ็ญเดินออกจากห้องทำงานของกวินท์ด้วยหัวใจที่เต้นแรงอีกครั้ง เธอไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ทานอาหารเย็นกับเขาเช่นนี้ นี่เป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่? หรือเป็นเพียงการพูดคุยเรื่องงานเท่านั้น? เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธอ หยิบนาฬิกาเรือนใหม่ขึ้นมาดู เข็มนาฬิกาเดินต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับเวลาในชีวิตของเธอ ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เธอรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกวินท์กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน และเธอเองก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับมัน

4,582 ตัวอักษร