ม่านหมอกที่ซ่อนวิหารโบราณ

ตอนที่ 11 / 41

ตอนที่ 11 — การกลับมาของนักล่าสมบัติ

เมื่อไพรเดินออกจากม่านหมอกที่เคยปกคลุมป่าทึบราวกับมันเป็นกำแพงล่องหน เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ที่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน อากาศบริสุทธิ์และสดชื่นต่างจากความอับชื้นและเย็นยะเยือกในม่านหมอกอย่างสิ้นเชิง เขาเห็นเส้นทางที่คุ้นเคยทอดตัวยาวลงไปสู่หุบเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองที่กำลังรอคอยความหวังจากเขาอยู่ “ในที่สุด...” ไพรพึมพำด้วยความโล่งอก เขาหยิบก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากกระเป๋าหนังอย่างเบามือ มันยังคงส่องแสงเรืองรองอ่อนๆ แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดด มันคือความหวังเดียวของชาวเมือง และเขาไม่สามารถปล่อยให้มันสูญสลายไปได้ ขณะที่เขากำลังจะก้าวลงจากเนินเขา เสียงฝีเท้าที่วิ่งฝ่าพงหญ้าดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไพรหันไปมองด้วยความระแวดระวัง เขารู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่คืบคลานเข้ามา “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงตะโกนดังขึ้น “นั่นมันอะไรในมือเจ้า!” ไพรเห็นร่างสามร่างวิ่งตรงเข้ามาหาเขา หนึ่งในนั้นคือชายร่างท้วมที่มีใบหน้าบูดบึ้งและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภ เขาคือ ‘ซุน’ นักล่าสมบัติที่ไพรเคยเผชิญหน้ามาก่อน ส่วนอีกสองคนคือลูกสมุนของเขาที่ดูแข็งแรงและน่าเกรงขาม “ซุน!” ไพรเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงประหลาดใจปนไม่พอใจ “เจ้าตามข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร?” “คิดว่าจะหนีข้าพ้นรึไง?” ซุนหัวเราะเสียงดัง “ข้าติดตามเจ้ามาตั้งแต่เจ้าเข้าไปในป่าแห่งนั้นแล้ว ข้าเห็นแสงเรืองรองนั่น และข้ารู้ดีว่ามันคือสิ่งเดียวกันกับที่พวกเราตามหา” “สิ่งนี้ไม่ใช่ของเจ้า” ไพรพูดเสียงเย็น “มันคือยาที่จะช่วยชีวิตผู้คนนับร้อย” “ยา? ฮ่าๆๆ” ซุนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “อย่ามาหลอกกันเลย! ของวิเศษแบบนี้ ย่อมมีพลังอำนาจมหาศาล ข้าจะนำมันไปขายในตลาดมืด แล้วข้าก็จะได้เป็นเศรษฐีไปตลอดชีวิต! เจ้าเด็กโง่เอ๋ย!” ลูกสมุนของซุนสองคนวิ่งเข้ามาประชิดตัวไพรอย่างรวดเร็ว พวกเขามีมีดสั้นเล่มใหญ่ในมือ พร้อมที่จะโจมตี ไพรตั้งท่าเตรียมพร้อม เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายนัก เขาต้องปกป้องก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ให้ถึงที่สุด “ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายใคร!” ไพรประกาศกร้าว การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ไพรใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของเขาหลบหลีกการโจมตีของลูกสมุนซุนได้อย่างหวุดหวิด เขาปัดป้องมีดสั้นด้วยแขนเสื้อที่หนา และใช้ท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ตัวเป็นอาวุธชั่วคราว “เจ้าจะหนีไปไหนพ้น!” ซุนตะโกนจากด้านหลัง “พวกมันจะจัดการเจ้าเอง แล้วข้าจะเก็บของนั่นมาเอง!” ไพรเตะต้นไม้ที่ขวางทางใส่ลูกสมุนคนหนึ่ง ทำให้มันเซถอยหลังไปชั่วขณะ ไพรฉวยโอกาสนี้พุ่งตัวไปทางซุน แต่ลูกสมุนอีกคนเข้ามาขวางไว้ได้ทัน “แกต้องตาย!” ลูกสมุนคนนั้นตะคอก พร้อมกับฟันมีดเข้ามาที่ไพร ไพรหลบอย่างฉิวเฉียด รู้สึกได้ถึงลมมีดที่เฉียดผ่านใบหน้าของเขา เขาใช้ท่อนไม้ตีเข้าที่แขนของลูกสมุนคนนั้นอย่างแรง