ตอนที่ 7 — การเดินทางไปโรงพยาบาล
อรินดาพยักหน้ารับคำสั่งของแม่บ้าน เธอเดินกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง นั่งลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าของเธอสะท้อนในกระจก ดวงตาฉายแววความกังวลระคนเศร้าสร้อย การได้พบแม่เป็นสิ่งที่เธอรอคอยมาตลอด แต่ในขณะเดียวกัน ความกลัวก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในใจ เธอไม่แน่ใจว่าแม่จะจำเธอได้หรือไม่ หรือสภาพของแม่จะเป็นอย่างไรบ้าง
"คุณภาคินเตรียมรถไว้ให้แล้วค่ะ" เสียงของแม่บ้านดังขึ้นอีกครั้ง "ท่านบอกว่าให้คุณอรินดารีบไปนะคะ"
อรินดาลุกขึ้นยืน หายใจลึกๆ พยายามข่มความรู้สึกว้าวุ่นใจเอาไว้ เธอหยิบกระเป๋าถือใบเล็กที่วางอยู่บนเตียง แล้วเดินตามแม่บ้านออกไปจากห้องนอน
รถยนต์หรูสีดำสนิทจอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ คนขับรถซึ่งเป็นคนคุ้นหน้าเมื่อวานนี้เปิดประตูหลังให้เธอ อรินดาทรุดตัวลงนั่งบนเบาะหนังอย่างนุ่มสบาย ความเงียบปกคลุมภายในรถ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแผ่วเบา เธอเอนหลังพิงเบาะ มองออกไปนอกหน้าต่าง รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบริเวณคฤหาสน์ มุ่งหน้าสู่จุดหมายที่เธอทั้งปรารถนาและหวาดหวั่น
ระหว่างทาง อรินดาพยายามรวบรวมสติ ภาพใบหน้าอ่อนโยนของแม่ฉายชัดเข้ามาในความคิด เธอจำได้ถึงเสียงหัวเราะใสๆ รอยยิ้มที่อบอุ่น ทุกครั้งที่นึกถึงก็เหมือนมีพลังงานบางอย่างหล่อเลี้ยงหัวใจ แต่แล้วภาพเหล่านั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความทรงจำอันเลือนรางของวันที่แม่เริ่มป่วย แม่ซูบผอมลงเรื่อยๆ ดวงตาที่เคยสดใสก็เริ่มหมองเศร้า
"คุณอรินดาครับ" เสียงของคนขับรถดังขึ้น ดึงเธอออกจากภวังค์
"คะ"
"ใกล้ถึงแล้วครับ"
อรินดาพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะ การเผชิญหน้ากับความเป็นจริงกำลังจะมาถึง
รถจอดสนิทหน้าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อรินดาก้าวลงจากรถ สูดอากาศเย็นชื้นของห้องแอร์เข้าไปเต็มปอด เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
"คุณภาคินรออยู่ที่ล็อบบี้ครับ" คนขับรถแจ้ง
อรินดาเดินตามเข้าไปในอาคารที่โอ่อ่า เสียงจอแจของผู้คนดังอื้ออึง เธอเงยหน้ามองป้ายบอกทางต่างๆ พยายามหาทางไปยังแผนกที่แม่ของเธอพักรักษาตัว
ไม่นานนัก เธอก็เห็นร่างสูงโปร่งของภาคินยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เขาสวมสูทสีเข้ม ดูสง่างามราวกับรูปปั้น แต่แววตาของเขากลับฉายความกังวลเล็กน้อย
"มาแล้วเหรอ" ภาคินเอ่ยทัก เมื่อเห็นอรินดาเดินเข้ามา
"ค่ะ" อรินดาตอบเสียงเบา
"ผมพาไปนะ" เขาผายมือเชิญชวน
อรินดาพยักหน้า แล้วเดินตามภาคินไป เขาเดินนำเธอไปยังลิฟต์ กดปุ่มขึ้นไปยังชั้นที่ต้องการ
"แม่เป็นยังไงบ้างคะ" อรินดาถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
ภาคินหันมามองเธอ "ก็ทรงตัวครับ คุณหมอบอกว่าอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรทรุดลง"
"ฉัน... ฉันกังวลมากเลยค่ะ"
"ผมเข้าใจ" ภาคินตอบ "แต่คุณไปเจอท่าน น่าจะดีขึ้นนะครับ"
ลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นของโรงพยาบาล บรรยากาศเงียบสงบกว่าชั้นล่างมาก มีเพียงเสียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังแว่วๆ มาเป็นระยะ อรินดาเดินตามภาคินไปตามโถงทางเดินยาว จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องหมายเลข 307
"ห้องนี้ครับ" ภาคินบอก
อรินดายืนนิ่งอยู่หน้าประตู สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลั้นใจเคาะประตู
"เข้ามาได้ค่ะ" เสียงแหบแห้งดังออกมาจากภายใน
ภาคินผลักประตูเบาๆ แล้วส่งสัญญาณให้อรินดาเข้าไปก่อน อรินดาเดินก้าวเข้าไปในห้อง แสงไฟสีนวลตาทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
หญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของท่านซีดเซียว มีเครื่องช่วยหายใจติดอยู่ ดวงตาของท่านปิดสนิท ริมฝีปากแห้งผาก อรินดาแทบไม่กล้าหายใจเมื่อเห็นภาพนั้น
"คุณแม่คะ" เสียงของอรินดาแหบพร่า
หญิงชราบนเตียงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของท่านดูเลื่อนลอยในตอนแรก ก่อนจะค่อยๆ จับจ้องมาที่ร่างของอรินดา
"อรินดา... ลูกแม่" เสียงของท่านแผ่วเบา แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึก
