ภรรยาที่ไม่ควรรัก

ตอนที่ 8 / 34

ตอนที่ 8 — เงาบางๆ ของความระแวง

พิธีหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหรูหราตามแบบฉบับของตระกูลพิพัฒนกุล แม้ว่าคุณหญิงอรทัยจะยังคงแสดงท่าทีไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถบดบังความสุขของคู่บ่าวสาวได้ รินลดาสวมชุดไทยประยุกต์สีงาช้างที่ดูอ่อนหวานและสง่างาม เธอได้รับคำชมจากแขกเหรื่อมากมาย แต่สายตาของเธอก็มักจะเผลอไปมองหาภาคินอยู่เสมอ ภาคินเองก็ดูดีในชุดสูทสีเข้ม เขาจับมือรินลดาแน่นตลอดเวลา ราวกับจะสื่อว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ “ยินดีด้วยนะภาคิน” ลุงบุญชัยกล่าวพลางตบไหล่ภาคินเบาๆ “ในที่สุดเธอก็มีครอบครัวเป็นของตัวเองเสียที” “ขอบคุณครับลุง” ภาคินยิ้ม “ผมก็ดีใจครับ” “แล้วก็ยินดีด้วยนะหนูริน” คุณหญิงบุษบา พี่สาวของภาคินกล่าว “ดูแลน้องภาคินให้ดีนะ” “ค่ะคุณป้า” รินลดากล่าว “ดิฉันจะทำให้เต็มที่ค่ะ” มีเพียงคุณหญิงอรทัยเท่านั้นที่ยังคงนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่างานหมั้นนี้เป็นเพียงพิธีการที่เธอต้องเข้าร่วมเท่านั้น “แม่ครับ” ภาคินเดินเข้าไปหา “แม่ดูไม่ค่อยมีความสุขเลยนะครับ” “ฉันก็ดีใจของฉันอยู่แล้ว” คุณหญิงอรทัยกล่าวเสียงเย็น “แต่เธอเองน่ะ ดูมีความสุขมากเกินไปนะ” “ผมรักรินลดานะครับแม่” ภาคินกล่าว “ผมอยากให้แม่เข้าใจ” “เข้าใจอะไร” คุณหญิงอรทัยถาม “เข้าใจว่าลูกกำลังจะเลือกผู้หญิงที่ไม่เหมาะสมมาเป็นสะใภ้ของแม่เนี่ยนะ” “แม่ครับ” ภาคินถอนหายใจ “ผมไม่อยากให้แม่พูดแบบนี้” “แล้วฉันจะให้พูดว่ายังไง” คุณหญิงอรทัยเชิดหน้า “จะให้ฉันไปยกย่องเธออย่างนั้นเหรอ” “ผมขอร้องนะครับแม่” ภาคินอ้อนวอน “อย่าให้เรื่องนี้มาทำให้เราสองคนต้องทะเลาะกันอีกเลย” คุณหญิงอรทัยมองหน้าลูกชาย ก่อนจะถอนหายใจ “ก็ได้ๆ ฉันก็แค่พูดไปตามความรู้สึกของฉัน” “ผมรู้ครับแม่” ภาคินกล่าว “แต่ผมหวังว่าแม่จะลองเปิดใจให้รินลดานะครับ” “เรื่องนั้น ค่อยว่ากัน” คุณหญิงอรทัยกล่าว “ตอนนี้ ไปดูแลแขกของเธอไป” ภาคินพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปหาครอบครัวของเขา เขารู้ดีว่าการที่จะทำให้มารดายอมรับรินลดา คงไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วงเวลาต่อมา รินลดากำลังยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอ “ดีใจด้วยนะริน” แพรวพราวกล่าว “ในที่สุดเธอก็จะได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก” “ขอบคุณนะแพรว” รินลดากล่าว “ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาไม่ได้” “อย่าพูดอย่างนั้นสิ” แพรวพราวโอบไหล่รินลดา “เราก็เพื่อนกันนี่นา” “แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงคุณหญิงอรทัยอยู่นะ” รินลดากล่าว “ท่านดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบฉันเลย” “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” แพรวพราวปลอบ “คุณภาคินเขารักเธอจะตายไป คุณหญิงท่านต้องยอมรับเธอสักวันแหละ” “ฉันก็หวังอย่างนั้นนะ” รินลดากล่าว ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงกระซิบกระซาบดังมาจากกลุ่มแขกผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่ง “เธอเห็นไหม ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” “เห็นสิ หน้าตาดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่เลย” “ใช่ๆ แถมยังดูจนๆ อีกต่างหาก มาแต่งงานกับคุณภาคินได้ยังไง” “สงสัยคงมีดีอะไรสักอย่างล่ะมั้ง” รินลดารู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นราดลงมาบนศีรษะ เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา แพรวพราวเองก็ได้ยินเช่นกัน เธอหันไปมองรินลดาด้วยความเป็นห่วง “ช่างเขาเถอะริน” แพรวพราวพูด “คนพวกนี้ก็ชอบพูดไปเรื่อย” “ไม่เป็นไรค่ะ” รินลดากล่าว “ดิฉันไม่ถือสา” แต่ในใจของเธอ กลับรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน เธอไม่เคยถูกดูถูกหรือวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้มาก่อน “เราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า” แพรวพราวชวน “จะได้ไม่ต้องมาฟังคนพวกนั้นนินทา” “ค่ะ” รินลดากล่าว ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไป ก็มีชายวัยกลางคนท่าทางมีอิทธิพลเดินเข้ามาหา “คุณรินลดายินดีด้วยนะ” เขาพูด “ผมชื่อสมชาย เป็นเพื่อนสนิทกับคุณภาคิน” “ขอบคุณค่ะ คุณสมชาย” รินลดากล่าว “ผมได้ยินมาว่าคุณกับภาคินรู้จักกันมานานแล้ว” สมชายกล่าว “แต่ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย” “เราเพิ่งคบกันไม่นานค่ะ” รินลดากล่าว “อ๋อ เหรอ” สมชายยิ้ม “แต่ผมเห็นภาคินดูสนิทสนมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งนะ” รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขา “หมายถึงใครคะ” “ก็... คุณพิมพ์ลดาไง” สมชายกล่าว “เธอเป็นเลขาส่วนตัวของภาคิน เขาดูสนิทกันมากเลยนะ” คำว่า ‘พิมพ์ลดา’ ทำให้รินลดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน “คุณสมชายพูดจริงเหรอคะ” แพรวพราวถาม “จริงสิ” สมชายยืนยัน “ผมเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ” “บางทีคุณสมชายอาจจะจำผิดคนก็ได้ค่ะ” รินลดากล่าว พยายามซ่อนความรู้สึกไม่สบายใจ “ไม่หรอก” สมชายส่ายหน้า “ผมจำไม่ผิดแน่ๆ ภาคินดูมีความสุขมากเวลาอยู่กับเธอ” รินลดารู้สึกใจคอไม่ดี เธอพยายามยิ้มให้สมชาย “ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ” “ไม่เป็นไร” สมชายกล่าว “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะ” หลังจากสมชายเดินจากไป รินลดาก็หันไปมองแพรวพราว “พิมพ์ลดา...” รินลดาทวนชื่อนั้นเบาๆ “ใครคือพิมพ์ลดา” “ฉันก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เหมือนกัน” แพรวพราวกล่าว “แต่คำพูดของคนพวกนั้นมันก็ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้” “คิดถึงเรื่องอะไร” รินลดากล่าว “ก็... คุณภาคินอาจจะมีคนอื่นอยู่แล้วก็ได้” แพรวพราวพูดอย่างระมัดระวัง “แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนะ” รินลดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอพยายามบอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้า แต่คำพูดเหล่านั้น มันกลับฝังแน่นอยู่ในหัวของเธอ “ไม่หรอก” รินลดากล่าว “ภาคินรักฉัน” “ฉันก็หวังอย่างนั้นนะ” แพรวพราวกล่าว “แต่บางที... เราก็ควรจะระวังตัวไว้บ้าง” ช่วงเวลาที่เหลือของงานหมั้น รินลดาก็รู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา เธอพยายามยิ้ม พยายามพูดคุยกับแขกเหรื่อ แต่ภาพของพิมพ์ลดา และคำพูดของสมชาย ก็วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เมื่อกลับถึงบ้าน รินลดาก็พบว่าภาคินกำลังรอเธออยู่ “เป็นไงบ้างครับวันนี้” ภาคินถามพลางโอบไหล่เธอ “เหนื่อยไหม” “นิดหน่อยค่ะ” รินลดากล่าว “คุณแม่เป็นไงบ้างครับ” ภาคินถาม “ท่านก็... ปกติค่ะ” รินลดากล่าว “ผมรู้ว่าคุณแม่คงไม่ได้ทำให้คุณสบายใจ” ภาคินกล่าว “แต่ผมจะพยายามคุยกับท่านอีกครั้งนะครับ” “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” รินลดากล่าว “ดิฉันไม่เป็นไร” แต่ในใจของเธอ กลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เธออยากจะถามภาคินเกี่ยวกับพิมพ์ลดา แต่เธอก็กลัว กลัวว่าคำตอบที่ได้ยิน จะทำให้เธอเสียใจมากกว่าเดิม “ภาคินคะ” รินลดากล่าว “คุณเคยมี... แฟนเก่ามาก่อนไหมคะ” ภาคินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “เคยครับ แต่ก็นานมาแล้ว” “แล้ว... คุณยังติดต่อกับเขาอยู่ไหมคะ” รินลดากล่าวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ภาคินมองหน้ารินลดา เขาจับมือเธอไว้แน่น “ไม่ครับ” เขาตอบ “ตอนนี้ ผมมีแค่คุณคนเดียว” คำตอบของภาคินทำให้รินลดารู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่เธอก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ ความรู้สึกระแวงที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

5,157 ตัวอักษร