เงื่อนรักพรากใจ

ตอนที่ 16 / 35

ตอนที่ 16 — แผนการของนนท์ถูกเปิดเผย

"เขาอาจจะเข้ามาควบคุมกิจการทั้งหมดของบริษัทแทน" ธนากรถอนหายใจหนัก "ถ้าคุณนายเป็นอะไรไปจริงๆ ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จะตกเป็นของทายาทโดยตรง ซึ่งเขาน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น ถ้าเขาทำให้คุณนายอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถบริหารงานได้ เขาก็มีโอกาสมากขึ้น" แพรวาพยักหน้าเห็นด้วย "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ" "ผมจะให้คนของเราจับตาดูการเคลื่อนไหวของนนท์อย่างใกล้ชิด และพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงเขากับเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด" ธนากรกล่าว "ส่วนเรื่องของคุณนาย ผมจะให้หมอเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด และจะเปลี่ยนอาหารทุกอย่างที่เสิร์ฟให้ท่าน" "ขอบคุณค่ะคุณธนากร" แพรวาเอ่ยอย่างซาบซึ้ง "ผมเป็นคนผิดเองที่ปล่อยให้เรื่องมันบานปลายไปถึงขนาดนี้" ธนากรกล่าวเสียงอ่อน "ผมควรจะเชื่อใจคุณตั้งแต่แรก" "ไม่ต้องคิดมากนะคะ" แพรวายิ้มให้ "ตอนนี้เรามีเป้าหมายเดียวกันแล้วคือทำให้คุณนายปลอดภัย แล้วก็จับคนร้ายให้ได้" หลังจากนั้นไม่นาน ธนากรก็ได้รับข่าวจากสายที่เขาแอบซ่อนไว้ใกล้ตัวนนท์ นนท์กำลังติดต่อกับทนายความบางคน และมีการพูดถึงการจัดการทรัพย์สิน รวมถึงการฟ้องร้องต่างๆ นาๆ ซึ่งดูเหมือนว่าเขากำลังเตรียมการสำหรับ "เหตุการณ์บางอย่าง" ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ "แผนของมันกำลังจะถูกเปิดเผย" ธนากรมองแพรวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องรีบดำเนินการก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" ธนากรตัดสินใจที่จะเข้าหาคุณนายบุญเรือนด้วยตนเอง เขาอยากจะบอกความจริงบางส่วนให้ท่านทราบ เพื่อที่คุณนายจะได้ระมัดระวังตัว และอาจจะให้ความร่วมมือในการสืบสวนได้ "คุณนายครับ" ธนากรเข้าไปหาคุณนายบุญเรือนในห้องนั่งเล่น "ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนให้ท่านทราบครับ" คุณนายบุญเรือนเงยหน้าขึ้นมองธนากร ดวงตาที่เคยสดใสเริ่มมีแววอ่อนล้า "มีอะไรหรือจ๊ะธนากร" "มีคนพยายามจะทำร้ายท่านครับ" ธนากรกล่าวตรงๆ "โดยการใส่สารพิษบางอย่างลงไปในอาหาร" คุณนายบุญเรือนตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "อะไรนะ! ใครกัน...ทำไมเขาถึงทำแบบนี้" "เรากำลังสืบสวนอยู่ครับ" ธนากรตอบ "แต่จากการสืบสวนเบื้องต้น เราสงสัยว่าอาจจะเป็นนนท์ ซึ่งเป็นหลานอีกคนของคุณนาย" "นนท์เหรอ! เป็นไปไม่ได้!" คุณนายบุญเรือนอุทาน "เขาเป็นหลานแท้ๆ ของฉันนะ" "ผมเข้าใจว่าท่านคงตกใจ" ธนากรกล่าว "แต่เรามีหลักฐานบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเขาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และเขาก็มีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก" คุณนายบุญเรือนเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำตาคลอเบ้า "ฉัน...ฉันไม่เคยคิดเลยว่า...หลานที่ฉันเลี้ยงดูมา...จะทำร้ายฉันได้ถึงเพียงนี้" "ผมขอโทษที่ต้องนำข่าวร้ายมาเรียนท่านครับ" ธนากรกล่าว "แต่เราจำเป็นต้องรู้ความจริง เพื่อที่ท่านจะได้ปลอดภัย" "แล้ว...