ตอนที่ 16 — การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยวิญญาณ
"ปล่อยข้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!" เสียงกรีดร้องของเอลาร่าดังขึ้นมาพร้อมกับพลังงานสีทองที่ปะทุออกมาจากร่างของเธออย่างบ้าคลั่ง ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่าเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสงสีเขียวมรกตของผลึกเริ่มสั่นคลอนและอ่อนกำลังลง แต่ถึงกระนั้น ความเจ็บปวดราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับพันทิ่มแทงเข้ามาในจิตใจก็ยังคงรุนแรงไม่ลดละ ราวกับว่ามีบางสิ่งพยายามฉีกกระชากแก่นแท้แห่งตัวตนของเธอออกไปทีละน้อย
"เจ้าไม่อาจต้านทานพลังแห่งอดีตกาลได้ เอลาร่า! วิญญาณของบรรพกาลนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้!" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังมาจากภายในผลึกนั้น มันไม่ใช่เสียงที่เคยเย้ายวนอีกต่อไป ทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหวนและความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ราวกับเสียงสะท้อนจากจิตวิญญาณนับร้อยนับพันที่ถูกกักขังไว้ภายในนั้น
ลีออนมองภาพตรงหน้าด้วยความกังวล เขากำลังพยายามจะเอื้อมมือไปหาเอลาร่า แต่กลับถูกม่านพลังงานสีเขียวที่มองไม่เห็นกั้นไว้ "เอลาร่า! เจ้าทำได้! จงต่อต้านมัน! อย่าปล่อยให้มันครอบงำ!" เขากระตุ้นเสียงดัง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะเข้าถึงเอลาร่าได้ยากเหลือเกิน
ซาร่าห์ยืนอยู่ข้างลีออน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "นี่มันเกิดอะไรขึ้น? พลังนั่น... มันไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมาเลย"
"มันกำลังดูดกลืนเธอ... พลังของผลึกนั่นกำลังจะกลืนกินวิญญาณของเอลาร่า" ลีออนกล่าวอย่างเคร่งเครียด เหงื่อเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก "เราต้องทำอะไรสักอย่าง!"
ทันใดนั้น ร่างของเอลาร่าก็สั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม เธออ้าปากจะพูด แต่กลับมีแต่เสียงลมหายใจหอบหนักออกมาจากลำคอ ดวงตาของเธอที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับพร่าเลือน ราวกับว่ากำลังมองทะลุผ่านมิติไปอีกแห่งหนึ่ง "ไม่... ไม่นะ... พวกเจ้า... มาหาข้า..." เสียงของเธอแผ่วเบาและขาดห้วง
"ใคร? ใครกำลังมาหาเจ้า เอลาร่า?" ลีออนตะโกนถามอย่างร้อนรน
"พวกเขา... พวกเขาคือผู้ถูกพันธนาการ... วิญญาณที่รอคอย... การปลดปล่อย..."
"ปลดปล่อย?" ซาร่าห์ทวนคำ "หมายความว่าอย่างไร? พลังที่อยู่ในผลึกนั่นคือวิญญาณนับร้อยนับพัน?"
"อาจจะเป็นเช่นนั้น" ลีออนพยักหน้า "และพวกมันกำลังพยายามใช้ร่างของเอลาร่าเป็นสะพานเชื่อมเพื่อหลุดพ้นจากการกักขัง"
"แต่ถ้าเอลาร่าถูกกลืนกิน... แล้วเราจะปลดปล่อยพวกมันได้อย่างไร?" ซาร่าห์ถามอย่างกังวล
"เราต้องทำให้เอลาร่าแข็งแกร่งกว่าวิญญาณเหล่านั้น!" ลีออนตัดสินใจ "ดาบศักดิ์สิทธิ์... มันคือสิ่งเดียวที่จะช่วยเธอได้!"
ลีออนสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เขานึกถึงคำสอนของอาจารย์เก่าแก่ที่เคยบอกเขาว่า พลังของดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้มาจากโลหะหรือการตีขึ้นรูป แต่มาจากเจตจำนงอันบริสุทธิ์ของผู้ที่ถือครอง และพลังแห่งศรัทธาของผู้คน
"เอลาร่า!" ลีออนตะโกนสุดเสียง "จงจำไว้ว่าเจ้าเป็นใคร! เจ้าคืออัศวิน! เจ้าคือผู้พิทักษ์! อย่าให้ความสิ้นหวังกลืนกินเจ้า! พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การยอมจำนน แต่มันอยู่ที่การยืนหยัด!"
ขณะที่ลีออนพูด ร่างของเขาก็เริ่มเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ เช่นเดียวกับดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เอลาร่าถืออยู่ แสงนั้นเริ่มแผ่ขยายออกไป โอบล้อมร่างของเอลาร่าเอาไว้
"นี่มัน...?" เอลาร่าอุทานอย่างตกใจ เมื่อรู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างของเธอ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดเหมือนที่เคยรู้สึก แต่เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย เป็นพลังแห่งความหวัง
"นี่คือเสียงของทุกคนที่เจ้าเคยช่วยเหลือ เอลาร่า! เสียงของประชาชนที่เจ้าปกป้อง! เสียงของความดีงามที่เจ้าเชื่อมั่น!" ลีออนกล่าวต่อ "พวกมันไม่สามารถทำลายสิ่งที่อยู่ในใจเจ้าได้! จงใช้มัน! จงดึงพลังจากมันออกมา!"
