ตอนที่ 8 — เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ชีวิตในคฤหาสน์หลังใหญ่ของแพรวา ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเงียบเหงา การปรากฏตัวของธนากรในแต่ละวันเป็นเหมือนเพียงเงาที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป พวกเขาสื่อสารกันน้อยมาก บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณนายบุญเรือน หรือเรื่องการจัดการภายในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่มาลี เลขาส่วนตัวของธนากรเป็นคนจัดการเป็นส่วนใหญ่ แพรวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน ที่มีหน้าที่เพียงแค่อยู่เฉยๆ และรอคอย
วันหนึ่ง ขณะที่แพรวากำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโถงทางเดินด้านนอก เสียงนั้นทำให้เธอใจหายวาบ เธอรีบวางหนังสือลงแล้วเดินออกไปดู
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้แพรวาตกใจ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนจับตัวไว้ ชายคนนั้นมีท่าทีตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ปล่อยผมนะ! ผมจะมาหาแพรวา! ปล่อยผม!” ชายคนนั้นตะโกนเสียงดัง
แพรวาจำใบหน้าของชายคนนั้นได้ทันที เขาคือ…นนท์ ชายหนุ่มที่เธอเคยคบหาเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่เหตุการณ์อันเลวร้ายจะเกิดขึ้น
“คุณนนท์!” แพรวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เมื่อได้ยินเสียงแพรวา นนท์ก็เหมือนจะเห็นแสงสว่าง เขาดิ้นรนอย่างแรงและตะโกนเรียกชื่อเธอ “แพรวา! แพรวา! ช่วยผมด้วย! ผมจะมาหาคุณ!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองหน้ากัน “คุณรู้จักเขาเหรอครับคุณผู้หญิง”
แพรวาพยักหน้า “เขาเป็น…เพื่อนเก่าของฉันค่ะ”
“แต่เขาพยายามจะบุกรุกเข้ามาในบ้านนะครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าว
“ไม่เป็นไรค่ะ” แพรวาพยายามควบคุมเสียงให้เป็นปกติ “ฉันจะคุยกับเขาเอง…คุณปล่อยเขาไปก่อนก็ได้ค่ะ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจปล่อยนนท์ เขาถอยห่างออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นนท์รีบเดินตรงเข้ามาหาแพรวาด้วยท่าทางรีบร้อน “แพรวา! ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้! นี่มันที่ไหน!”
“นี่คือบ้านของฉันค่ะคุณนนท์” แพรวาตอบ “แล้วคุณ…เข้ามาทำอะไรที่นี่”
“ฉัน…ฉันตามหาคุณ” นนท์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “หลังจากวันนั้น…ฉันไม่เจอคุณอีกเลย…ฉันพยายามติดต่อคุณเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้…ฉัน…ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน”
แพรวามองนนท์ด้วยความสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่สบายใจ “คุณนนท์คะ…ตอนนี้ฉันแต่งงานแล้วค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้นนท์ตาเบิกกว้าง “แต่งงาน! เธอแต่งงานแล้วเหรอ! กับใคร! ทำไมเธอถึง…ทำแบบนี้!”
“มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนค่ะคุณนนท์” แพรวาตอบ “ฉันไม่มีเวลาอธิบายตอนนี้”
ทันใดนั้นเอง ธนากรก็เดินออกมาจากห้องทำงาน เขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ยินบทสนทนาบางส่วน
“มีอะไรกันครับ” ธนากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชา
นนท์หันไปมองธนากรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “คุณเป็นใคร! คุณเป็นสามีของแพรวาเหรอ!”
“ใช่ครับ” ธนากรตอบ “ผมคือสามีของเธอ”
“ไม่จริง! เธอกำลังโกหก! แพรวา! บอกเขาไปสิว่าเธอไม่ได้แต่งงาน!” นนท์หันกลับมาหาแพรวา
แพรวาหลับตาลง เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น “คุณนนท์คะ…ฉันพูดความจริงค่ะ…ฉันแต่งงานแล้วจริงๆ”
“ทำไม! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับฉัน!” นนท์ตะโกนลั่นด้วยความผิดหวังและโกรธแค้น “เธอรักผู้ชายคนนี้จริงๆ เหรอ!”
