ตอนที่ 10 — แผนซ้อนแผนในสายลม
"พวกมันส่งสัญญาณตอบกลับมาแล้วครับ" เสียงของกวินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมร่างของวีรภัทร เขาหันกลับมามองรุ่นน้อง ใบหน้าเปื้อนรอยเหนื่อยล้า แต่แววตาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น กวินท์ยื่นแท็บเล็ตให้ วีรภัทรรับมาดู หน้าจอแสดงข้อความเข้ารหัสที่เพิ่งถูกส่งมา
"มันบอกให้เราไปที่เดิม" กวินท์เอ่ยเสียงเรียบ "โกดังริมแม่น้ำท่าจีน"
วีรภัทรขมวดคิ้ว "เร็วเกินไปหน่อยนะ เราเพิ่งจะส่งข้อมูลปลอมไป"
"นั่นแหละครับพี่ ผมว่าพวกมันอาจจะรู้แล้วว่าเรากำลังหลอก" กวินท์เสริม "หรือพวกมันกำลังเล่นเกมกับเรา"
"เกมที่เดิมพันด้วยชีวิตของอรุณี" วีรภัทรพึมพำ เขารู้ดีว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่คิด "ข้อมูลที่เตรียมไว้ให้พวกมันเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกกลั่นกรองแล้ว แค่พอให้เชื่อว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่ไม่ใช่ข้อมูลที่เปิดเผยแผนการทั้งหมดของเรา"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อครับพี่"
วีรภัทรเงยหน้ามองท้องฟ้า ยามพลบค่ำกำลังคลี่คลุมกรุงเทพฯ แสงสีทองสุดท้ายของวันสาดส่องกระทบอาคารสูงเสียดฟ้า "เราต้องไป" เขาตัดสินใจเด็ดขาด "แต่เราจะไม่ไปมือเปล่า"
"พี่จะไปกับใครครับ"
"นาย" วีรภัทรตอบทันที "แล้วก็ทีมที่เราไว้ใจที่สุด"
"แต่พี่วีรภัทรครับ การกลับไปที่นั่นมันอันตรายเกินไป" กวินท์พยายามทักท้วง
"นายก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น" วีรภัทรตอกกลับ "อรุณีอยู่ในมือพวกมัน เราต้องพาเธอกลับมาให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม"
"ผมเข้าใจครับพี่" กวินท์พยักหน้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็มีความมุ่งมั่นไม่แพ้วีรภัทร "ผมจะเตรียมทีมให้"
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทีมปฏิบัติการพิเศษของวีรภัทรก็ถูกเรียกประชุมลับในฐานปฏิบัติการใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไปใต้ศูนย์วิจัยแห่งหนึ่ง สมาชิกทุกคนที่เข้าร่วมประชุมต่างเป็นหน่วยก้านดี ฝีมือฉกาจ และที่สำคัญที่สุดคือ จงรักภักดีต่อชาติและต่อวีรภัทร
"ทุกคน" วีรภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา องค์กรเงาทมิฬได้จับตัวอรุณี สายลับฝีมือดีของเราไป และพวกมันกำลังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือต่อรองกับเรา"
เขาหยุดเล็กน้อย ปล่อยให้คำพูดของเขาจมลงในความเงียบที่ปกคลุมห้อง "เราได้รับคำสั่งให้ไปส่งมอบข้อมูลบางอย่างให้กับพวกมันที่โกดังริมแม่น้ำท่าจีนในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่สมาชิกทีม
"แต่ผมรู้ว่านี่เป็นกับดัก" วีรภัทรกล่าวต่อ "ข้อมูลที่เราจะส่งมอบเป็นเพียงข้อมูลลวง เพื่อซื้อเวลา แต่พวกมันอาจจะรู้ตัวแล้ว"
"แล้วแผนของเราคืออะไรครับ หัวหน้า" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดดำเอ่ยถาม เขาคือ 'พยัคฆ์' มือปืนอันดับหนึ่งของทีม
"เราจะไปที่นั่น" วีรภัทรกล่าว "แต่เราจะไปในฐานะผู้โจมตี ไม่ใช่ผู้ส่งมอบ"
