บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ

ตอนที่ 14 / 48

ตอนที่ 14 — เงามรณะและผู้พิทักษ์โบราณ

การปีนป่ายผ่านเทือกเขานิลกาฬนั้นยากลำบากกว่าที่เอริคและลูเซียคาดคิดไว้มาก ความชันของภูเขากัดกินกำลังของพวกเขา เถาวัลย์ที่หนาทึบพันรัดจนแทบจะมองไม่เห็นเส้นทาง และหมอกหนาทึบที่ปกคลุมอยู่ตลอดเวลาทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงไปอีก “ข้าไม่เคยคิดว่าการเดินทางจะยากขนาดนี้” เอริคกล่าวหอบเหนื่อยขณะพักเหนื่อยอยู่บนชะง่อนผาแห่งหนึ่ง “ข้าคิดว่าการเผชิญหน้ากับ ‘ไครอัส’ จะยากที่สุดเสียอีก” ลูเซียยิ้มแห้งๆ “อย่าเพิ่งประมาท เอริค ที่นี่คือส่วนหนึ่งของอาณาเขตของ ‘ไครอัส’ เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเต็มไปด้วยกับดักและผู้พิทักษ์ที่มองไม่เห็น” “ผู้พิทักษ์?” เอริคทวนคำ “ใช่” ลูเซียตอบ “สิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือสถานที่อันตราย พวกมันมักจะซ่อนตัวอยู่ในเงา รอคอยผู้บุกรุก” ขณะที่เธอกล่าวจบ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านบนของหน้าผา เป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ชวนขนลุก ราวกับเสียงของสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย “ระวัง!” ลูเซียตะโกน ก่อนที่เอริคจะได้ตั้งตัว สิ่งมีชีวิตรูปร่างผอมสูงคล้ายมนุษย์ แต่มีปีกเหมือนค้างคาวและกรงเล็บแหลมคม ก็ร่อนลงมาจากเบื้องบน มันมีดวงตาสีแดงฉานที่ส่องประกายด้วยความกระหายเลือด “พวกมันคือ ‘ออครา’!” ลูเซียร้อง “นักล่าแห่งขุนเขา! อย่าให้มันแตะตัวเจ้า!” เอริคตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาชักดาบประจำกายออกมา เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตี “ออครา” ตัวแรกพุ่งเข้าใส่เอริคอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมันกวัดแกว่งไปมาหมายจะฉีกร่างของเขา เอริคเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้ดาบปัดป้องการโจมตีครั้งต่อไป “เจ้าสู้กับพวกมันไปก่อน ข้าจะหาทางไปต่อ!” ลูเซียกล่าว เธอเริ่มร่ายเวทมนตร์บางอย่าง มือของเธอโบกสะบัดไปมา เกิดกระแสลมหมุนวนรอบตัวเธอ “ทำไมเจ้าไม่สู้?” เอริคถามขณะที่กำลังเข้าปะทะกับ “ออครา” อย่างดุเดือด “เวทมนตร์ของข้าไม่เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิดกับพวกมัน” ลูเซียตอบ “แต่ข้าสามารถทำให้เส้นทางข้างหน้าสะดวกขึ้นได้” เอริคกัดฟันสู้ เขาใช้พลังเพลิงที่หลอมรวมอยู่ภายในตัว ผสานกับความรวดเร็วที่ได้จากการฝึกฝน การโจมตีของ “ออครา” รุนแรงและต่อเนื่อง ราวกับว่าพวกมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย “ข้าไม่เข้าใจ” เอริคกล่าวขณะหลบการตะปบของ “ออครา” อีกครั้ง “ทำไมพวกมันถึงโจมตีเรา? เราแค่อยากจะไปหา ‘ไครอัส’ เท่านั้น” “บางที ‘ไครอัส’ อาจไม่ต้องการให้ใครเข้ามาใกล้” ลูเซียตอบ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือจากการร่ายเวท “หรือบางที… พวกมันอาจถูกควบคุมโดยพลังบางอย่าง” ทันใดนั้น ลูเซียก็ตวาดออกมา “ได้เวลาแล้ว!” กระแสลมหมุนวนรอบตัวเธอพลันปะทุออกเป็นพายุหมุนขนาดย่อม มันพัดกระหน่ำเข้าใส่ฝูง “ออครา” ที่กำลังรุมล้อมพวกเขา ทำให้พวกมันเสียหลักกระเด็นออกไป “ไปกันเถอะ!” ลูเซียคว้าแขนของเอริค เอริคไม่รอช้า เขาปล่อยให้ “ออครา” ที่กระเด็นออกไปตั้งตัวไม่ทัน แล้วรีบตามลูเซียไป พวกเขาเร่งฝีเท้าขึ้นไปบนเส้นทางที่ลูเซียได้ใช้เวทมนตร์เปิดทางไว้ มันเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างแคบและอันตราย แต่ก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากการรุมล้อมของ “ออครา” ได้ “พวกมันคงจะตามเรามาไม่ทันแล้ว” ลูเซียกล่าว หอบหายใจ “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” เอริคตอบ “ขอบคุณมาก ลูเซีย ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงแย่แน่” “เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” ลูเซียตอบ “ตอนนี้เราต้องไปต่อ เราใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว” พวกเขาเดินลึกเข้าไปในเทือกเขาเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ความหนาวเย็นของภูเขากลายเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากภายใน มีแสงสลัวๆ ลอดผ่านหมอกหนาขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ากำลังจะเข้าสู่สถานที่บางแห่ง “เราถึงแล้ว” ลูเซียกระซิบ เบื้องหน้าพวกเขา คือทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ ปากถ้ำถูกแกะสลักเป็นรูปมังกรโบราณกำลังคำราม ดวงตาของมังกรคู่นั้นเปล่งประกายสีแดงทับทิมเรืองรอง ราวกับจะดึงดูดผู้คนให้เข้าไปข้างใน “ป้อมปราการแห่งอัครา…” เอริคกล่าวด้วยความตื่นตะลึง “ใช่” ลูเซียพยักหน้า “แต่ที่นี่ไม่ใช่ป้อมปราการธรรมดา มันคือสถานที่ที่ ‘ไครอัส’ ใช้เป็นที่พำนัก หรืออาจเป็นที่คุมขังของเขา” “เราต้องเข้าไปข้างใน” เอริคกล่าว ความมุ่งมั่นในแววตาของเขาฉายชัด “เราต้องหาคำตอบ” “แต่… เจ้าแน่ใจหรือ?” ลูเซียถาม น้ำเสียงของเธอแฝงความกังวล “ข้ารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ทรงพลังมากอยู่ภายในนั้น มันไม่ใช่แค่พลังของมังกรโบราณ แต่เป็นอะไรที่… ลึกซึ้งกว่านั้น” “ข้าเข้าใจ” เอริคตอบ “แต่ข้าต้องทำ ข้าไม่สามารถปล่อยให้เพลิงของ ‘ไครอัส’ เผาผลาญแผ่นดินไปมากกว่านี้ได้” เขาเดินตรงไปที่ปากถ้ำ รูปแกะสลักมังกรโบราณ ดวงตาของมันสว่างวาบขึ้นเมื่อเอริคก้าวเข้าไปใกล้ “ยินดีต้อนรับ… ผู้ที่ถูกเลือก” เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานออกมาจากภายในถ้ำ มันไม่ใช่เสียงที่น่ากลัว แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย เอริคชะงัก “ท่านคือ ‘ไครอัส’?” “ข้าคือส่วนหนึ่งของเขา… และเขาคือส่วนหนึ่งของข้า” เสียงตอบกลับมา “ข้าคือ ‘ไครอัส’ ผู้พิทักษ์แห่งอัครา… และข้าคือผู้ถูกจองจำ” เอริคหันไปมองลูเซีย เธอพยักหน้าให้เขา ราวกับจะบอกให้เขาก้าวต่อไป “ทำไมท่านถึงปลดปล่อยเพลิงพิโรธออกมา?” เอริคถาม “เพราะความเจ็บปวด… ความโดดเดี่ยว… และความสิ้นหวัง” เสียงตอบกลับมา “ข้าถูกพันธนาการมานานแสนนาน พลังของข้าถูกกักขังไว้ที่นี่ ข้าพยายามจะปลดปล่อยตัวเอง แต่ยิ่งข้าพยายามมากเท่าไหร่ พันธนาการก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น” “พันธนาการ?” เอริคทวนคำ “ใช่… พันธนาการแห่งคำสาป” เสียงของ ‘ไครอัส’ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “มีบางสิ่ง… หรือบางคน… ที่ไม่ต้องการให้ข้าเป็นอิสระ พวกเขาผนึกข้าไว้ที่นี่ตลอดกาล” เอริคยืนนิ่ง เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ ‘ไครอัส’ ไม่ได้เป็นเพียงมังกรโบราณที่โกรธแค้น แต่เขากำลังถูกจองจำ “แล้วบทสวดศักดิ์สิทธิ์เล่า?” เอริคถาม “มันจะช่วยท่านได้อย่างไร?” “บทสวดแห่งการเยียวยา… คือกุญแจสำคัญ” เสียงตอบกลับมา “มันมีพลังที่จะสลายพันธนาการที่ผูกมัดข้าไว้… แต่ต้องใช้ผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้น” เอริคเข้าใจแล้ว เขามองไปยังปานรูปมังกรบนแขนของตนเอง “ท่านหมายถึงข้า?” “ใช่… ผู้มีตราประทับแห่งมังกร” เสียงของ ‘ไครอัส’ อ่อนลง “เจ้าคือความหวังเดียวของข้า… และของโลกใบนี้”

4,789 ตัวอักษร