ตอนที่ 33 — ไฟแห่งการพิพากษา
เสียงสั่นสะเทือนของถ้ำทวีความรุนแรงขึ้น เศษหินเริ่มร่วงหล่นลงมาจากเพดาน เปลวเพลิงสีครามที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะถูกรบกวนโดยพลังงานบางอย่าง
“พลังแห่งความมืด?” เอริคทวนคำขณะที่เขากำลังร่ายบทสวดอย่างไม่หยุดหย่อน “หมายความว่าอย่างไร?”
“มีบางสิ่ง… ที่ไม่ต้องการให้บทสวดนี้ทำงาน” มังกรกล่าว เสียงของมันเต็มไปด้วยความกังวล “มันคือพลังที่ต่อต้านการคืนสภาพ… พลังแห่งความสิ้นหวัง!”
“ข้าสัมผัสได้ถึงมัน!” ลูเซียอุทาน “มันกำลังพยายามจะกลืนกินพลังงานของเรา!”
เงาดำทะมึนเริ่มปรากฏขึ้นตามผนังถ้ำ มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างที่ไม่แน่นอน คล้ายกับก้อนเมฆสีดำที่เคลื่อนไหวได้ มีดวงตาสีแดงฉานหลายดวงปรากฏขึ้นในความมืด ราวกับกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา
“มันคือ… ปีศาจแห่งความสิ้นหวัง” มังกรกล่าว “พวกมันถูกสร้างขึ้นจากความเกลียดชังและความเจ็บปวดที่สะสมมานาน… พวกมันเกลียดชังทุกสิ่งที่มีชีวิต… และต้องการจะกลืนกินทุกสิ่งให้ดำดิ่งสู่ความว่างเปล่า”
“แล้วเราจะทำอย่างไร?” ไซเฟอร์ถาม พลางชักดาบออกมาเตรียมพร้อม “ข้าไม่เคยสู้กับผีเสื้อยักษ์มาก่อนเลยนะ!”
“เจ้าต้องร่ายบทสวดต่อไป เอริค!” มังกรตะโกน “พลังของบทสวดคือสิ่งที่สามารถขับไล่พวกมันได้! ลูเซีย… ใช้พลังแห่งวารีของเจ้า… สร้างเกราะป้องกัน!”
เอริคพยายามตั้งสมาธิ ร่ายบทสวดให้ดังและชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าเสียงของเขาจะเริ่มแหบพร่า “โอ้ เพลิงแห่งบรรพกาล… ผู้พิทักษ์แห่งสมดุล… โปรดประทานพลัง… ให้แก่ข้า…”
ลูเซียยกมือทั้งสองข้างขึ้น แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของเธอ เธอกล่าวบทสวดแห่งสายน้ำ “ข้าขออำนาจแห่งวารี… โปรดสงบเงียบลง… ปกป้องพวกเรา… จากเงามืด…”
พลังงานสีฟ้าอ่อนค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบตัวพวกเขา กลายเป็นเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น ปีศาจแห่งความสิ้นหวังที่พุ่งเข้ามาชนกับเกราะ ก็สลายตัวไปกลายเป็นควันดำ
“มันได้ผล!” ลูเซียกล่าวอย่างโล่งอก
“แต่มันไม่นานพอ!” มังกรเตือน “พวกมันมีจำนวนมากเกินไป!”
เงาดำเริ่มรุมล้อมเข้ามาอีกครั้ง พวกมันแข็งแกร่งขึ้น และเกราะป้องกันของลูเซียก็เริ่มสั่นคลอน
“ข้าจะช่วย!” ไซเฟอร์ตะโกน พุ่งเข้าไปฟันดาบใส่เงาดำเหล่านั้น แม้ว่าดาบของเขาจะฟันผ่านมันไปโดยไม่เกิดผลอะไรมากนัก แต่การกระทำของเขาก็ทำให้เงาดำเหล่านั้นเสียสมาธิไปชั่วขณะ
“นี่มันบ้าชัดๆ!” ไซเฟอร์บ่น “ข้ากำลังสู้กับลมอยู่รึไง!”
