ตอนที่ 13 — คำขอโทษจากใจสู่ใจ
“จริงๆ แล้ว ผมได้ติดต่อกับคุณต้นมาตลอด” เขาพูดต่อขณะที่มือยังคงลูบไล้แผ่นหลังของเธอเบาๆ “ผมขอให้เขาช่วยดูแลคุณและคุณพ่อเท่าที่จะทำได้ และผมก็พยายามหาทางช่วยเหลือคุณในแบบของผมเอง”
อัญมณีเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงก่ำ “คุณต้นรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ”
“รู้ครับ” เขาพยักหน้า “เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมด ผมเชื่อใจเขา”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันตรงๆ ล่ะคะ” เสียงของเธอเจือด้วยความตัดพ้อเล็กน้อย
เขาถอนหายใจ “ผมกลัวครับ ผมกลัวว่าคุณจะมองว่าผมกำลังพยายามซื้อใจคุณด้วยเงิน ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกแบบนั้น ผมอยากให้คุณรับความช่วยเหลือจากผมได้ด้วยความเต็มใจ”
“แต่... มันก็เป็นความลับที่คุณเก็บไว้คนเดียว” เธอพูดเบาๆ “ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง”
“ผมเข้าใจครับ” เขาตอบ “และผมก็ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น การตัดสินใจของผมตอนนั้นมันอาจจะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ผมเชื่อว่าผมทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสถานการณ์ในตอนนั้น”
“แล้วเรื่องเงินบริจาค... ที่โรงพยาบาล” เธอถามต่อ “มันจำนวนเท่าไหร่คะ”
เขาลังเลเล็กน้อย “มัน... มันอาจจะดูเยอะไปหน่อย”
“บอกฉันเถอะค่ะ” เธอคะยั้นคะยอ
“ผม... ผมได้บริจาคเงินทั้งหมดที่มีในบัญชีของผมไป” เขาตอบเสียงอ่อย “ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้เพื่อช่วยคุณ”
อัญมณีตาเบิกกว้าง “ทั้งหมดเลยเหรอคะ”
เขาพยักหน้า “ใช่ครับ”
“แล้วคุณ... คุณอยู่ได้อย่างไรคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมกลับไปเริ่มต้นใหม่” เขาบอก “คุณต้นช่วยผมหางานให้ ผมทำงานหนักมาก จนกระทั่งผมมีวันนี้”
“ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ” เธอพูดทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณจริงๆ”
“ผมไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนครับ” เขาบอก “ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่าผมยังรักคุณเสมอ”
“ฉันรู้ค่ะ” เธอตอบ “ฉันรักคุณนะ”
“ผมรักคุณมากเหมือนกัน” เขาพูดพลางดึงเธอเข้ามากอดแน่น “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”
“ตลอดไปค่ะ” เธอตอบ
ทั้งสองนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ความรู้สึกอันท่วมท้นเยียวยาบาดแผลในอดีต สมุดบันทึกเล่มสุดท้ายที่วางอยู่ตรงหน้า ยังคงเป็นพยานแห่งรักที่ผูกพันทั้งสองไว้ด้วยกัน
“แล้ว... คุณพ่อของฉันล่ะคะ” เธอถาม พลางนึกถึงคุณพ่อของเธอ “ท่านจะว่ายังไง”
“ผมจะไปพบท่านอีกครั้ง” เขาตอบ “ผมจะขอท่านอย่างเป็นทางการ”
“ท่านคงจะดีใจมากเลยค่ะ” เธอพูด
“ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” เขาตอบ “แต่ถึงท่านจะไม่เห็นด้วย ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่”
“ฉันเชื่อค่ะ” เธอพูดด้วยความมั่นใจ
เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง “เล่มนี้... เป็นบันทึกตอนที่คุณพ่อของคุณป่วยหนัก”
อัญมณีชะงัก เธอจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวเธอ “คุณ... คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ” เธอถาม
“ผมติดตามข่าวคราวของคุณผ่านคุณต้นอยู่เรื่อยๆ” เขาอธิบาย “พอรู้ว่าคุณพ่อของคุณไม่สบาย ผมก็พยายามจะมาหา แต่ผมก็ไม่กล้า”
“ทำไมคะ”
“ผมกลัวจะเป็นภาระ” เขาตอบ “ผมรู้ว่าคุณกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ผมไม่อยากเข้าไปทำให้คุณลำบากใจไปกว่านี้”
“แต่คุณน่าจะเข้ามานะคะ” อัญมณีบอก “ฉันต้องการกำลังใจมากในตอนนั้น”
“ผมขอโทษนะ” เขาพึมพำ “ผมมันขี้ขลาดจริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอปลอบ “อย่างน้อย... คุณก็ยังคิดถึงฉัน”
เขาเปิดอ่านบันทึก “ในบันทึกผมเขียนถึงความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ” เขาบอก “ผมเขียนว่าผมอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือคุณ”