แล้วฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ" คุณนายบุญเรือนถามเสียงสั่น "ผมอยากให้ท่านระมัดระวังตัวเป็นพิเศษครับ" ธนากรกล่าว "และถ้ามีอะไรที่ผิดสังเกต หรือมีใครเข้ามาพูดคุยเรื่องผลประโยชน์ หรือการจัดการทรัพย์สินของท่าน ขอให้ท่านรีบแจ้งผมทันที" "ได้จ้ะ...ฉันจะระวังตัวให้มากที่สุด" คุณนายบุญเรือนพยักหน้า แพรวาเองก็แอบฟังการสนทนาอยู่ห่างๆ เธอรู้สึกสงสารคุณนายบุญเรือนจับใจ เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะซับซ้อนและโหดร้ายถึงเพียงนี้ "คุณนายคะ" แพรวาเดินเข้าไปหาคุณนายบุญเรือน "ดิฉันจะคอยดูแลท่านอย่างใกล้ชิดค่ะ" คุณนายบุญเรือนหันมามองแพรวา ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย "ขอบใจนะแพรวา" "เราต้องเข้มแข็งไปด้วยกันนะคะ" แพรวายิ้มให้ ธนากรตัดสินใจที่จะเดินเกมรุก เขาต้องการจับนนท์ให้คาหนังคาเขา จึงวางแผนที่จะล่อให้นนท์เผยพิรุธออกมา "ผมจะแกล้งบอกกับนนท์ว่า คุณนายมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว" ธนากรบอกกับแพรวา "แล้วดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร" "ดีค่ะ" แพรวาเห็นด้วย "เราต้องหาทางให้เขาพลาดท่า" ในวันรุ่งขึ้น ธนากรได้นัดพบกับนนท์ตามที่วางแผนไว้ เขาแสดงท่าทีเป็นห่วงคุณนายบุญเรือนอย่างมาก และเล่าว่าอาการของคุณนายดูเหมือนจะหนักกว่าที่คิด "คุณนายดูซึมๆ ไปนะครับ" ธนากรพูดขณะจิบน้ำชา "ผมเองก็อดเป็นห่วงท่านไม่ได้" นนท์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการ "อ้อ...ครับ...ผมก็...ได้ยิน...มา...เหมือนกัน" "หมอเองก็ยังกังวลอยู่" ธนากรเสริม "บอกว่าอาการของท่านอาจจะทรุดลงได้ทุกเมื่อ" สีหน้าของนนท์เริ่มมีแววตื่นตระหนก "จริง...เหรอครับ...คุณ...ธนากร...แล้ว...มี...แนว...โน้ม...จะ...เป็น...ยังไง...บ้าง...ครับ" "ก็...คงต้องดูอาการไปเรื่อยๆ ครับ" ธนากรตอบ "แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ผมก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องการจัดการทรัพย์สินต่างๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป" นนท์กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ "เรื่อง...นั้น...ผม...ก็...ไม่...แน่...ใจ...เหมือนกัน...ครับ" "ผมได้ยินมาว่า คุณกำลังติดต่อทนายความอยู่ใช่ไหม" ธนากรแสร้งถาม "กำลังจะจัดการเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า" นนท์หน้าซีดเผือด "เปล่า...ครับ...ผม...แค่...ปรึกษา...เรื่อง...ทั่วไป...เท่านั้น...เอง..." "ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ก็บอกนะครับ" ธนากรมองนนท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง "เราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน" คำว่า "ครอบครัวเดียวกัน" นั้นทำให้นนท์ยิ่งรู้สึกกดดัน เขารู้สึกว่าธนากรกำลังจับพิรุธเขาอยู่ "ขอบคุณ...ครับ..." นนท์ตอบตะกุกตะกัก "ผม...ขอ...ตัว...ก่อน...นะครับ...มี...ธุระ...ด่วน..." นนท์รีบลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องอาหารทันที ทิ้งให้ธนากรนั่งยิ้มมุมปาก เขารู้แล้วว่านนท์กำลังมีแผนการร้ายบางอย่างซ่อนอยู่ "เขาติดกับแล้ว" ธนากรกระซิบกับตัวเอง

4,310 ตัวอักษร