“อย่ายอมแพ้!” เอริคตะโกน “บทสวดจะต้องทำงาน!”
ทันใดนั้นเอง ปานบนแขนของเอริคก็ลุกโชนขึ้นเป็นสีแดงฉานราวกับจะระเบิดออกมา เขาผนึกกำลังทั้งหมดที่มี ร่ายบทสวดออกมาด้วยเสียงที่ดังและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
“บทสวดแห่งขุนพลเพลิงพิรุณ… จงคืนสภาพ! จงนำสมดุลกลับคืนมา!”
เมื่อบทสวดจบลง แสงสว่างสีทองอร่ามก็สาดส่องออกมาจากตัวเอริค มันแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งถ้ำ ขับไล่เงาดำที่รุมล้อมให้ถอยร่นไป
“นั่นมัน… พลังที่แท้จริงของบทสวด!” มังกรอุทาน “ไม่ใช่คำสาป… แต่เป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์!”
แสงสีทองนั้นส่องกระทบกับผลึกสีฟ้าใส ทำให้มันเปล่งประกายระยิบระยับยิ่งขึ้น พลังงานแห่งเพลิงและวารีที่เคยปะทะกันอย่างรุนแรง บัดนี้กลับหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
“ความสมดุล… กำลังจะกลับคืนมา” มังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความปิติ
เปลวเพลิงสีครามที่เคยลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้ก็กลับสงบลง กลายเป็นกระแสธารแห่งพลังงานที่อบอุ่นและอ่อนโยน ปีศาจแห่งความสิ้นหวังที่หลงเหลืออยู่ ก็ถูกแสงสีทองนั้นกลืนกินจนสลายไป
“ข้า… ทำได้แล้ว” เอริคกล่าวอย่างอ่อนแรง เขาทรุดตัวลงกับพื้น สัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา
“เจ้าทำได้จริงๆ เอริค” ลูเซียกล่าว พลางเข้ามาประคองเขา “เจ้าได้ช่วยโลกใบนี้ไว้”
“ข้าไม่ได้ทำคนเดียว” เอริคตอบ พลางยิ้มให้ลูเซียและไซเฟอร์ “พวกเราทำด้วยกัน”
มังกรโบราณค่อยๆ ลอยลงมา มันมองมาที่เอริคด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ
“เจ้า… ผู้สืบทอดแห่งปานมังกร… เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้านั้นคู่ควร” มังกรกล่าว “พันธสัญญาโบราณได้ถูกรื้อฟื้นแล้ว… และสมดุลของโลกใบนี้… กำลังจะกลับคืนมา”
“แล้วท่านล่ะ?” เอริคถาม “ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?”
“ข้าจะกลับไป… ยังที่ของข้า” มังกรตอบ “ข้าจะเฝ้ามองดูการฟื้นฟูของโลกใบนี้… และจะคอยปกป้องสมดุลนี้ตลอดไป”
“แต่… หากมีสิ่งใดผิดพลาดอีก?” ลูเซียถาม
“หากความไม่สมดุลเกิดขึ้นอีก… ข้าจะปรากฏตัวอีกครั้ง” มังกรกล่าว “และเจ้า… เอริค… เมื่อถึงเวลานั้น… เจ้าจะรู้ว่าต้องทำสิ่งใด”
แสงสีทองเริ่มจางหายไป เหลือเพียงแสงสลัวๆ ของผลึกสีฟ้า มังกรโบราณค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปสู่ปากปล่องภูเขาไฟ ก่อนจะหายลับไปในม่านควัน
เอริค ลูเซีย และไซเฟอร์ ยืนอยู่ท่ามกลางความสงบ พวกเขามองหน้ากันด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ภารกิจของพวกเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่การเดินทางของพวกเขา… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
3,775 ตัวอักษร