เมียทดลองของเจ้าของโรงแรม

ตอนที่ 23 / 41

ตอนที่ 23 — ความหวังที่สั่นคลอนในหัวใจ

หลังจากธามปลีกตัวออกไป มินตรากับพราวรุ้งก็นั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ ความเงียบที่เคยอึดอัดในตอนแรก บัดนี้กลับกลายเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มินตราพิงศีรษะกับพนักพิงโซฟา ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นสวนกุหลาบที่เคยสดใส บัดนี้ดูเหมือนจะหม่นหมองไปตามอารมณ์ของเธอ “คุณพราวรุ้งคะ” มินตราเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน “คุณ... คุณรู้สึกยังไงบ้าง กับเรื่องที่เกิดขึ้น?” พราวรุ้งมองมินตราอย่างสงสัย “คุณหมายถึงเรื่องอะไรคะ?” “ก็... เรื่องพ่อของฉัน กับแม่ของธาม” มินตราตอบ “คุณ... เคยรู้จักแม่ของธามมาก่อนหรือเปล่าคะ?” พราวรุ้งนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยพบท่านมาก่อนเลย ฉันรู้จักธามจากการทำงานที่โรงแรมของเรา และรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของเจ้าของโรงแรม แต่เรื่องราวส่วนตัวของครอบครัวเขา ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย” “แล้ว... คุณคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้... มันจะจบลงยังไง?” มินตราถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ “ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ” พราวรุ้งยอมรับตามตรง “แต่ฉันหวังว่า... ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี” “ทางที่ดี...” มินตราพึมพำ “มันจะเป็นไปได้เหรอคะ? เมื่อความจริงมันโหดร้ายขนาดนี้” “บางครั้ง... ความจริงที่โหดร้าย ก็อาจจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าก็ได้นะคะ” พราวรุ้งกล่าว “คุณมินตราคะ ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังเจ็บปวด แต่คุณต้องลองมองไปข้างหน้า” “มองไปข้างหน้า...” มินตราหลับตาลง “ฉันพยายามแล้วค่ะ แต่ภาพของพ่อ... ภาพของความลับที่ท่านเก็บไว้ มันหลอกหลอนฉันไปหมด” “คุณต้องให้เวลากับตัวเองนะคะ” พราวรุ้งบอก “แล้วก็... ลองเปิดใจรับฟังธามดูนะคะ ฉันเห็นว่าเขาเป็นห่วงคุณมากจริงๆ” “ฉันรู้ค่ะ” มินตราถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าธามไม่ได้มีเจตนาจะหลอกฉัน แต่... ความสัมพันธ์ของเรา มันเริ่มต้นขึ้นจากความไม่จริง” “ความสัมพันธ์มันเปลี่ยนแปลงกันได้เสมอค่ะ” พราวรุ้งปลอบ “สิ่งสำคัญคือปัจจุบัน และอนาคต” “แล้ว... คุณพราวรุ้งคะ” มินตราหันมามองพราวรุ้งตรงๆ ดวงตาฉายแววขอความช่วยเหลือ “คุณ... เคยรักใครมากๆ แบบหมดหัวใจไหมคะ?” คำถามของมินตราทำให้พราวรุ้งชะงักไปเล็กน้อย เธอคิดถึงธาม คิดถึงความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ แต่เธอก็รู้ว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา “เคยค่ะ” เธอตอบเสียงเบา “เคยรัก... แล้วก็เคยเจ็บปวด” “แล้ว... ถ้าคนที่คุณรัก... ดันมีอดีตที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับครอบครัวของคุณ... คุณจะทำยังไงคะ?” มินตราถามต่อ พราวรุ้งมองเข้าไปในดวงตาของมินตรา เธอเห็นความหวังและความสิ้นหวังปะปนกันอยู่ “ฉัน... ฉันคงต้องพยายามทำความเข้าใจค่ะ” เธอตอบอย่างระมัดระวัง “และฉันคงต้องดูว่า... ความรักของเรา