ตอนที่ 4 — แผนซ้อนแผนของมินตรา
มินตรานั่งตรงข้ามรินดาในห้องอาหารหรู ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน กลับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้ภายใต้ความใสซื่อนั้น รินดาพยายามอย่างยิ่งที่จะทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าทุกนาทีที่อยู่ต่อหน้าหญิงสาวคนนี้จะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและไม่ไว้วางใจก็ตาม “คุณภาคินไปไหนคะ” รินดาถามอีกครั้ง พยายามเปลี่ยนเรื่องราว
“เขาคงมีธุระค่ะ” มินตราตอบอย่างรวดเร็ว “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ต่อไปนี้เราก็จะอยู่ที่นี่ด้วยกัน”
“อยู่ที่นี่?” รินดาถามด้วยความประหลาดใจ “คุณมินตราจะย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”
“ใช่ค่ะ” มินตราหัวเราะเบาๆ “คุณภาคินอยากให้ฉันมาดูแลน้องรินดาค่ะ”
“ดูแล?” รินดาพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เธอรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง “ฉันคิดว่าฉันดูแลตัวเองได้นะคะ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” มินตราโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เราเป็นเหมือนพี่น้องกันแล้วนะ”
“ค่ะ” รินดาตอบรับสั้นๆ เธอพยายามตักอาหารเข้าปาก แต่กลับรู้สึกว่าทานอะไรไม่ลงเลย
“เมื่อคืนนี้เป็นไงบ้างคะ” มินตราถาม ดวงตาฉายแววอยากรู้ “คุณภาคิน...เขาเป็นคนยังไง”
“เขาก็...ปกติค่ะ” รินดาพยายามตอบเลี่ยงๆ “เย็นชาดี”
“อ้อ” มินตราพยักหน้า “เขาเป็นแบบนี้แหละค่ะ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนใจดีนะ”
“ใจดี?” รินดาเลิกคิ้วขึ้น “ฉันไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย”
“คุณยังไม่รู้จักเขาดีพอเท่านั้นเองค่ะ” มินตรากล่าว “เดี๋ยวคุณก็จะชินไปเอง”
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ มินตราก็เสนอตัวที่จะพาชมรอบๆ คฤหาสน์ รินดารู้สึกว่าไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากจะตอบตกลงไป “บ้านหลังนี้ใหญ่มากเลยนะคะ” รินดาเอ่ยปากชมขณะที่เดินตามมินตราไป
“ใช่ค่ะ คุณภาคินชอบความโอ่อ่า” มินตราตอบ “แต่เขาไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่บ่อยนัก ส่วนมากจะติดพันธุรกิจ”
“ธุรกิจของเขาเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ” รินดาถามอย่างไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย
มินตราชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มตอบ “ก็...เป็นธุรกิจทั่วไปน่ะค่ะ มีหลายอย่าง” เธอพยายามเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ “แต่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร เขาก็ทุ่มเทกับมันมากจริงๆ”
รินดาเอะใจกับการตอบของมินตรา แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากนัก เธอเดินตามมินตราไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา “ห้องนี้เป็นห้องทำงานของคุณภาคินค่ะ” มินตราเปิดประตูเข้าไป “ปกติจะมีคนทำความสะอาดอยู่เสมอ แต่ช่วงนี้เขาให้ปิดไว้”
รินดามองเข้าไปในห้องทำงาน เห็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอกสารกองโต มีรูปถ่ายของภาคินกับมินตราวางประดับอยู่บนโต๊ะ เป็นรูปที่ทั้งคู่ยิ้มแย้มให้กันดูสนิทสนมราวกับคู่รักจริงๆ รินดาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นผ่านหัวใจ เธอกลั้นใจเดินเข้าไปสำรวจห้อง
“คุณภาคินชอบอ่านหนังสือมากค่ะ” มินตราชี้ไปยังชั้นหนังสือสูงที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายแนว “เขามักจะใช้เวลาอยู่ที่นี่หลายชั่วโมง”
รินดาเดินไปที่ชั้นหนังสือ เธอหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดู เป็นนวนิยายรักโรแมนติกที่ดูเก่าหน่อย ปกแข็งสีน้ำเงินเข้ม แต่เมื่อเธอเปิดเข้าไป กลับพบว่ามีข้อความเขียนด้วยลายมือของภาคินอยู่ด้านใน
‘แด่มินตราที่รัก ยิ่งกว่าชีวิต’
หัวใจของรินดาบีบรัดอย่างแรง เธอวางหนังสือเล่มนั้นลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนมีมีดกรีดแทงเข้ามาในอก ภาพความสัมพันธ์อันหวานชื่นระหว่างภาคินกับมินตราที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
“เป็นอะไรไปคะน้องรินดา” มินตราชวนเข้ามาถาม “ดูหน้าซีดๆ นะ”
“เปล่าค่ะ” รินดาพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติ “แค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยค่ะ”