ซาร่าห์เองก็ไม่รอช้า เธอยกมือขึ้น สวดภาวนาในภาษาโบราณที่เธอเคยร่ำเรียนมา แสงสีเงินนวลเริ่มทอประกายออกมาจากมือของเธอ คล้ายกับแสงจันทร์ที่ส่องลงมาอย่างอ่อนโยน
"ขอให้แสงสว่างนำทาง... ขอให้ความดีงามจงมีชัย..." เธอภาวนาอย่างสุดใจ
เสียงกระซิบจากผลึกเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง "โง่เขลา! พวกเจ้ากำลังต่อต้านชะตากรรม! ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่ง! ความเจ็บปวดคือความจริงเดียว!"
แต่คราวนี้ เสียงกระซิบนั้นกลับฟังดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พลังงานสีทองและสีเงินที่แผ่ล้อมเอลาร่าไว้เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แสงสีทองจากดาบศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้นอีกครั้งราวกับจะตอบรับคำพูดของลีออน
เอลาร่ารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน ร่างกายของเธอไม่ได้สั่นเทิ้มเหมือนเดิมอีกต่อไป ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินจิตใจเริ่มคลายออก ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังผลักไสความมืดมิดนั้นออกไป
"ใช่แล้ว..." เธอพึมพำ "ข้าคือ... เอลาร่า..."
เธอค่อยๆ หรี่ตาลง รวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มีเข้าด้วยกัน เธอจดจำใบหน้าของลีออนและซาร่าห์ที่ยืนเคียงข้างเธอ สองคนที่เธอไว้ใจ สองคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอ
"ข้าจะไม่ยอมแพ้..." เธอประกาศเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงโบราณ
ทันใดนั้น เอลาร่าก็ออกแรงบีบดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือแน่น พลังงานสีทองพลุ่งพล่านออกมาจากร่างของเธออย่างมหาศาล ชนเข้ากับม่านพลังงานสีเขียวของผลึกอย่างรุนแรง เกิดเป็นเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้อง
แสงสีทองสว่างจ้าจนมองแทบไม่เห็น พลังงานมหาศาลที่ปะทุขึ้นนั้นรุนแรงจนทำให้พื้นหินใต้เท้าของลีออนและซาร่าห์สั่นสะเทือน พวกเขาต้องใช้แขนป้องบังสายตาจากแสงที่เจิดจ้านั้น
เมื่อแสงจางลง ภาพตรงหน้าก็ทำให้ทั้งสองคนแทบไม่เชื่อสายตา
ผลึกสีเขียวมรกตที่เคยเปล่งประกายอย่างน่ากลัว บัดนี้กลับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ละอองเล็กๆ สีเขียวลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
และเอลาร่า... เธอยังคงยืนอยู่ตรงนั้น แต่ร่างของเธอกลับลอยละล่องอยู่เหนือพื้นห้องโถงเล็กน้อย ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าที่เคยเป็นมา ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวและสงบนิ่งอีกครั้ง
"พวกเจ้า... ทำได้แล้ว" เธอกล่าว เสียงของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจ
ลีออนและซาร่าห์รีบวิ่งเข้าไปหาเธอ
"เอลาร่า! เจ้าเป็นอะไรไหม?" ลีออนถาม พลางสำรวจร่างกายเธออย่างรวดเร็ว
"ข้า... ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก" เอลาร่าตอบยิ้มๆ "เหมือนมีบางสิ่งที่หนักอึ้งถูกยกออกไปจากใจข้า"
"นั่นเป็นเพราะพวกเรา!" ซาร่าห์กล่าวอย่างภูมิใจ "พลังแห่งความศรัทธา... และดาบศักดิ์สิทธิ์... มันแข็งแกร่งกว่าความมืดมิดใดๆ"
เอลาร่าพยักหน้า เธอจ้องมองไปยังจุดที่ผลึกเคยตั้งอยู่ ก่อนจะก้มมองดาบในมือ "ข้าได้ยินเสียงของพวกวิญญาณเหล่านั้น... พวกเขาไม่ได้ต้องการทำร้ายข้า... พวกเขาแค่ต้องการอิสรภาพ"
"แต่การปลดปล่อยพวกเขาจากการถูกกักขังในผลึกนั้น... คงไม่ใช่เรื่องง่าย" ลีออนกล่าว "เราต้องหาทางอื่น"
"ข้าเข้าใจ" เอลาร่ากล่าว "การเดินทางของเรายังไม่จบสิ้น"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันนั้นเอง ทันใดนั้น แสงสีทองจากดาบศักดิ์สิทธิ์ของเอลาร่าก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน ประกายของมันอ่อนลง แต่ก็ยังคงอบอุ่น
"นี่มันอะไรกัน?" ซาร่าห์ถามอย่างสงสัย
"ข้าไม่แน่ใจ" เอลาร่าตอบ "แต่มันให้ความรู้สึก... แตกต่างออกไป"
แสงสีฟ้าอ่อนนั้นค่อยๆ ส่องสว่างขึ้น เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เศษซากของผลึกที่แตกกระจายอยู่บนพื้น มันเป็นแท่นหินโบราณที่มีอักขระแปลกๆ สลักอยู่รอบๆ และตรงกลางของแท่นนั้น... มีบางสิ่งกำลังเปล่งประกายอ่อนๆ
5,734 ตัวอักษร