น้ำตาของอรินดาไหลอาบแก้ม เธอทรุดเข่าลงข้างเตียง จับมือที่ผอมบางของแม่เอาไว้ "แม่คะ... หนูอยู่นี่แล้ว"
"แม่... คิดถึงลูกเหลือเกิน" แม่ของอรินดาเอ่ยพร้อมกับพยายามบีบมือลูกสาว
ภาคินยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขามองเห็นความรักอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่ลูกที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกผิดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ เขากำลังพยายามทำลายความสัมพันธ์อันดีงามนี้เพียงเพราะข้อตกลงงี่เง่า
"แม่... เป็นยังไงบ้างคะ" อรินดาถาม พยายามกลั้นสะอื้น
"แม่... ไม่เป็นไรมากหรอกลูก แค่... เหนื่อยหน่อย" แม่ตอบ พลางใช้มืออีกข้างลูบใบหน้าของอรินดาอย่างแผ่วเบา "ดีใจนะ... ที่ลูกกลับมา"
"หนูจะไม่ไปไหนอีกแล้วค่ะแม่" อรินดาให้คำมั่น "หนูจะอยู่ดูแลแม่เอง"
"แต่... ลูกต้องมีความสุขนะ" แม่มองหน้าลูกสาวอย่างห่วงใย "อย่าลำบากใจอะไร"
อรินดาเงยหน้ามองแม่ ดวงตาแดงก่ำ "หนูจะมีความสุขค่ะแม่ หนูสัญญา"
ภาคินเดินเข้าไปใกล้ "สวัสดีครับคุณแม่" เขาเอ่ยทักทาย
แม่ของอรินดาหันไปมองภาคิน "นี่... ใครคะ"
"เขา... เขาคือคุณภาคินค่ะแม่" อรินดาตอบ "เขา... ช่วยเหลือหนูหลายอย่าง"
"คุณภาคิน... ขอบคุณที่ดูแลลูกสาวผมนะครับ" แม่ของอรินดาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ภาคินพยักหน้ารับ "เป็นหน้าที่ของผมครับคุณแม่" เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอรินดา ราวกับจะบอกบางอย่าง
ตลอดช่วงเวลาที่เหลือ อรินดาใช้เวลาอยู่กับแม่ของเธอ เธอเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้แม่ฟัง พยายามทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าแม่ของเธออาการไม่ดีนักก็ตาม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว คุณหมอเข้ามาตรวจอาการแม่ของอรินดา เมื่อเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้อง
"อาการของคุณแม่คงที่ครับ" คุณหมอบอกภาคิน "แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด"
"ขอบคุณครับคุณหมอ" ภาคินตอบ
อรินดาเดินออกมาส่งคุณหมอที่หน้าห้อง "ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ"
"ไม่เป็นไรครับ" คุณหมอยิ้มบางๆ "คุณแม่ต้องการกำลังใจมากในช่วงนี้"
อรินดาเดินกลับเข้าไปในห้อง เห็นแม่ของเธอกำลังจะหลับตาลง
"แม่คะ" อรินดาเดินเข้าไปหา
"ลูก... อยู่กับแม่นะ" แม่เอ่ยเสียงเบา
"ค่ะแม่ หนูจะอยู่ตรงนี้" อรินดาจับมือแม่ไว้แน่น
ภาคินยืนมองอยู่ตรงประตูห้อง เขาเห็นสีหน้าของอรินดาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่มีต่อแม่ ความรู้สึกผิดบาปในใจยิ่งทวีคูณขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่
"ผมคิดว่าคุณอรินดาควรจะพักผ่อนนะครับ" ภาคินเดินเข้าไปพูดกับอรินดา "เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถไปส่งกลับ"
อรินดาหันมามองภาคิน "ฉัน... ฉันอยากอยู่กับแม่ก่อนค่ะ"
"คุณแม่ยังอ่อนเพลียนะครับ" ภาคินพยายามคะยั้นคะยอ "พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้"
อรินดาลังเล เธอไม่อยากจากแม่ไปเลย แต่เธอก็รู้ว่าตัวเองเหนื่อยล้ามากแล้ว
"ก็ได้ค่ะ" เธอตอบรับอย่างเสียดาย "แม่คะ หนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะมาหาใหม่"
"ลูก... อย่าหักโหมนะ" แม่ของอรินดาเอ่ยเตือน
"ค่ะแม่" อรินดาตอบ พลางก้มลงจูบหน้าผากของแม่เบาๆ
เธอเดินตามภาคินออกจากห้องโรงพยาบาล บรรยากาศภายในรถเงียบกว่าขามา อรินดานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หัวใจยังคงเต็มไปด้วยความกังวล
"เป็นยังไงบ้าง" ภาคินถามขึ้น
"ก็... ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ" อรินดาตอบ "แต่แม่ก็ยังอ่อนแอมาก"
"คุณหมอบอกว่ากำลังใจสำคัญที่สุด" ภาคินพูด
"ค่ะ"
"พรุ่งนี้... ผมจะพาคุณไปอีก"
อรินดาหันมามองเขา "จริงเหรอคะ"
"อืม" ภาคินตอบรับ "ถือว่าเป็นการเยี่ยมไข้ก็แล้วกัน"
อรินดาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ความรู้สึกดีใจที่ได้ยินคำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเล็กน้อย
"ขอบคุณนะคะคุณภาคิน"
"ไม่ต้องขอบคุณ" เขาตอบ "เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่"
คำว่า "ครอบครัวเดียวกัน" ทำให้หัวใจของอรินดาปั่นป่วนอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไรกันแน่
5,811 ตัวอักษร