รักแรกของผู้ชายใจหิน

ตอนที่ 13 / 34

ตอนที่ 13 — ความลับของอดีตคนรัก

"ผมดีใจที่... คุณพิมพ์ชนกเข้าใจ" นพดนัยกล่าว เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย ขณะที่เขาตักอาหารใส่จานให้พิมพ์ชนก "จริงๆ แล้ว ผมไม่ค่อยได้พาใครมาที่นี่เท่าไหร่" พิมพ์ชนกมองใบหน้าของเขาที่สะท้อนแสงไฟสลัวในห้องอาหาร รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น "หนูรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ" เธอตอบพลางยิ้มบางๆ "แล้ว... ที่นี่มีใครอยู่บ้างคะ นอกจากคุณกันต์" "มีแม่บ้านและคนสวนครับ" นพดนัยอธิบาย "แม่บ้านชื่อป้าสมศรี เป็นคนดูแลบ้านมานานแล้ว ตั้งแต่ผมยังเด็ก ท่านใจดีมาก และเหมือนเป็นแม่คนที่สองของผมเลยก็ว่าได้ ส่วนคนสวนก็มีสองคน ช่วยกันดูแลสวนสวยๆ แห่งนี้" "ฟังดูอบอุ่นจังเลยค่ะ" พิมพ์ชนกเอ่ย พลางนึกภาพบ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนอันเป็นที่รัก "คุณกันต์คงสนิทกับป้าสมศรีมากสินะคะ" "มากครับ" นพดนัยพยักหน้า "ท่านเห็นผมเติบโตมากับตา เวลามีปัญหาอะไร ผมก็มักจะปรึกษาท่านเสมอ ท่านเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังได้" บทสนทนาของทั้งสองลื่นไหลไปเรื่อยๆ การทานอาหารค่ำในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ ไม่ได้ทำให้พิมพ์ชนกรู้สึกอึดอัดอย่างที่เคยคิดไว้ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้พูดคุยกับนพดนัยในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวเช่นนี้ "คุณลี นักลงทุนจากสิงคโปร์ ดูเหมือนจะประทับใจไร่ของเรามากเลยนะคะ" พิมพ์ชนกกล่าวขึ้น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ "หนูดีใจที่คุณกันต์ได้เจอโอกาสดีๆ แบบนี้" "ครับ" นพดนัยพยักหน้า "คุณลีมีความคิดเห็นที่น่าสนใจหลายอย่าง ผมคิดว่าการร่วมมือครั้งนี้จะนำพาไร่แสงดาวไปได้ไกลกว่าเดิม" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ "แล้วคุณล่ะ พิมพ์ชนก มีความเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับแผนการขยายพื้นที่เพาะปลูกผลไม้เมืองร้อน" พิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมสติ "เอ่อ... ในเชิงวิชาการ หนูคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากค่ะ การเพิ่มผลผลิตในส่วนนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยง และเพิ่มรายได้ให้กับไร่ได้มาก" เธอเว้นวรรค "แต่... หนูเป็นห่วงเรื่องการจัดการศัตรูพืชและวัชพืชจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราจะใช้วิธีเกษตรอินทรีย์ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจและความใส่ใจเป็นพิเศษ" นพดนัยพยักหน้าเห็นด้วย "ผมเข้าใจความกังวลของคุณ" เขาเอ่ย "จริงๆ แล้ว ผมก็กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่พอดี" "ถ้าอย่างนั้น... หนูยินดีช่วยค่ะ" พิมพ์ชนกเสนอตัวทันที "หนูพอจะมีความรู้และประสบการณ์ด้านนี้อยู่บ้างค่ะ" นพดนัยมองใบหน้าของเธอด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ "คุณแน่ใจนะ" เขาถาม "งานนี้อาจจะหนักมากนะ" "หนูไม่กลัวงานหนักค่ะ" พิมพ์ชนกยิ้ม "หนูอยากจะพิสูจน์ตัวเอง และอยากให้ไร่แสงดาวเติบโตอย่างแข็งแกร่งค่ะ" "ดีมาก" นพดนัยกล่าว "ผมจะให้ทีมงานเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้คุณ เรามาลุยไปด้วยกัน" หลังจากอาหารค่ำเสร็จสิ้น นพดนัยพาพิมพ์ชนกเดินเล่นรอบๆ บริเวณบ้าน เขาชี้ให้เธอดูสวนดอกไม้ที่เขาตั้งใจปลูกด้วยตัวเอง และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้แต่ละต้นที่เขารัก "ต้นกุหลาบพวกนี้เป็นของขวัญวันเกิดจากแม่ผมครับ" นพดนัยกล่าวพลางลูบกลีบกุหลาบสีแดงสด "ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ผมชอบแอบมานั่งเล่นตรงนี้เสมอ มันเป็นที่เดียวที่ผมรู้สึกสงบและมีความสุขที่สุด" พิมพ์ชนกเงียบฟัง รู้สึกราวกับกำลังได้มองเห็นอีกมุมหนึ่งของนพดนัย มุมที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความทรงจำอันงดงาม "คุณกันต์เป็นคนรักครอบครัวมากเลยนะคะ" เธอเอ่ย "ผมพยายามจะเป็นครับ" นพดนัยตอบ "ชีวิตผมเคยผ่านเรื่องราวมามากมาย บางครั้งก็ทำให้ผมแข็งกระด้าง" เขาหันมามองพิมพ์ชนก "แต่พอได้มาอยู่ที่นี่ ได้มองดูต้นไม้ใบหญ้า ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองอ่อนโยนลง" "หนูเข้าใจค่ะ" พิมพ์ชนกพยักหน้า "ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาจริงๆ ค่ะ" เมื่อได้เวลาอันสมควร นพดนัยก็ขับรถมาส่งพิมพ์ชนกที่บ้านพักของเธอ "วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะคุณกันต์" พิมพ์ชนกกล่าวด้วยรอยยิ้ม "หนูได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ" "ผมก็เช่นกันครับ" นพดนัยตอบ "ผมดีใจที่ได้พาคุณมาที่นี่" ดวงตาของเขาสบประสานกับดวงตาของเธอ "แล้ว... ถ้าคุณไม่ติดอะไร ผมอยากจะชวนคุณไปอีกนะครับ" พิมพ์ชนกรู้สึกใจเต้นแรงกับคำชวนนั้น "หนู... หนูยินดีค่ะ" เธอตอบเสียงเบา นพดนัยยิ้มกว้าง "ดีเลยครับ" เขากล่าว "ผมจะบอกคุณอีกทีนะครับ" เมื่อนพดนัยขับรถจากไป พิมพ์ชนกก็ยังคงยืนอยู่ที่หน้าบ้าน เธอถอนหายใจยาว รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยังคงค้างอยู่ในใจ การได้เห็นบ้านของเขา ได้ฟังเรื่องราวส่วนตัวของเขา ได้เห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของเขา ทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่า ทำไมผู้ชายที่เคยเป็นเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ถึงได้มีหัวใจที่อ่อนไหวซ่อนอยู่ภายใน

3,604 ตัวอักษร