ตอนที่ 9 — เงื่อนไขที่คาดไม่ถึง
หลังจากที่ได้พูดคุยกับกวินท์แล้ว จันทร์เพ็ญก็รีบกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ เธอรู้สึกหนักอึ้งกับภารกิจใหม่ที่ได้รับมอบหมาย การต้องเข้าไปสืบข้อมูลจากภายในบริษัทพราวฟ้า โดยที่รู้ว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือคนที่เธอเคยรู้จักและให้ความเคารพ เป็นเรื่องที่ท้าทายจิตใจเธออย่างมาก
เธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา และเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทพราวฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอมีมุมมองที่แตกต่างออกไป เธอพยายามมองหาช่องโหว่ หรือจุดที่น่าสงสัยในรายงานทางการเงินต่างๆ ที่เธอเคยตรวจสอบ
“คุณจันทร์เพ็ญคะ” เสียงของพนักงานคนหนึ่งดังขึ้น “คุณกวินท์ฝากข้อความมาค่ะ บอกว่าอยากจะพบคุณที่ห้องทำงานอีกครั้ง ก่อนที่คุณจะเริ่มดำเนินการใดๆ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบรับ พลางถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่ากวินท์คงอยากจะย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยของเธอ
เมื่อกลับเข้าไปในห้องทำงานของกวินท์ เธอก็พบว่าเขากำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาของเขายังคงดูอ่อนล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัด
“ผมเป็นห่วงคุณ” กวินท์กล่าวทันทีที่เธอเข้ามา “ผมไม่อยากให้คุณต้องไปเสี่ยงอันตราย”
“ดิฉันเข้าใจค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “แต่ดิฉันก็อยากจะช่วยคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
กวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง “ผมมีเงื่อนไขบางอย่าง” เขาเอ่ยขึ้น
“เงื่อนไขอะไรคะ” จันทร์เพ็ญถาม
“ถ้าคุณตกลงที่จะเข้าไปสืบข้อมูลให้ผม… ผมจะมอบตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสืบสวนให้กับคุณ” กวินท์กล่าว
จันทร์เพ็ญเบิกตากว้าง “ผู้ช่วยผู้จัดการ? แต่… ดิฉันยังเป็นแค่พนักงานระดับปฏิบัติการนะคะ”
“ผมรู้” กวินท์ตอบ “แต่ผมเห็นศักยภาพของคุณ ผมเห็นความตั้งใจจริง และผมเชื่อมั่นในตัวคุณ” เขาเว้นวรรคเล็กน้อย “นี่เป็นโอกาสของคุณที่จะได้เติบโต และเป็นโอกาสให้เราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น”
จันทร์เพ็ญนิ่งคิด เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ากวินท์จะยื่นข้อเสนอเช่นนี้ การได้รับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพการงานของเธอ มันเป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด
“คุณกวินท์คะ… ทำไมคุณถึง… เสนอตำแหน่งนี้ให้กับดิฉันคะ” เธอถามด้วยความสงสัย
“เพราะผมต้องการคนที่ไว้ใจได้ที่สุด” กวินท์ตอบตรงๆ “และผมเชื่อว่าคุณคือคนคนนั้น” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “และอีกเหตุผลหนึ่ง… ผมอยากให้คุณอยู่เคียงข้างผม ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”
คำพูดของกวินท์ทำให้หัวใจของจันทร์เพ็ญเต้นแรงอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความรู้สึกที่กวินท์มีต่อเธอ มันไม่ใช่แค่ความไว้วางใจในฐานะลูกน้องอีกต่อไป
“ดิฉัน… ขอคิดดูก่อนนะคะ” จันทร์เพ็ญตอบ “มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับดิฉัน”
“แน่นอน” กวินท์ตอบ “ผมให้เวลาคุณตัดสินใจ แต่ขอให้รู้ไว้ว่า… ผมรอคำตอบของคุณอยู่”
จันทร์เพ็ญเดินออกจากห้องทำงานของกวินท์ด้วยหัวใจที่พองโตและสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับข้อเสนอที่ได้รับ การได้รับตำแหน่งสำคัญเป็นสิ่งที่เธอต้องการ แต่การเข้าไปพัวพันกับคดีที่ซับซ้อนเช่นนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกกังวล
เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธอ และนั่งลงอย่างใช้ความคิด เธอหยิบรูปถ่ายครอบครัวของเธอขึ้นมาดู ภาพพ่อแม่และน้องชายของเธอยิ้มให้อย่างสดใส
“พ่อคะแม่คะ… หนูควรจะทำยังไงดีคะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอรู้ว่าการสืบสวนครั้งนี้จะไม่ง่ายเลย มันอาจจะนำมาซึ่งอันตราย และอาจจะทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ กวินท์ และพิสูจน์ตัวเอง
หลังจากที่คิดทบทวนอยู่สักพัก จันทร์เพ็ญก็ลุกขึ้นยืน เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของกวินท์อีกครั้ง
“คุณกวินท์คะ” เธอเรียกเมื่อเปิดประตูเข้าไป
กวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอ “คุณตัดสินใจแล้วเหรอ”
จันทร์เพ็ญพยักหน้า “ค่ะ ดิฉันตกลง”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกวินท์ “ผมดีใจที่คุณตัดสินใจแบบนี้”
“แต่… มีข้อแม้ค่ะ” จันทร์เพ็ญกล่าว
“เงื่อนไขอะไร” กวินท์ถาม
“ดิฉันขอสิทธิ์ในการตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับคดีนี้ด้วยค่ะ” จันทร์เพ็ญกล่าว “ดิฉันไม่ต้องการเป็นแค่ผู้ที่ทำตามคำสั่ง แต่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในทุกขั้นตอน”
กวินท์มองเธอด้วยความทึ่ง “คุณกล้ามากนะจันทร์เพ็ญ” เขาหัวเราะเบาๆ “แต่ผมชอบ” เขาพยักหน้า “ตกลงตามนั้น”
“ขอบคุณค่ะ คุณกวินท์” จันทร์เพ็ญยิ้มอย่างโล่งใจ
“ต่อไปนี้… เราคือทีมเดียวกัน” กวินท์กล่าว “เราจะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
การตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของจันทร์เพ็ญ เธอไม่เพียงแต่จะได้ก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่เธอยังได้ก้าวเข้ามาในโลกที่ซับซ้อนของกวินท์ โลกที่เต็มไปด้วยความจริงอันโหดร้าย ความลับในอดีต และ… ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
3,677 ตัวอักษร