บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณ

ตอนที่ 30 / 48

ตอนที่ 30 — วิหารโบราณและพันธสัญญา

เอริค ลูเซีย และไซเฟอร์ เดินออกจากห้องโถงโบราณหลังน้ำตก ทิ้งไว้เบื้องหลังซึ่งสายธารแห่งความทรงจำที่ได้เปิดเผยความลับอันยิ่งใหญ่ การค้นพบครั้งนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของพวกเขาที่มีต่อภารกิจที่ต้องเผชิญหน้าอย่างสิ้นเชิง บทสวดของขุนพลเพลิงพิรุณไม่ได้มีไว้เพื่อการทำลายล้าง แต่เป็นการนำพาความสมดุลกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึง “ตอนนี้เราเข้าใจถึงพลังของบทสวดมากขึ้นแล้ว” ลูเซียกล่าวขณะที่พวกเขากำลังเดินทางต่อไป “ข้าไม่คิดว่าเราจะสามารถใช้มันเพื่อต่อสู้กับมังกรโบราณได้โดยตรง” “ถูกต้อง” เอริคเห็นด้วย “มันไม่ใช่เครื่องมือแห่งการต่อสู้ แต่มันคือเครื่องมือแห่งการเยียวยา” เขาหันไปมองปานรูปมังกรบนแขน ซึ่งบัดนี้เปล่งแสงสีฟ้าจางๆ อยู่ตลอดเวลา “พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา… มันเหมือนจะช่วยปรับสมดุลบางอย่างภายในตัวข้า” “นั่นเป็นสัญญาณที่ดี” ไซเฟอร์กล่าว “การควบคุมอารมณ์และความคิดของตัวเองได้ คือก้าวแรกสู่การใช้พลังนี้อย่างแท้จริง” การเดินทางของพวกเขาดำเนินต่อไปราวกับไร้จุดหมาย พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เอริครู้สึกถูกดึงดูดไป แต่มันก็ยังคงคลุมเครือ เขาไม่แน่ใจว่ากำลังจะไปพบกับอะไรกันแน่ “ท่านทั้งสองรู้สึกถึงอะไรบ้างไหม?” เอริคถาม “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานโบราณบางอย่าง… มันกำลังนำทางเราอยู่” “ข้าสัมผัสได้ถึงความสงบ… ราวกับว่าสถานที่นั้น… ปราศจากความขัดแย้งใดๆ” ลูเซียกล่าว “และข้า… รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่… ยิ่งใหญ่” ไซเฟอร์กล่าว “ไม่แน่ว่า… เรากำลังจะไปถึงเป้าหมายของเราแล้วก็เป็นได้” เมื่อเดินทางลึกเข้าไปในป่าทึบ แสงแดดเริ่มส่องผ่านกิ่งก้านของต้นไม้น้อยลง บรรยากาศเริ่มขรึมขลังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงเบื้องหน้าของสิ่งก่อสร้างโบราณขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า เป็นวิหารที่สร้างขึ้นจากหินสีขาวนวล สถาปัตยกรรมดูแปลกตา แต่กลับแฝงไปด้วยความงดงามอันน่าทึ่ง “นี่มัน… ที่ไหนกัน?” ลูเซียถามด้วยความประหลาดใจ “ข้าไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อน” ไซเฟอร์กล่าว “แต่ดูจากสภาพแล้ว… น่าจะเป็นวิหารโบราณที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา” เอริคเดินตรงไปที่ทางเข้าวิหาร ปานรูปมังกรบนแขนของเขาส่องแสงจ้าขึ้นเมื่อเขาเข้าใกล้ประตูหินขนาดใหญ่ที่แกะสลักเป็นรูปมังกรกำลังโอบล้อมดวงอาทิตย์ “ที่นี่… คือที่ที่ข้ากำลังจะมา” เขาพึมพำ ประตูหินค่อยๆ เปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภายในวิหารที่มืดมิด แต่กลับมีแสงสว่างเรืองรองลอยอยู่กลางโถงใหญ่ แสงนั้นส่องสว่างไปทั่ว ทำให้มองเห็นภาพสลักบนผนังได้อย่างชัดเจน ภาพสลักเหล่านั้นเล่าเรื่องราวของเหล่ามังกรโบราณ การต่อสู้ของพวกมัน และการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะยุติสงครามที่ยาวนานนับพันปี พวกเขาเห็นภาพของมังกรที่เลือกที่จะมอบพลังของตนเองให้กับมนุษย์ เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งความสงบสุข “พวกมัน… ได้มอบพลังของพวกมันให้กับมนุษย์?” ลูเซียกล่าวด้วยความตกตะลึง “ไม่ใช่แค่พลัง… แต่คือพันธสัญญา” เอริคกล่าว เขาเดินเข้าไปในโถงกลาง และหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าแสงสว่างเรืองรองนั้น “พันธสัญญาที่จะรักษาความสมดุลระหว่างเผ่าพันธุ์” แสงนั้นสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง และร่างของชายชราผู้สูงศักดิ์ก็ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าพวกเขา ชายชราผู้นั้นสวมชุดคลุมสีขาว สะอาดบริสุทธิ์ ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง “ในที่สุด… ผู้ที่ถูกเลือกก็มาถึง” ชายชรากล่าว เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความสง่างาม “ท่านคือใคร?” เอริคถาม “ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งวิหารแห่งนี้” ชายชราตอบ “ผู้รักษาพันธสัญญาของเหล่ามังกรโบราณ” “พันธสัญญา?” เอริคทวนคำ “ใช่” ชายชราพยักหน้า “เมื่อหลายพันปีก่อน เหล่ามังกรโบราณได้ต่อสู้กันอย่างไม่หยุดหย่อน จนเกือบจะทำลายล้างโลกใบนี้ ด้วยเหตุนี้ มังกรที่ทรงปัญญาที่สุดตนหนึ่ง จึงได้เสียสละพลังของตนเอง เพื่อสร้างบทสวดแห่งการเยียวยาขึ้นมา และได้มอบมันให้กับมนุษย์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาความสมดุล” “และปานรูปมังกรบนแขนของข้า… คือส่วนหนึ่งของพลังนั้น?” เอริคถาม “ถูกต้อง” ชายชรากล่าว “มันคือสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญา และเป็นกุญแจที่จะนำพาเจ้ามาสู่ที่นี่” “แล้ว… มังกรโบราณที่ถูกผนึกอยู่… คืออะไร?” เอริคถามต่อ “และข้าจะสามารถหยุดยั้งมันได้อย่างไร?” “มังกรโบราณที่ถูกผนึก… คือต้นเหตุแห่งความขัดแย้งที่ทำลายล้างโลก” ชายชราอธิบาย “มันคือพลังแห่งความว่างเปล่า ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเกลียดชังและความโลภ” “และบทสวด… มันจะช่วยหยุดยั้งมันได้หรือไม่?” ลูเซียถาม “บทสวดแห่งขุนพลเพลิงพิรุณ… ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง” ชายชรากล่าว “แต่มันคือการนำพาความสมดุลกลับคืนมา หากเจ้าสามารถใช้พลังของมันได้อย่างแท้จริง… เจ้าจะสามารถปลอบประโลมจิตใจของมังกรโบราณ และนำพาความสงบสุขกลับคืนมาสู่โลกได้” “แต่… ข้าจะทำได้อย่างไร?” เอริคถาม “ข้ายังไม่เข้าใจพลังของมันอย่างถ่องแท้” “เจ้าได้เริ่มต้นแล้ว” ชายชรากล่าว “การเผชิญหน้ากับมังกรดำ… ได้ปลุกพลังที่หลับใหลในตัวเจ้า และการค้นพบสายธารแห่งความทรงจำ… ได้เปิดเผยความจริงให้เจ้าได้ประจักษ์” ชายชราหันไปมองภาพสลักบนผนัง “เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังแห่งการเยียวยา… ไม่ใช่พลังแห่งการทำลายล้าง” “แล้วข้าจะเรียนรู้อย่างไร?” เอริคถาม “ข้าจะสอนเจ้า” ชายชราตอบ “ที่นี่… ในวิหารแห่งนี้… เจ้าจะได้ฝึกฝนตนเอง… จนกว่าจะพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้า” เอริครู้สึกถึงความหวังที่จุดประกายขึ้นในใจ เขาหันไปมองลูเซียและไซเฟอร์ ทั้งสองพยักหน้าให้กำลังใจ “ข้าพร้อมแล้ว” เอริคกล่าว “ข้าจะทำทุกอย่าง… เพื่อยุติภัยพิบัติครั้งนี้” “ดีมาก” ชายชราพยักหน้า “แต่ก่อนที่เจ้าจะเริ่มต้นการฝึกฝน… เจ้าต้องเข้าใจถึงรากฐานของพันธสัญญาเสียก่อน” ชายชรากล่าวต่อไป เขาเล่าถึงเรื่องราวของเหล่ามังกรโบราณ การเสียสละของพวกมัน และความสำคัญของการรักษาความสมดุลระหว่างโลกแห่งมนุษย์และโลกแห่งมังกร เอริครู้สึกราวกับว่าเขากำลังได้รับบทเรียนที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต เมื่อชายชราพูดจบ แสงสว่างจากโถงกลางก็ค่อยๆ จางหายไป ชายชราเองก็ค่อยๆ เลือนหายไปเช่นกัน เหลือเพียงเอริค ลูเซีย และไซเฟอร์ ยืนอยู่ท่ามกลางวิหารโบราณอันเงียบสงัด “ดูเหมือนว่า… เราจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก” ไซเฟอร์กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร… เราก็จะอยู่เคียงข้างเจ้า เอริค” ลูเซียกล่าว เอริคมองไปที่ปานรูปมังกรบนแขนของเขา แสงสีฟ้าอ่อนๆ ยังคงเปล่งประกายอยู่ เขาจับมันเบาๆ รู้สึกถึงพลังที่ค่อยๆ หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา “ข้าจะไม่ยอมแพ้” เอริคกล่าว “ข้าจะทำให้ดีที่สุด… เพื่อทุกๆ คน” เขาหันไปมองรอบๆ วิหาร โครงสร้างที่ยิ่งใหญ่และภาพสลักโบราณบนผนัง คือเครื่องเตือนใจถึงหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่รอเขาอยู่ ภารกิจในการดับเพลิงพิรุณ และนำความสมดุลกลับคืนมาสู่แผ่นดิน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

5,371 ตัวอักษร