“แล้วคุณทำอะไรบ้างคะ” เธอถาม
“ผม... ผมได้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลที่คุณพ่อของคุณ...” เขาหยุดชะงัก มองหน้าเธออย่างลังเล
“คุณ... คุณทำเพื่อฉันจริงๆ เหรอคะ” เธอถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอน” เขาตอบเสียงหนักแน่น “ผมทำเพื่อคุณจริงๆ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมยังห่วงใยคุณเสมอ แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม” อัญมณีมองหน้าเขา น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้เขาจะจากไป เขาก็ยังคงเป็นห่วงเธออยู่เสมอ “ผม... ผมไม่รู้จะพูดยังไงดีค่ะ” เธอเอ่ยเสียงสั่น “ขอบคุณนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เขาบีบมือเธอเบาๆ “ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผมยังรักคุณเสมอ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบ “ฉันรักคุณนะ”
“ผมรักคุณมากเหมือนกัน” เขาพูดพลางโน้มตัวลงจุมพิตหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”
“ตลอดไปค่ะ” เธอตอบ
ทั้งสองโอบกอดกันแน่น ปล่อยให้ความรู้สึกที่เอ่อล้นท่วมท้นหัวใจ สมุดบันทึกเก่าๆ ที่วางกองอยู่รอบตัว กลายเป็นพยานรักที่เงียบงัน แต่ทรงพลัง
“แล้ว... คุณพ่อของฉันล่ะคะ” เธอถาม พลางนึกถึงคุณพ่อของเธอ “ท่านจะว่ายังไง”
“ผมจะไปพบท่านอีกครั้ง” เขาตอบ “ผมจะขอท่านอย่างเป็นทางการ”
“ท่านคงจะดีใจมากเลยค่ะ” เธอพูด
“ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” เขาตอบ “แต่ถึงท่านจะไม่เห็นด้วย ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่”
“ฉันเชื่อค่ะ” เธอพูดด้วยความมั่นใจ
เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง “เล่มนี้... เป็นบันทึกตอนที่คุณพ่อของคุณป่วยหนัก”
อัญมณีชะงัก เธอจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวเธอ “คุณ... คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ” เธอถาม
“ผมติดตามข่าวคราวของคุณผ่านคุณต้นอยู่เรื่อยๆ” เขาอธิบาย “พอรู้ว่าคุณพ่อของคุณไม่สบาย ผมก็พยายามจะมาหา แต่ผมก็ไม่กล้า”
“ทำไมคะ”
“ผมกลัวจะเป็นภาระ” เขาตอบ “ผมรู้ว่าคุณกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ผมไม่อยากเข้าไปทำให้คุณลำบากใจไปกว่านี้”
“แต่คุณน่าจะเข้ามานะคะ” อัญมณีบอก “ฉันต้องการกำลังใจมากในตอนนั้น”
“ผมขอโทษนะ” เขาพึมพำ “ผมมันขี้ขลาดจริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอปลอบ “อย่างน้อย... คุณก็ยังคิดถึงฉัน”
เขาเปิดอ่านบันทึก “ในบันทึกผมเขียนถึงความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ” เขาบอก “ผมเขียนว่าผมอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือคุณ”
“แล้วคุณทำอะไรบ้างคะ” เธอถาม
“ผม... ผมได้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลที่คุณพ่อของคุณ...” เขาหยุดชะงัก มองหน้าเธออย่างลังเล
“คุณ... คุณทำเพื่อฉันจริงๆ เหรอคะ” เธอถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอน” เขาตอบเสียงหนักแน่น “ผมทำเพื่อคุณจริงๆ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมยังห่วงใยคุณเสมอ แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม” อัญมณีมองหน้าเขา น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้เขาจะจากไป เขาก็ยังคงเป็นห่วงเธออยู่เสมอ “ผม... ผมไม่รู้จะพูดยังไงดีค่ะ” เธอเอ่ยเสียงสั่น “ขอบคุณนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เขาบีบมือเธอเบาๆ “ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผมยังรักคุณเสมอ”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบ “ฉันรักคุณนะ”
“ผมรักคุณมากเหมือนกัน” เขาพูดพลางโน้มตัวลงจุมพิตหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”
“ตลอดไปค่ะ” เธอตอบ
ทั้งสองโอบกอดกันแน่น ปล่อยให้ความรู้สึกที่เอ่อล้นท่วมท้นหัวใจ สมุดบันทึกเก่าๆ ที่วางกองอยู่รอบตัว กลายเป็นพยานรักที่เงียบงัน แต่ทรงพลัง
5,200 ตัวอักษร