ทำให้มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด “ตาข้าบ้าง!” ไพรตะโกน พร้อมกับเตะเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง ลูกสมุนคนนั้นกระเด็นไปชนต้นไม้ และแน่นิ่งไปชั่วขณะ ซุนเห็นลูกสมุนของมันล้มลงไปสองคน ก็เริ่มหน้าเสีย เขาไม่ได้คาดคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ “เจ้า! แกมันบ้าไปแล้ว!” “ข้าเพียงแต่ปกป้องสิ่งที่ควรปกป้อง!” ไพรพูดเสียงหอบ เขามองซุนด้วยสายตาที่แน่วแน่ ซุนกัดฟันกรอด เขาเดินเข้ามาหาไพรอย่างช้าๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ในมือของไพร “ถ้าข้าเอามันมาไม่ได้ ข้าก็จะทำลายมันซะ!” “อย่า!” ไพรตะโกน ซุนควักมีดสั้นออกมาอีกเล่ม เขาพุ่งเข้าใส่ไพรอย่างรวดเร็ว ไพรตั้งรับ แต่ซุนมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่า เขาสามารถปัดป้องการโจมตีของไพรได้ และพยายามจะคว้าก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ไป “ปล่อยนะ!” ไพรพยายามดิ้นรน ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด จู่ๆ ก็มีเสียงร้องดังมาจากด้านบน “ระวัง!” ไพรเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้สูงใหญ่ มันคือ ‘เอลล่า’ หญิงสาวที่ไพรเคยช่วยเหลือในวิหารโบราณ เธอสวมชุดเกราะหนังที่แข็งแรง และมีธนูคู่กาย เอลล่าร่อนลงมายืนระหว่างไพรกับซุนอย่างสง่างาม เธอชักธนูออกมา และเล็งลูกศรไปที่ซุน “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ซุน!” เอลล่าตะโกน “เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายผู้บริสุทธิ์!” ซุนตกใจมาก เขาไม่คิดว่าจะมีใครมาขัดขวาง “เอลล่า! เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” “ข้ามาเพื่อปกป้องสมบัติของวิหารโบราณ และปกป้องผู้ที่คู่ควรได้รับมัน!” เอลล่าตอบ “เจ้ามันก็แค่พวกนักล่าสมบัติ ที่วันๆ เอาแต่คิดจะขโมยของคนอื่น!” “เจ้า... เจ้าจะมาขวางข้าไม่ได้!” ซุนพยายามจะเดินอ้อมไปหาไพร แต่เอลล่าก็ยิงธนูขู่ “ถอยไปซะ ไม่งั้นข้าจะยิง!” ซุนเห็นท่าไม่ดี เขาเหลือบมองลูกสมุนที่นอนสลบอยู่ และมองไพรที่ยังคงกำก้อนยาศักดิ์สิทธิ์ไว้แน่น เขาตัดสินใจว่าคงไม่คุ้มที่จะเสี่ยง “พวกแก! กลับมา!” ซุนตะโกนเรียกให้ลูกสมุนที่ยังพอมีสติลุกขึ้น แล้วทั้งสามคนก็วิ่งหนีหายไปในป่าอย่างรวดเร็ว ไพรถอนหายใจยาว เขายังคงยืนหอบอยู่ เอลล่าลดธนูลง และเดินเข้ามาหาเขา “เจ้าสบายดีนะ?” เอลล่าถามด้วยความเป็นห่วง “สบายดี ขอบคุณมาก เอลล่า” ไพรตอบ “ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี” “ไม่ต้องห่วง” เอลล่ากล่าว “ข้าเห็นเจ้ามีก้อนยาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ข้าดีใจที่เจ้าทำสำเร็จ” “ใช่” ไพรพยักหน้า “แต่การเดินทางกลับคงไม่ง่ายอีกต่อไป” “ข้ารู้” เอลล่ากล่าว “หลังจากการเผชิญหน้ากับซุนในครั้งนี้ เขาคงจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน” “เราต้องรีบนำยานี้ไปให้ชาวเมืองให้เร็วที่สุด” ไพรกล่าว “ข้าจะไปด้วย” เอลล่าเสนอ “ข้าจะช่วยคุ้มครองเจ้า” ไพรยิ้ม “ขอบคุณเอลล่า” ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ พวกเขารู้ดีว่ายังมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยการมีเพื่อนร่วมทาง พวกเขาก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ “เราไปกันเถอะ” ไพรกล่าว และทั้งสองก็เริ่มออกเดินทางลงสู่หุบเขา มุ่งหน้าสู่เมืองที่กำลังรอคอยความหวัง

4,586 ตัวอักษร