"หมายถึงเราจะบุกเข้าไปเลยเหรอครับ" หนึ่งในสมาชิกหญิงของทีม ซึ่งมีฉายาว่า 'เงา' ผู้เชี่ยวชาญด้านการแทรกซึมและต่อสู้มือเปล่า เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไม่ใช่การบุกเข้าไปแบบไร้การวางแผน" วีรภัทรแก้ "เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อเข้าแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ และช่วยเหลืออรุณีออกมาให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกมันจะทันรู้ตัว"
เขาฉายภาพแผนผังของโกดังขึ้นบนจอ "นี่คือโกดังที่พวกมันใช้เป็นฐานชั่วคราว มีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยหนาแน่น แต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่"
"ผมจะนำทีมบุกเข้าไปจากทางทิศเหนือ" พยัคฆ์อาสา "ผมจะจัดการกับหน่วยลาดตระเวนและจุดสังเกตการณ์หลัก"
"ดี" วีรภัทรพยักหน้า "เงา เธอจะแทรกซึมเข้าไปจากทางใต้ ใช้ช่องระบายอากาศเพื่อเข้าถึงภายในอาคารหลัก ค้นหาตัวอรุณีและหาทางปลดอาวุธของเธอ"
'เงา' พยักหน้ารับคำ สีหน้าของเธอสงบนิ่ง แต่ดวงตาฉายประกายแห่งความตั้งใจ
"กวินท์" วีรภัทรมองไปที่รุ่นน้อง "นายจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก คอยคุ้มกันทางเข้าออก และเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ"
"รับทราบครับพี่" กวินท์ตอบเสียงหนักแน่น
"ส่วนผม" วีรภัทรยิ้มมุมปาก "ผมจะสร้างความปั่นป่วนจากภายนอก เพื่อดึงความสนใจของพวกมันมาที่ผม"
"พี่วีรภัทรครับ!" กวินท์อุทาน "นั่นมันอันตรายเกินไป"
"นายก็รู้ว่าผมเป็นใคร" วีรภัทรกล่าว "ผมจะรับมือได้"
"แต่เราไม่รู้ว่าใครคือ 'เงาทมิฬ' ที่แท้จริง" พยัคฆ์เสริม "ถ้าหัวหน้าไปเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง..."
"ผมมีแผนของผม" วีรภัทรขัดขึ้น "พวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ จงเชื่อมั่นในแผน เชื่อมั่นในทีม และที่สำคัญที่สุด จงเชื่อมั่นในตัวเอง"
เขากวาดตามองสมาชิกทุกคน "ภารกิจนี้เดิมพันด้วยชีวิตของอรุณี และอาจรวมถึงความมั่นคงของชาติ หากพวกมันได้ข้อมูลที่เราเตรียมไว้ไปจริงๆ"
"เราต้องทำให้สำเร็จ" วีรภัทรย้ำ "ทุกคนพร้อมนะ"
เสียงตอบรับดังพร้อมเพรียงกัน "พร้อมครับ/ค่ะ!"
การเตรียมการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อาวุธยุทโธปกรณ์ถูกตรวจสอบให้พร้อม เครื่องมือสื่อสารถูกเปิดใช้งาน แผนการถูกทบทวนอีกครั้งอย่างละเอียด วีรภัทรรู้ดีว่านี่คือภารกิจที่หินที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะยอมแพ้
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด รถยนต์หุ้มเกราะสีดำสนิทหลายคันเคลื่อนตัวออกจากฐานปฏิบัติการอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่โกดังร้างริมแม่น้ำท่าจีน ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง วีรภัทรนั่งอยู่เบาะหลังของรถคันแรก ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียด แต่ในแววตาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและช่วยเหลือสหายร่วมอุดมการณ์
4,230 ตัวอักษร