มันแข็งแกร่งพอที่จะผ่านอุปสรรคไปได้ไหม” “แล้วถ้า... ถ้าความรักนั้น... มันกำลังจะถูกพรากไปเพราะความเข้าใจผิด หรือเพราะอดีตที่มองไม่เห็น...” มินตราเสียงสั่นเครือ “ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ...” พราวรุ้งสูดลมหายใจลึกๆ “ฉันคงต้องพยายามอย่างที่สุดค่ะ เพื่อรักษาความรักนั้นไว้” “แล้วถ้า... สู้จนถึงที่สุดแล้ว... มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ?” มินตราถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้อแท้ พราวรุ้งเอื้อมมือไปกุมมือมินตราไว้ “มินตราคะ ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ... คุณก็ต้องยอมรับมันค่ะ แล้วก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน” เธอพยายามปลอบ “แต่ตอนนี้... มันยังไม่ถึงวันนั้นนะคะ” มินตราพยักหน้าเบาๆ เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ที่ได้มีเพื่อนคอยรับฟังและให้กำลังใจ “ขอบคุณนะคะ คุณพราวรุ้ง” “ไม่เป็นไรค่ะ” พราวรุ้งยิ้มให้ “เราคือเพื่อนกัน” ช่วงเวลาต่อมา ธามก็กลับเข้ามา เขาเห็นมินตราเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย ก็รู้สึกโล่งใจ “เป็นไงบ้างครับ?” เขาถาม “ก็... ค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ” มินตราตอบ “ขอบคุณนะคะที่ให้เวลาฉัน” “ไม่ต้องห่วงครับ” ธามยิ้ม “ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ” เขาหันไปมองพราวรุ้ง “คุณพราวรุ้ง คงเหนื่อยแย่เลยนะครับ” “นิดหน่อยค่ะ” พราวรุ้งตอบ “แต่ไม่เป็นไร” “ผมว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่าไหมครับ?” ธามเสนอ “จะได้ไม่คิดมาก” มินตราส่ายหน้า “ฉันยังไม่อยากทานอะไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ธามกล่าว “ถ้าคุณอยากพักผ่อน ก็พักผ่อนไปก่อน ผมกับคุณพราวรุ้งจะออกไปทานอะไรข้างนอก” “คุณจะไปจริงๆ เหรอคะ?” มินตราถาม “ครับ” ธามตอบ “คุณอยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหม?” มินตรามองหน้าธาม แล้วก็มองไปที่พราวรุ้ง “ไม่ค่ะ” เธอตอบ “ฉันอยากให้คุณ... ไปกับคุณพราวรุ้ง” คำพูดของมินตราทำให้ทั้งธามและพราวรุ้งแปลกใจ ธามมองมินตราอย่างไม่เข้าใจ “คุณแน่ใจนะ?” “แน่ใจค่ะ” มินตราพยักหน้า “ฉัน... ฉันอยากให้คุณสองคน... ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน” พราวรุ้งมองมินตราด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมินตราถึงพูดแบบนี้ แต่ก็ไม่อยากถามอะไรให้มากความ “ถ้ามินตราแน่ใจ ฉันก็โอเคนะคะ” ธามมองมินตราอีกครั้ง เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอ แม้จะยังมีความเศร้าปะปนอยู่ก็ตาม “ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้น... ผมจะไปนะครับ” เขาหันไปหาพราวรุ้ง “เราไปกันเถอะ” ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มินตราอยู่ตามลำพังอีกครั้ง เธอเอนหลังพิงโซฟา หลับตาลง พยายามรวบรวมสติเพื่อรับมือกับความจริงอันโหดร้ายที่กำลังถาโถมเข้ามา แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้สึกแปลกประหลาด เมื่อเธอเลือกที่จะผลักดันให้ธามกับพราวรุ้งเข้าหากัน ราวกับว่าเธอได้ยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้ว

4,130 ตัวอักษร