ตอนที่ 16 — คลินิกเล็กที่อบอุ่นหัวใจ
รวินท์ยืนมองดูป้ายชื่อคลินิกของตนเองที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ "คลินิกหมอรวินท์" ชื่อเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความตั้งใจจริง แพรวยืนอยู่ข้างๆ เธอยิ้มให้กำลังใจสามี "สวยค่ะคุณหมอ ดูอบอุ่นดีนะคะ"
"ขอบคุณนะแพรว" รวินท์หันมายิ้มให้ภรรยา "ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงไม่กล้าที่จะเริ่มต้นใหม่แบบนี้"
"อะไรจะพูดไปคะ" แพรวหัวเราะเบาๆ "นี่ก็เหมือนบ้านของเราอีกหลังนะคะ"
คลินิกแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนเล็กๆ ไม่ได้หรูหราเหมือนโรงพยาบาลใหญ่ แต่กลับมีบรรยากาศที่เป็นมิตรและอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ถูกเลือกสรรมาอย่างดี เน้นความสบายตา สีขาวสะอาดตัดกับสีไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ห้องรอคอยคนไข้มีของเล่นสำหรับเด็กเล็กๆ จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ และมีมุมเล็กๆ สำหรับอ่านหนังสือ
"คุณหมอคะ" เสียงน้องแพรไหมดังขึ้น เธอวิ่งเข้ามาเกาะแขนรวินท์ "ที่นี่มีที่ให้หนูเล่นด้วยไหมคะ"
"มีสิลูก" รวินท์อุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ "ที่นี่คือที่ทำงานของคุณพ่อ แต่ก็เป็นที่สำหรับทุกคนในครอบครัวของเราเหมือนกัน"
"จริงเหรอคะ!" แพรไหมตาโต เธอหันไปมองรอบๆ คลินิกด้วยความตื่นเต้น
"ใช่จ้ะ" แพรวเสริม "แล้วถ้าวันไหนคุณพ่อไม่ยุ่ง หนูอาจจะได้มานั่งทำการบ้านตรงนี้ก็ได้นะ"
"เย้!" แพรไหมโห่ร้องด้วยความดีใจ
วันแรกของการเปิดคลินิกเป็นไปด้วยความเรียบง่าย มีคนไข้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชนที่ทราบข่าวจากการบอกปากต่อปาก หรือเห็นป้ายคลินิกที่เพิ่งตั้งขึ้น รวินท์รักษาคนไข้แต่ละรายด้วยความใส่ใจและตั้งใจอย่างเต็มที่ เขาจำชื่อทุกคนได้ และพยายามทำความเข้าใจปัญหาของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง
"คุณป้าครับ อาการไอของคุณป้าดีขึ้นแล้วนะครับ" รวินท์กล่าวกับคุณป้าวัยกลางคนคนหนึ่งที่มาตรวจอาการต่อเนื่อง "ผมให้ยาที่คุณป้าทานไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ออกฤทธิ์ดีไหมครับ"
"ดีขึ้นเยอะเลยคุณหมอ" คุณป้าตอบด้วยรอยยิ้ม "หมอที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ นี่บางทีก็รีบร้อน ไม่ค่อยได้คุยนานแบบนี้"
"ผมดีใจที่คุณป้าอาการดีขึ้นครับ" รวินท์ยิ้ม "ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรือมีอาการผิดปกติอีก แจ้งผมได้ตลอดนะครับ"
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" คุณป้ากล่าวด้วยความซาบซึ้ง
แพรวคอยดูแลเรื่องเอกสารและงานธุรการ เธอจัดตารางนัดหมาย จัดการเรื่องยา และคอยดูแลความเรียบร้อยของคลินิก แม้จะไม่ได้จบด้านการแพทย์โดยตรง แต่เธอก็เรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"คุณหมอคะ" แพรวเดินเข้ามาหาตอนพักเที่ยง "มีคนไข้มาขอพบเพิ่มอีกสองท่านค่ะ"
"อ้อ ได้เลย" รวินท์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ "เดี๋ยวผมไปดู"
"แต่คุณหมอคะ ทานอะไรก่อนนะคะ" แพรวรีบยื่นกล่องข้าวที่เตรียมมาให้ "เดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป"
"ขอบคุณนะ" รวินท์รับกล่องข้าวมา "เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าเธอคือทุกอย่างของผมจริงๆ"
"พอแล้วค่ะคุณหมอ" แพรวหน้าแดงเล็กน้อย "รีบไปดูแลคนไข้เถอะค่ะ"
รวินท์หัวเราะเบาๆ เขาเปิดกล่องข้าวขึ้นมา พบว่าเป็นข้าวผัดฝีมือแพรวที่เขาชอบทานเป็นพิเศษ รสชาติคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจพองโต
"อร่อยที่สุดเลย" เขากล่าวขณะตักข้าวเข้าปาก "คงไม่มีที่ไหนในโลกที่จะอร่อยเท่าอาหารที่เธอทำให้แล้ว"
"คุณหมอคะ" แพรวแกล้งทำเสียงดุ "ทานข้าวให้เสร็จก่อนนะคะ"
ช่วงบ่ายของวันนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในคลินิก รวินท์มองเห็นเธอจากด้านใน เขาชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดลงไปโดยปริยาย
"ใครมาคะคุณหมอ" แพรวเห็นท่าทางของสามีจึงถาม
"ผม... ผมไม่แน่ใจ" รวินท์ตอบเสียงเบา "แต่เธอทำให้ผมนึกถึงเรื่องเก่าๆ"
แพรวเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองดู เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังคุยกับพนักงานต้อนรับที่เพิ่งจ้างมา เธอเป็นผู้หญิงที่แต่งกายภูมิฐาน แต่แววตาดูแข็งกร้าว
"ดูเหมือนว่า... เธอจะต้องการคุยกับคุณหมอเป็นการส่วนตัวค่ะ" พนักงานต้อนรับเดินกลับมาแจ้ง
รวินท์สูดลมหายใจลึก "บอกเธอว่าผมกำลังติดธุระอยู่"
"แต่เธอ... ยืนยันว่าอยากพบค่ะ" พนักงานต้อนรับลังเล "เธอพูดว่า... เธอคืออรุณพร"
คำว่า "อรุณพร" ทำให้แพรวสะดุ้ง เธอหันไปมองหน้ารวินท์ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"ให้เธอเข้ามาเลย" รวินท์ตัดสินใจ เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้อีกต่อไป
อรุณพรเดินเข้ามาในห้องตรวจของรวินท์ เธอไม่ได้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ยังคงมีความเย่อหยิ่งอยู่ในท่าที
"ไงคะคุณหมอ" อรุณพรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนประชดประชัน "ยังจำฉันได้ไหม"
"คุณมาทำไมที่นี่" รวินท์ถามเสียงเรียบ พยายามควบคุมอารมณ์
"ก็มาเยี่ยมเยียนหมอคนดังที่ผันตัวมาเปิดคลินิกเล็กๆ นี่ไงคะ" อรุณพรยิ้มมุมปาก "หรือว่า... คุณกำลังกลัวอะไรอยู่"
"ผมไม่มีอะไรต้องกลัว" รวินท์ตอบ "ผมกำลังใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของผมอย่างมีความสุข"
"ความสุขของคุณน่ะ... มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน" อรุณพรเดินเข้ามาใกล้ "ถ้าฉันอยากจะแฉความลับของคุณอีกครั้งล่ะ"
"ผมได้ดำเนินการทางกฎหมายกับคุณไปแล้ว" รวินท์เตือน "อย่าคิดลองดี"
"กฎหมายเหรอคะ" อรุณพรหัวเราะ "คุณคิดว่ามันจะหยุดฉันได้งั้นเหรอ"
"คุณต้องการอะไรกันแน่" รวินท์ถาม "คุณมีทุกอย่างแล้วนี่"
"ฉันต้องการเห็นคุณทุกข์ทรมาน" อรุณพรพูดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น "ฉันต้องการเห็นคุณเสียทุกอย่างเหมือนที่ฉันเคยเสียไป"
"คุณกำลังทำร้ายตัวเองอยู่นะ" รวินท์พยายามพูดด้วยเหตุผล "ชีวิตของคุณก็ควรจะเดินหน้าต่อไปได้แล้ว"
"เดินหน้าไปกับใคร" อรุณพรขึ้นเสียง "ไปกับคนที่แย่งทุกอย่างไปจากฉันอย่างนั้นเหรอ"
ทันใดนั้น ประตูห้องตรวจก็ถูกเปิดออก แพรวยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเธอไม่ได้แสดงความกลัว แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"คุณอรุณพรคะ" แพรวพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "คุณไม่ควรมาที่นี่"
อรุณพรหันไปมองแพรว สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย "มาแล้วเหรอ... เมียเก็บของหมอ"
"ฉันไม่ใช่เมียเก็บ" แพรวเดินเข้าไปยืนข้างๆ รวินท์ "ฉันคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นแม่ของลูกสาวเขา"
"ปากดีจังนะ" อรุณพรแสยะยิ้ม "แต่คุณรู้ไหม... ความลับที่คุณหมอเก็บไว้น่ะ มันใหญ่กว่าที่คุณคิดเยอะ"
"ฉันรู้ดีค่ะ" แพรวตอบ "แต่ไม่ว่าความลับนั้นจะเป็นอะไร ฉันก็เลือกที่จะอยู่ตรงนี้"
"คุณจะเสียใจ" อรุณพรขู่ "เมื่อความจริงปรากฏ"
"ถ้าคุณคิดว่าการปล่อยข่าวลือ หรือการใส่ร้ายป้ายสี จะทำให้คุณมีความสุข คุณก็ทำไปเถอะค่ะ" แพรวกล่าว "แต่โปรดอย่าได้เข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวของเราอีก"
อรุณพรจ้องมองแพรวด้วยความเดือดดาล เธอไม่เคยเจอใครที่กล้าเผชิญหน้ากับเธอแบบนี้มาก่อน
"เราจะได้เห็นดีกัน" อรุณพรพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไปจากห้องตรวจ
เมื่ออรุณพรจากไป รวินท์ก็โผเข้ากอดแพรวไว้แน่น "ขอบคุณนะแพรว"
"ไม่เป็นไรค่ะ" แพรวซบหน้าลงกับอกของสามี "ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ"
"ผมรักคุณนะ" รวินท์กระซิบ
"ฉันก็รักคุณค่ะ" แพรวตอบ
แม้ว่าอรุณพรจะจากไปแล้ว แต่รวินท์และแพรวรู้ดีว่าปัญหานี้อาจจะยังไม่จบลงง่ายๆ พวกเขาต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น
5,341 ตัวอักษร