สะใภ้ไร้ค่าในบ้านตระกูลใหญ่

ตอนที่ 2 / 48

ตอนที่ 2 — การสืบค้นความจริงเบื้องหลังตัวเลข

กานต์ชนกใช้เวลาตลอดคืนที่เหลืออยู่ในงานเลี้ยงอย่างเงียบๆ เธอพยายามทำตัวกลมกลืน ไม่ให้เป็นจุดเด่น แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย เธอสังเกตการณ์ทุกอย่างรอบตัวอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤติกรรมของคนในตระกูลศุภสินธุ์ รวมถึงเมฆินทร์ด้วย แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวก่ายเรื่องงานของสามี แต่สิ่งที่ธนากรนำมาให้เธอดูมันช่างน่าสงสัยเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ “คุณกานต์ ยังจะยืนอยู่ตรงนี้อีกเหรอ ไม่กลับบ้านแล้วเหรอ” เสียงเย็นชาของเมฆินทร์ดังขึ้นจากด้านหลัง กานต์ชนกหันไปมอง เขาเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ใบหน้าหล่อเหลาดูเหนื่อยล้าจากการต้อนรับแขก “อีกสักครู่ค่ะ พอดีกำลังจะกลับแล้ว” กานต์ชนกตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “มางานเลี้ยงทั้งที ก็ควรจะเข้าสังคมบ้างนะ อย่าเอาแต่หลบๆ ซ่อนๆ เหมือนคนไม่มีตัวตน” เมฆินทร์พูดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ งานอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันพอใจที่จะเป็นแบบนี้ค่ะ” กานต์ชนกตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ เมฆินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับประหลาดใจกับการตอบโต้ของเธอ “เธอแน่ใจเหรอว่ากำลังพูดกับใคร” “ฉันรู้ค่ะว่ากำลังพูดกับใคร” กานต์ชนกยืนเผชิญหน้ากับเขา “แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะทำตัวสบายๆ ในแบบของฉัน” เมฆินทร์มองกานต์ชนกนิ่ง ดวงตาคมกริบสำรวจเธออย่างละเอียด ราวกับพยายามหาข้อบกพร่องบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ถ้าเธอพร้อมแล้ว ก็กลับกันเถอะ” ตลอดทางกลับบ้าน ทั้งสองคนนั่งเงียบ กานต์ชนกจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถ มองแสงไฟของเมืองที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่คั่นกลางระหว่างเธอและเมฆินทร์ มันไม่ใช่แค่ความห่างเหินทางความรู้สึก แต่มันคือความรู้สึกที่เหมือนเป็นคนแปลกหน้ากันอย่างสิ้นเชิง เมื่อถึงคฤหาสน์ศุภสินธุ์อันโอ่อ่า กานต์ชนกตรงไปที่ห้องทำงานส่วนตัวของเธอทันที เธอเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการใหม่ของบริษัทอย่างละเอียด เธอใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกบริษัท เปรียบเทียบตัวเลขที่ได้จากเอกสารของธนากร กับข้อมูลทางการตลาดและประมาณการต้นทุนต่างๆ ที่เธอพอจะหาได้ ยิ่งค้น เธอก็ยิ่งพบความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขต้นทุนในเอกสารมันถูกคำนวณอย่างจงใจให้สูงเกินจริงในบางรายการ และต่ำเกินจริงในบางรายการ ในขณะที่ผลกำไรที่คาดว่าจะได้รับกลับถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามซ่อนเร้นความมั่งคั่งที่แท้จริงของโครงการนี้เอาไว้ “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะ” กานต์ชนกพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามา “ใครกันที่จะได้ประโยชน์จากการทำให้โครงการนี้ดูเหมือนทำกำไรน้อยลง” เธอเริ่มสงสัยในตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงทีมงานในระดับปฏิบัติการ เธอคิดถึงผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ที่อาจจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับคุณวิรัช หรือแม้กระทั่งเมฆินทร์เอง แม้เธอจะพยายามไม่คิดร้ายกับเขา แต่ในฐานะสามีและผู้ที่ต้องรับผิดชอบโครงการนี้โดยตรง เธอก็ไม่สามารถมองข้ามความเป็นไปได้นี้ไปได้ ในขณะที่กานต์ชนกกำลังหมกมุ่นอยู่กับการค้นหาข้อมูล เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “คุณกานต์ครับ” เป็นเสียงของ ธนากร กานต์ชนกเปิดประตูออกไปพบธนากรยืนอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้ากังวล “คุณธนากร มีอะไรหรือเปล่าคะ” “ผมขอโทษที่มารบกวนคุณกานต์ดึกขนาดนี้นะครับ แต่ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ผมคิดว่าคุณกานต์ควรจะทราบ” ธนากรยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กานต์ชนก “เป็นสำเนาเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณส่วนหนึ่งของโครงการนี้ครับ ผมบังเอิญไปเจอเข้าในห้องเก็บเอกสารเก่า” กานต์ชนกรับซองเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เธอเปิดออกดูอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอตาเบิกกว้าง ใบเสร็จรับเงินและเอกสารการเบิกจ่ายจำนวนมากถูกแนบมาด้วย รายการค่าใช้จ่ายบางส่วนมันดูเกินจริงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเป็นการสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาเพื่อเบิกจ่ายเงินของบริษัท “นี่มัน…” กานต์ชนกพูดไม่ออก “ผมลองตรวจสอบดูแล้วครับ รายการเบิกจ่ายพวกนี้มันไม่ตรงกับความเป็นจริง และผมก็ไม่พบหลักฐานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้เลย” ธนากรพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เหมือนมีคนตั้งใจที่จะโกงเงินบริษัทผ่านช่องทางนี้ครับ” กานต์ชนกเงยหน้ามองธนากร ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “คุณธนากรแน่ใจนะคะ” “ผมแน่ใจครับ” ธนากรยืนยัน “และผมก็คิดว่า…คนที่ทำเรื่องนี้ อาจจะเป็นคนใกล้ตัวเรามากที่สุด” คำพูดของธนากรทำให้กานต์ชนกยิ่งรู้สึกหนักใจ เธอพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ภาพใบหน้าของพลอยชมพูที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย คำพูดของเธอที่ว่าเธอไม่มีวันคู่ควรกับตระกูลนี้ ยิ่งทำให้กานต์ชนกสงสัยว่าเบื้องหลังความอิจฉาริษยาของพลอยชมพู อาจจะมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ” กานต์ชนกถาม “ผมยังไม่แน่ใจครับ แต่ผมคิดว่า เราควรจะหาหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่จะทำอะไร” ธนากรตอบ “คุณกานต์ครับ ผมรู้สึกว่าคุณกานต์อาจจะตกเป็นเป้าหมายของใครบางคนได้ ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณกำลังสงสัยในเรื่องนี้” “ฉันเข้าใจค่ะ” กานต์ชนกพยักหน้า “ฉันจะระวังตัวค่ะ” หลังจากธนากรถอยกลับไป กานต์ชนกยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอหยิบเอกสารการเบิกจ่ายที่ธนากรให้มาขึ้นมาดูอีกครั้ง เธอพยายามเพ่งมองลายเซ็นที่กำกับอยู่บนใบเสร็จรับเงินบางใบ มันเป็นลายเซ็นที่เธอคุ้นเคยอย่างดี…ลายเซ็นของ เมฆินทร์

4,325 ตัวอักษร