“มันไม่ใช่เรื่องของคุณนนท์ค่ะ” แพรวาพูดเสียงแข็ง “คุณควรจะกลับไปได้แล้ว”
“ฉันไม่กลับ! ฉันจะอยู่ที่นี่! จนกว่าเธอจะยอมบอกความจริงกับฉัน!” นนท์ยืนกราน
ธนากรเดินเข้ามาใกล้แพรวาเล็กน้อย ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ เขาหันไปมองนนท์ด้วยสายตาที่เย็นชา “คุณครับ…ผมแนะนำให้คุณไปเถอะครับ…ที่นี่คุณไม่ได้รับการต้อนรับ”
“อย่ามายุ่งกับเรื่องของเรา!” นนท์ผลักธนากรออก “ฉันจะคุยกับแพรวา!”
ธนากรไม่แสดงท่าทีตกใจจากการถูกผลัก เขาเพียงแค่หรี่ตามองนนท์ “ผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ…ถ้าคุณไม่ไป…ผมจะให้คนจัดการ”
“แกจะทำอะไรฉัน! แกทำไม่ได้!” นนท์ท้าทาย
แต่ก่อนที่ธนากรจะได้สั่งการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เข้ามาจับตัวนนท์อีกครั้ง นนท์ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง “ไม่นะ! ปล่อยฉัน! แพรวา! ช่วยฉันด้วย!”
แพรวาได้แต่มองเหตุการณ์ด้วยความเจ็บปวด เธอไม่รู้จะทำอย่างไร นนท์คืออดีตที่กลับมาหลอกหลอนเธอ และตอนนี้เขาก็เข้ามาทำลายความสงบสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้นมา
“ปล่อยเขาไป” ธนากรพูดกับเจ้าหน้าที่ “แต่พาเขาออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด และให้แน่ใจว่าเขาจะไม่กลับมาอีก”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้ารับ และพาตัวนนท์ออกไป นนท์ยังคงตะโกนเรียกชื่อแพรวาด้วยความสิ้นหวังจนเสียงค่อยๆ เลือนหายไป
เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แพรวาก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น เธอสั่นเทาด้วยความตกใจและเสียใจ
“เป็นอะไรไปครับ” ธนากรเข้ามาถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย
“ดิฉัน…ดิฉันขอโทษค่ะ” แพรวาพูดทั้งน้ำตา “ดิฉันไม่รู้ว่าเขาจะมา”
“ไม่เป็นไรครับ” ธนากรนั่งลงข้างๆ เธอ “คุณไม่ต้องรู้สึกผิด”
“แต่…เขา…เขาเคยเป็นคนสำคัญของดิฉันค่ะ” แพรวาพูด “เรื่องของเรา…มันจบลงด้วย…เหตุการณ์ที่เลวร้าย…และดิฉันก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย”
“เหตุการณ์เลวร้าย…อะไรครับ” ธนากรเอ่ยถามอย่างสงสัย
แพรวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีต “เมื่อหลายปีก่อน…มีอุบัติเหตุ…ที่ทำให้…เพื่อนสนิทของฉันเสียชีวิต…และนนท์…เขาก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย…เขาโทษตัวเองมาตลอด…และหลังจากนั้น…เขาก็หายตัวไป…ฉันไม่เคยรู้ข่าวคราวของเขาอีกเลย…จนกระทั่งวันนี้”
ธนากรเงียบไป เขากำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้ยิน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมแพรวาถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ “ผมเข้าใจแล้วครับ” เขาพูด “แต่เขาไม่ควรจะมาที่นี่”
“ดิฉันรู้ค่ะ” แพรวาตอบ “แต่…ดิฉันกลัวว่าเขาจะกลับมาอีก”
“ไม่ต้องห่วงครับ” ธนากรพูดอย่างมั่นใจ “ผมจะจัดการให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้อีก”
แพรวาหันไปมองธนากร เธอเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของเขา และรู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าความเจ็บปวดจากอดีตจะยังคงอยู่ แต่การมีธนากรอยู่เคียงข้างในเวลานี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป
“ขอบคุณค่ะ” แพรวาพูด
“เรากลับเข้าไปข้างในกันเถอะครับ” ธนากรช่วยพยุงแพรวาให้ลุกขึ้น “อากาศข้างนอกเริ่มเย็นแล้ว”
ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน แพรวาก็หันไปมองทางด้านนอกรั้วอีกครั้ง เธอนึกถึงนนท์ และนึกถึงอดีตที่ไม่อาจลบเลือนไปได้ เธอรู้ว่าแม้ว่านนท์จะหายไปแล้ว แต่เงาของเขาก็ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่เสมอ และการกลับมาของเขาในวันนี้ ก็เป็นเหมือนการเตือนสติว่าอดีตนั้น เป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันหลีกหนีได้พ้น
5,120 ตัวอักษร