บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ

ตอนที่ 15 / 48

ตอนที่ 15 — คำสาปแห่งมังกรและพันธนาการ

เอริคยืนนิ่งอยู่หน้าปากถ้ำแห่งป้อมปราการอัครา คำพูดของ “ไครอัส” ดังก้องอยู่ในหูของเขา “ผู้ถูกจองจำ… พันธนาการแห่งคำสาป… ผู้มีตราประทับแห่งมังกร” เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมบทสวดศักดิ์สิทธิ์ถึงถูกส่งมาให้เขา และทำไมเขาถึงมีความสามารถในการควบคุมทั้งเพลิงและสายน้ำ “ท่านถูกสาป?” เอริคถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย “ใช่” เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมา “คำสาปโบราณที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่อิจฉาในพลังของข้า ผู้ที่ต้องการครอบครองมัน… หรือไม่ก็ต้องการให้มันหายไปตลอดกาล พวกเขาผนึกข้าไว้ในสถานที่แห่งนี้ และผูกมัดพลังของข้าไว้ด้วยพันธนาการแห่งความมืด” ลูเซียก้าวเข้ามาใกล้เอริค “ท่านพอจะบอกได้ไหมว่าใครคือผู้สาปท่าน? หรือว่าคำสาปนั้นมาจากไหน?” “ข้าไม่อาจจำได้ทั้งหมด… กาลเวลาที่ยาวนานเกินไป… และความเจ็บปวดจากการถูกพันธนาการได้กัดกินความทรงจำของข้าไปมาก” เสียงของ ‘ไครอัส’ เต็มไปด้วยความเศร้า “ข้าจำได้เพียงว่ามันคือพลังที่มุ่งร้าย… พลังที่ต้องการควบคุมทุกสิ่ง” เอริคเหลือบมองไปยังปานรูปมังกรบนแขนของตนเอง ปานที่เคยเป็นเครื่องหมายแห่งความโชคร้าย บัดนี้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดปล่อยมังกรโบราณ “บทสวดแห่งการเยียวยา… มันจะช่วยท่านได้อย่างไร?” เอริคถามอีกครั้ง “บทสวดนั้นคือการหลอมรวมพลังแห่งชีวิต… พลังแห่งการสร้างสรรค์” ‘ไครอัส’ อธิบาย “มันสามารถสลายพันธนาการแห่งความมืดที่ผูกมัดข้าไว้… แต่ต้องใช้ผู้ที่มีสายเลือดแห่งมังกร… ผู้ที่มีตราประทับแห่งมังกร” “แล้วทำไมท่านถึงปลดปล่อยเพลิงพิโรธออกมา?” ลูเซียถาม “มันทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว” “ข้า… ข้าหมดหนทางแล้ว” เสียงของ ‘ไครอัส’ สั่นเครือ “ความเจ็บปวด… ความอึดอัด… ความโกรธ… มันท่วมท้นข้า ข้าพยายามจะควบคุมมัน แต่ยิ่งข้าพยายามมากเท่าไหร่ พลังแห่งคำสาปก็ยิ่งครอบงำข้ามากขึ้นเท่านั้น เพลิงที่เจ้ารู้สึก… มันคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือของข้า… เสียงร้องขออิสรภาพ” เอริคหลับตาลง เขาจินตนาการถึงความทรมานของ ‘ไครอัส’ ตลอดหลายพันปี ความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดที่ต้องทนแบกรับ “ข้าจะช่วยท่าน” เอริคกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าจะใช้บทสวดแห่งการเยียวยาเพื่อปลดปล่อยท่าน” “เจ้าแน่ใจหรือ… เอริค?” ลูเซียถามด้วยความเป็นห่วง “พลังของ ‘ไครอัส’ ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้ หากพันธนาการคลายออก… แล้วพลังมืดที่ครอบงำเขาเล่า? มันอาจจะหลุดออกมาพร้อมกัน” “ข้าเข้าใจความเสี่ยง” เอริคตอบ “แต่ข้าไม่สามารถปล่อยให้ ‘ไครอัส’ ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปได้อีกแล้ว อีกทั้ง… หากพลังมืดนั้นแข็งแกร่งจริง การปล่อยให้มันอยู่กับ ‘ไครอัส’ ที่ถูกพันธนาการ ก็เหมือนกับการปล่อยให้มันซ่อนตัวรอวันที่จะแข็งแกร่งขึ้น” “เขาพูดถูก” เสียงของ ‘ไครอัส’ กล่าว “ข้าถูกพันธนาการไว้… แต่พลังแห่งคำสาปก็ยังคงกัดกินข้าอยู่ทุกวัน ทุกวัน ข้าจะกลายเป็นเพียงเครื่องมือของมัน… และเมื่อนั้น… โลกทั้งใบจะตกอยู่ในอันตราย” เอริคตัดสินใจ เขาหันไปทางปากถ้ำ “ข้าพร้อมแล้ว” “เข้ามา… ผู้มีตราประทับแห่งมังกร” เสียงของ ‘ไครอัส’ ดังขึ้น เอริคก้าวเข้าไปในถ้ำ ก่อนที่เขาจะเข้าไป ลูเซียคว้าแขนเขาไว้ “ระวังตัวด้วยนะ เอริค” เธอกล่าว “ข้าจะอยู่ที่นี่เสมอ” เอริคพยักหน้าให้เธอ แล้วก้าวเข้าไปในความมืดมิด ทันทีที่ก้าวเข้าไป แสงสีแดงทับทิมจากดวงตาของมังกรแกะสลักก็สว่างวาบขึ้น พื้นถ้ำสั่นสะเทือน และมีเสียงกระหึ่มดังมาจากเบื้องลึก เอริคเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ กลางห้องมีแท่นบูชาหินสีดำตั้งอยู่ และบนแท่นบูชานั้น มีแสงสีแดงเข้มส่องสว่างออกมา ราวกับหัวใจของมังกรที่กำลังเต้นอยู่ “นั่นคือศูนย์กลางของพันธนาการ” เสียงของ ‘ไครอัส’ ดังมาจากทุกทิศทาง “หัวใจแห่งคำสาป” เอริคเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมา มันไม่ใช่แค่พลังแห่งความโกรธแค้น แต่เป็นพลังแห่งความสิ้นหวังและความมืดมิด “เจ้าต้องใช้บทสวดแห่งการเยียวยา… และหลอมรวมพลังของเจ้าเข้ากับมัน” ‘ไครอัส’ บอก “เจ้าต้องใช้พลังเพลิงและสายน้ำในตัวเจ้า… สร้างสมดุล… และสลายพันธนาการ” เอริคหลับตาลง เขาเริ่มร่ายบทสวด เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วห้องโถง พลังงานในตัวเขาเริ่มไหลเวียน ปานรูปมังกรบนแขนของเขาสว่างวาบขึ้น ทันใดนั้น แสงสีแดงเข้มจากแท่นบูชาก็ปะทุออก มันพุ่งเข้าใส่เอริคราวกับงูร้ายหมายจะฉกกัด “ไม่!” ลูเซียร้องจากด้านนอกถ้ำ เธอสัมผัสได้ถึงอันตราย เอริคตั้งสติ เขาผสานพลังเพลิงและสายน้ำในตัวเข้ากับบทสวด พลังงานสีฟ้าและสีแดงหมุนวนรอบตัวเขา สร้างเกราะป้องกันแสงสีเขียวมรกต “ข้าจะปลดปล่อยท่าน!” เอริคตะโกน แสงสีแดงเข้มจากแท่นบูชาพยายามจะเจาะทะลุเกราะป้องกันของเขา เอริครู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล ราวกับว่าเขาต้องแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบไว้บนบ่า “เจ้าทำได้… เอริค… เจ้าทำได้!” เสียงของ ‘ไครอัส’ ดังขึ้น ให้กำลังใจ เอริครวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาปล่อยพลังเพลิงและสายน้ำออกไปอย่างเต็มที่ ผสานเข้ากับบทสวดศักดิ์สิทธิ์ พลังงานสีเขียวมรกตเปล่งประกายเจิดจ้า สลายแสงสีแดงเข้มที่พุ่งเข้ามา แท่นบูชาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวปรากฏขึ้นตามพื้นผิวของมัน และแล้ว… ด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว… แท่นบูชาก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีแดงเข้มพลันดับวูบลง และความมืดมิดก็ปกคลุมไปทั่วห้องโถง “ข้า… เป็นอิสระแล้ว…” เสียงของ ‘ไครอัส’ ดังขึ้น มันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและโล่งใจ ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกว่าเดิม ลูเซียที่ยืนรออยู่ด้านนอกถ้ำ รีบวิ่งเข้าไป “เอริค! เกิดอะไรขึ้น!” เอริคเดินออกมาจากห้องโถง ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่แววตาเต็มไปด้วยความโล่งใจ “สำเร็จแล้ว… ลูเซีย” เขากล่าว “ข้าปลดปล่อย ‘ไครอัส’ ได้แล้ว” แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้พักหายใจ เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นจากเบื้องลึกของถ้ำ มันไม่ใช่เสียงของ ‘ไครอัส’ อีกต่อไป แต่มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความบ้าคลั่ง… เสียงของพลังงานมืดที่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับมังกรโบราณ “ไม่!” เอริคอุทาน “ข้า… ข้าปลดปล่อยสิ่งที่ร้ายกาจกว่าเดิมออกมา!”

4,739 ตัวอักษร