ตอนที่ 6 — การเผชิญหน้าและความร่วมมือ
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องพักของกานต์ชนกอย่างรวดเร็วพร้อมกับการเคาะประตูเพียงครั้งเดียวที่ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล ทำให้เธอรีบลุกไปเปิดประตู “มาแล้วค่ะ!”
ธนากรยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและเป็นห่วง “เป็นยังไงบ้างครับคุณกานต์? เมื่อคืนผมเห็นคุณยังอยู่ในงาน”
“ฉัน…ฉันไม่ค่อยสบายค่ะ” กานต์ชนกตอบ เธอพยายามกลั้นน้ำเสียงที่สั่นเครือ “แต่…มีเรื่องที่ฉันต้องคุยกับคุณค่ะ”
ธนากรเดินเข้ามาในห้องทันที เขามองกานต์ชนกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “มีอะไรที่ทำให้คุณกังวลขนาดนี้ครับ? คุณธนากรนำเอกสารบางอย่างมาให้ผมดูเมื่อวานนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคุณจะเจออะไรเข้า”
“ฉันเจอค่ะ” กานต์ชนกกล่าว “และมัน…มันร้ายแรงกว่าที่คิดมาก”
เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอค้นพบในห้องทำงานของเมฆินทร์ ตั้งแต่การพบแฟ้มเอกสารสีดำ ไปจนถึงลายเซ็นในบันทึกการประชุมลับ และข้อความน่ากลัวในบันทึกส่วนตัว ธนากรฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความตกตะลึงเมื่อกานต์ชนกเล่าไปถึงชื่อของคุณหญิงนภา
“คุณหญิงนภา…เป็นไปไม่ได้…” ธนากรพึมพำ “แต่ถ้าเอกสารมันยืนยันขนาดนั้น…ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร”
“ฉันรู้ค่ะว่ามันยากที่จะเชื่อ” กานต์ชนกกล่าว “แต่ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้ตาฝาด หรือคิดไปเอง”
“คุณแน่ใจนะครับว่าปลอดภัย?” ธนากรถามอย่างกังวล “การที่คุณไปค้นเอกสารในห้องทำงานของคุณเมฆินทร์…มันอันตรายเกินไปนะครับ”
“ฉันรู้ค่ะ” กานต์ชนกพยักหน้า “แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น ฉันต้องรู้ความจริง”
“แล้ว…คุณมีหลักฐานอะไรบ้างครับ?” ธนากรเลี่ยงถาม
“ฉันถ่ายรูปเอกสารบางส่วนไว้ค่ะ” กานต์ชนกบอก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และเปิดรูปภาพที่เธอได้บันทึกไว้ให้ธนากรดู
ธนากรไล่ดูรูปภาพเหล่านั้นอย่างละเอียด สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ “นี่มัน…แย่จริงๆ ครับคุณกานต์ หลักฐานพวกนี้แข็งแรงมาก”
“แล้ว…ฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ?” กานต์ชนกถามอย่างมีความหวัง “คุณธนากรพอจะช่วยอะไรฉันได้บ้างไหมคะ?”
ธนากรเงียบไปครู่หนึ่ง เขาครุ่นคิดอย่างหนัก “ผมรู้ว่าคุณไม่ไว้ใจคุณเมฆินทร์ แต่ผมเชื่อว่าเขาก็คงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแผนการนี้หรอกครับ บางที…เขาอาจจะกำลังถูกหลอกใช้ก็ได้”
“แล้วถ้าเขาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการล่ะคะ?” กานต์ชนกถามอย่างตรงไปตรงมา
“ผมไม่คิดอย่างนั้นครับ” ธนากรตอบ “เท่าที่ผมรู้จักคุณเมฆินทร์ เขาไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้”
“แต่ลายเซ็นของเขาก็ปรากฏอยู่ในเอกสารบางฉบับนะคะ” กานต์ชนกแย้ง
“นั่นอาจจะเป็นเพราะเขาถูกบังคับ หรือถูกหลอกให้เซ็นก็ได้ครับ” ธนากรอธิบาย “เราไม่สามารถสรุปได้เพียงแค่นั้น”
“แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีคะ?” กานต์ชนกถามอีกครั้ง
“ผมจะลองติดต่อผู้ใหญ่บางท่านที่ผมพอจะไว้ใจได้ เพื่อขอคำปรึกษาครับ” ธนากรกล่าว “แต่ระหว่างนี้ คุณต้องระวังตัวให้มากที่สุดนะครับ อย่าให้ใครรู้ว่าคุณกำลังสืบเรื่องนี้อยู่”
“ฉันจะระวังตัวค่ะ” กานต์ชนกตอบ “แล้ว…คุณจะติดต่อใครได้บ้างคะ?”
“ผมกำลังคิดถึงคุณประภาสครับ ท่านเป็นทนายความที่ไว้ใจได้ และเคยทำงานให้กับตระกูลศุภสินธุ์มาก่อน ท่านอาจจะรู้เรื่องราวเบื้องหลังบางอย่าง” ธนากรกล่าว
“แล้ว…เราจะนัดพบกันเมื่อไหร่คะ?” กานต์ชนกถาม
“ผมจะติดต่อคุณอีกครั้งเมื่อผมได้นัดหมายเรียบร้อยแล้วนะครับ” ธนากรตอบ “ตอนนี้คุณกลับเข้าไปในห้องของคุณก่อนนะครับ อย่าเพิ่งออกมาจนกว่าผมจะบอก”
“ค่ะ” กานต์ชนกพยักหน้า
ธนากรลุกขึ้นยืน และมองกานต์ชนกอีกครั้ง “คุณทำดีมากแล้วครับคุณกานต์ การที่คุณกล้าสืบหาความจริงแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
คำพูดให้กำลังใจนั้นทำให้กานต์ชนกรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครสักคนในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ ที่จะมองเห็นคุณค่าของเธอ
“ขอบคุณค่ะคุณธนากร” กานต์ชนกกล่าว “ฉันจะรอข่าวจากคุณนะคะ”
หลังจากธนากรเดินจากไป กานต์ชนกก็กลับเข้ามาในห้องพักของเธออีกครั้ง เธอนั่งลงบนเตียง และหลับตาลง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาในใจ
เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล และอันตรายก็ยังคงรายล้อมเธออยู่ แต่การได้รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ต่อสู้เพียงลำพัง มันก็เป็นกำลังใจที่สำคัญอย่างยิ่ง
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้า เธอไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอจะไม่ยอมเป็น “สะใภ้ไร้ค่า” อีกต่อไป เธอจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เธอมีค่ามากกว่าที่ใครๆ คิด.
3,551 ตัวอักษร