สะใภ้ไร้ค่าในบ้านตระกูลใหญ่

ตอนที่ 4 / 48

ตอนที่ 4 — แผนซ้อนแผนในห้องทำงาน

สิ่งที่ทำให้กานต์ชนกต้องผงะ คือชื่อของบุคคลที่ปรากฏในเอกสารเหล่านั้น มีทั้งรายชื่อของผู้บริหารระดับสูงในบริษัท รวมถึงบุคคลที่เธอคาดไม่ถึง และที่น่าตกใจที่สุด คือชื่อของ “คุณหญิงนภา” ผู้เป็นมารดาของเมฆินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในคณะกรรมการบริหารของบริษัทศุภสินธุ์กรุ๊ป “คุณหญิงนภา…เป็นไปไม่ได้” กานต์ชนกพึมพำกับตัวเอง เธอพยายามปัดความคิดนี้ออกจากหัว คุณหญิงนภาเป็นสตรีสูงศักดิ์ เป็นที่เคารพนับถือของทุกคนในตระกูลและในวงสังคม คุณหญิงจะมาเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้อย่างไร แต่เอกสารตรงหน้ามันฟ้องชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ นี่ไม่ใช่แค่การคำนวณต้นทุนที่ผิดพลาด แต่มันคือแผนการที่ซับซ้อนและแนบเนียน เพื่อยักยอกเงินจำนวนมหาศาลของบริษัทไป โดยมีผู้ร่วมขบวนการหลายคน และดูเหมือนว่าแผนนี้จะดำเนินมาสักระยะหนึ่งแล้ว กานต์ชนกสูดลมหายใจลึก เธอรู้ดีว่าเธอได้ก้าวเข้าไปในวังวนที่อันตรายเสียแล้ว การค้นพบครั้งนี้อาจนำมาซึ่งภัยพิบัติที่คาดไม่ถึง เธอควรจะหยุดแล้วรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่ใครสักคน แต่ใครเล่า? เมฆินทร์? เธอจะเชื่อใจสามีของเธอได้อย่างไรในเมื่อลายเซ็นของเขาก็ปรากฏอยู่ในเอกสาร? คุณวิรัช? ท่านกำลังป่วยหนักและอาจจะรับเรื่องร้ายแรงแบบนี้ไม่ไหว ขณะที่กานต์ชนกกำลังประมวลผลข้อมูลอันน่าตกใจ เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาก็ทำให้เธอสะดุ้งโหยง เธอรีบปิดแฟ้มเอกสารนั้น และจัดวางทุกอย่างให้กลับไปอยู่ที่เดิมอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คุณกานต์? มาทำอะไรที่นี่?” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู กานต์ชนกหันไปมอง เธอเห็นเมฆินทร์ยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาดูแปลกใจระคนสงสัย “เอ่อ…ฉันแค่แวะมาดูว่าคุณเข้างานแล้วหรือยังค่ะ พอดีเห็นไฟในห้องเปิดอยู่” กานต์ชนกตอบ พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมฆินทร์เดินเข้ามาในห้อง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา “คุณไม่ได้เข้ามาที่ห้องทำงานผมบ่อยนัก ปกติคุณจะชอบอยู่ในสวนมากกว่า” “วันนี้อากาศไม่ดีน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะเข้ามาเดินเล่นในห้องสักหน่อย” กานต์ชนกพยายามแก้ตัว เธอยืนกุมมือแน่น พยายามควบคุมการสั่นเทาของร่างกาย เมฆินทร์มองกานต์ชนกนิ่ง เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนใบหน้าของเธอ “คุณดูไม่ค่อยสบายหรือเปล่า หน้าซีดเชียว” “เปล่าค่ะ ฉันสบายดี แค่…เหนื่อยๆ น่ะค่ะ” กานต์ชนกตอบ เธอหลบสายตาของเขา “ถ้าเหนื่อยก็กลับไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องมาเดินวนเวียนแถวนี้” เมฆินทร์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กานต์ชนกอ่านไม่ออก “แล้ว…คุณเห็นอะไรในห้องผมบ้างไหม” คำถามนั้นทำให้กานต์ชนกใจหายวาบ เธอแสร้งทำเป็นมองไปรอบๆ ห้อง “ก็…เห็นหนังสือเยอะแยะเลยค่ะ คุณชอบอ่านหนังสือมากเลยใช่ไหมคะ” เมฆินทร์หัวเราะเบาๆ “ก็พอสมควร ผมชอบที่จะหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ” เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน “มีบางอย่างที่ผมอยากจะให้คุณดู” เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากกองเอกสารบนโต๊ะ มันคือรายงานสรุปผลประกอบการในรอบไตรมาสที่ผ่านมา “คุณช่วยดูหน่อยได้ไหมว่ามีอะไรผิดปกติในรายงานนี้หรือเปล่า” เมฆินทร์ยื่นรายงานให้กานต์ชนก กานต์ชนกรับรายงานมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอพยายามเพ่งสมาธิไปที่ตัวเลขตรงหน้า แต่ภาพของเอกสารลับในแฟ้มสีดำยังคงติดตา เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เมฆินทร์ต้องการให้เธอหาจริงๆ คืออะไร “ดูเหมือนว่า…ยอดขายในบางผลิตภัณฑ์จะลดลงนะคะ” กานต์ชนกพยายามตอบอย่างระมัดระวัง “และต้นทุนการผลิตบางส่วนก็สูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้” เมฆินทร์พยักหน้าช้าๆ “ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่ผมกำลังสงสัยอยู่เหมือนกัน ตัวเลขมันดูแปลกๆ ไป” เขามองกานต์ชนกอย่างพิจารณา “คุณมีความรู้เรื่องบัญชีดี ฉันก็เลยอยากจะขอความเห็นจากคุณ” “ฉัน…ฉันไม่แน่ใจว่าจะช่วยอะไรได้มากนะคะ” กานต์ชนกเอ่ย “ฉันเป็นแค่แม่บ้านธรรมดา” “อย่าพูดแบบนั้น คุณมีความสามารถมากกว่าที่คุณคิด” เมฆินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “บางที…คุณอาจจะเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไปก็ได้” เขาเหลือบมองไปที่กองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจ “ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้ แต่ผมยังหาต้นตอของปัญหาไม่เจอ” กานต์ชนกพยักหน้ารับ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสของเธอ เธอต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับแฟ้มสีดำ และต้องพยายามใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม “ถ้าคุณอยากให้ฉันช่วยดู ฉันยินดีค่ะ” กานต์ชนกตอบ “แต่ฉันขอเวลาหน่อยนะคะ ฉันต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน” “แน่นอน” เมฆินทร์ตอบ “ผมจะให้เวลาคุณเต็มที่” หลังจากเมฆินทร์เดินออกจากห้องไป กานต์ชนกก็รีบหยิบแฟ้มสีดำนั้นออกมาอีกครั้ง เธอต้องรีบศึกษาข้อมูลทั้งหมดให้เข้าใจโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ใครจะมาจับได้ หรือก่อนที่แผนการอันชั่วร้ายนี้จะดำเนินไปจนถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และถ่ายรูปเอกสารสำคัญบางส่วนเก็บไว้ เธอรู้ดีว่านี่คือการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องมีหลักฐานที่แน่นหนา เพื่อใช้ในการต่อสู้กับอำนาจมืดที่กำลังกัดกินตระกูลศุภสินธุ์ แสงไฟในห้องทำงานของเมฆินทร์ค่อยๆ หรี่ลงเมื่อเวลาล่วงเลยไป กานต์ชนกยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารเหล่านั้น เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ความจริงอันน่าตกใจกำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเธอ

4,262 ตัวอักษร