“งั้นเรากลับไปพักผ่อนดีกว่านะคะ” มินตราเสนอ “เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านเตรียมยาเตรียมน้ำไว้ให้”
ตลอดทั้งวัน รินดารู้สึกเหมือนตกอยู่ในวังวนของการถูกจับตามอง มินตราคอยตามติดเธอไปทุกหนทุกแห่ง ชวนคุย ชวนหัวเราะ ราวกับเป็นพี่สาวแสนดีที่รักและเป็นห่วงน้องสาวคนหนึ่ง แต่รินดากลับรู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจบางอย่างในแววตาของมินตรา มันคือความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม
“คืนนี้คุณภาคินจะกลับมานะคะ” มินตราบอกขณะที่พวกเธอกำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่าย “เขาอยากจะคุยกับคุณเรื่องการจัดการภายในคฤหาสน์”
“จัดการภายใน?” รินดาถาม “ฉันไม่เข้าใจค่ะ”
“ก็เรื่องต่างๆ ในบ้านน่ะค่ะ” มินตราอธิบาย “คุณจะได้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องดูแล แล้วก็...จะได้มีอะไรทำ ไม่เบื่อ”
รินดารู้สึกเหมือนถูกต้อนเข้ามุม เธอไม่อยากมีส่วนร่วมอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร “ฉัน...ไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้น่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” มินตราจับมือของรินดาไว้ “ฉันจะช่วยคุณเอง เราจะทำทุกอย่างไปด้วยกัน”
คำพูดนั้นฟังดูดี แต่รินดากลับรู้สึกถึงความกดดันบางอย่าง ราวกับว่ามินตรากำลังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือในการควบคุมบางสิ่งบางอย่าง
เมื่อถึงช่วงเย็น ภาคินก็กลับมาจริงๆ เขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยท่าทีที่ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ รินดาเห็นเขาก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เธอพยายามหลบสายตาคมกริบของเขา
“กลับมาแล้วครับ” ภาคินกล่าวเสียงเรียบ
“ดีจังเลยค่ะ” มินตราลุกขึ้นเดินเข้าไปหาภาคิน “ฉันรอคุณอยู่นะคะ”
“มีอะไรที่คุณต้องการจะคุยกับเธอเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” มินตราหันมาถามรินดา “ฉันจะได้ไปจัดการอย่างอื่น”
“ผมอยากคุยกับเธอเรื่องการเตรียมงาน” ภาคินตอบ “เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
“ได้เลยค่ะ” มินตราตอบอย่างรวดเร็ว “ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อมินตราเดินจากไป บรรยากาศในห้องก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้น รินดาพยายามหลบสายตาภาคิน รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
“คุณนั่งลงสิ” ภาคินกล่าว น้ำเสียงยังคงเย็นชา “ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”
รินดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวยาวตรงข้ามเขา “เรื่องอะไรคะ”
“งานแต่งงานของเรา” ภาคินพูดตรงๆ “คุณต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าคุณมีความสุขกับมัน”
“ฉันจะพยายามค่ะ” รินดาตอบเสียงแผ่ว
“พยายาม?” ภาคินเลิกคิ้วขึ้น “ผมไม่ต้องการแค่คำว่าพยายาม ผมต้องการความจริง”
“ความจริงที่ว่าฉันถูกบังคับให้มาอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอคะ” รินดาเผลอหลุดปากออกไป
ภาคินจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “คุณคิดว่ามันคือความจริงอย่างนั้นเหรอ”
“มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นี่คะ” รินดาตอบ “คุณเองก็รู้”
“ผมรู้ว่าสถานการณ์มันเป็นอย่างไร” ภาคินกล่าว “แต่การแสดงออกก็สำคัญเช่นกัน”
“แล้วผมควรจะแสดงออกอย่างไรคะ” รินดาถาม “ในเมื่อฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย”
“คุณต้องทำให้มันดูเหมือนว่าคุณรักผม” ภาคินพูด “คุณต้องทำให้มินตราเชื่อ”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจรินดา เธอเงยหน้าขึ้นมองภาคินด้วยความตกใจ “คุณ...คุณหมายความว่ายังไงคะ”
“คุณเป็นเมียของผมตอนนี้” ภาคินกล่าว “และคุณต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
“แต่...มินตรา...” รินดาพยายามจะพูด
“มินตราก็แค่คู่หมั้นตัวปลอม” ภาคินพูดขึ้น “เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”
“แต่คุณก็ยังรักเธอไม่ใช่เหรอคะ” รินดาถามอย่างตัดพ้อ “ฉันเห็นรูปของคุณกับเธอ”
ภาคินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก “ความรักน่ะเหรอ รินดา ผมไม่รู้จักคำนั้น”
คำตอบของภาคินยิ่งทำให้รินดารู้สึกสับสนและเจ็บปวด เธอไม่รู้เลยว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่
5,587 ตัวอักษร