ตอนที่ 28 — เผชิญหน้าเงาปีศาจ ณ วิหาร
ภูผาพยุงร่างขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก อาการบาดเจ็บจากการกระแทกผนังหินยังคงแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้กับความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจเมื่อเห็นสภาพของแท่นบูชาโบราณที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีดำสนิท แสงสว่างจากคบเพลิงที่ส่องนำทางอยู่ห่างออกไปดูช่างริบหรี่ราวกับจะถูกกลืนกินไปในพริบตา กลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมานั้นกัดกินทุกอณูของอากาศ ทำให้ความอบอุ่นทุกอย่างมลายหายไปสิ้น “นี่มัน… นี่มันไม่ใช่แค่พลังงานมืดธรรมดา” ภูผาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความตระหนก “มันคือความว่างเปล่า… คือความพินาศที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง”
นักบวชอาวุโสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สภาพก็ไม่ต่างกัน เสื้อคลุมสีขาวของท่านเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผงและรอยไหม้เกรียม ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยศรัทธา บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ท่านพยายามรวบรวมสมาธิ หายใจเข้าลึกๆ พลางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “วิญญาณโบราณ… พวกท่านได้เสียสละมากเกินไปแล้ว ผนึกที่อ่อนแอลง… ทำให้สิ่งชั่วร้ายที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน… ได้รับโอกาส”
ทันใดนั้นเอง เงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากใจกลางม่านหมอกสีดำนั้น มันมิได้มีรูปร่างที่ชัดเจน แต่กลับเต็มไปด้วยความพร่าเลือนราวกับเงาที่ถูกบิดเบือน ขาทั้งสองข้างจมหายไปในความมืดของพื้นวิหาร ส่วนลำตัวแผ่กว้างออกไปจนเกือบจะชนเพดาน ปลายแขนที่ยื่นออกมาดูราวกับกิ่งไม้แห้งที่บิดเบี้ยว มีมือที่มีเล็บยาวแหลมคมหลายสิบเล็บกระตุกไหวไปมา ดวงตาของมัน… หากจะเรียกสิ่งนั้นว่าดวงตา… คือจุดสีแดงก่ำสองจุดที่ส่องประกายวาบหวามอยู่ในความมืด ราวกับถ่านเพลิงที่กำลังจะลุกไหม้ “ข้า… สัมผัสได้ถึงความอ่อนแอ… ของพวกเจ้า” เสียงแหบพร่าดุจเสียงลมหวีดหวิวลอดออกมาจากความว่างเปล่านั้น มันมิได้มีโทนเสียงที่ชัดเจน แต่มันกลับแทรกซึมเข้าไปในโสตประสาท ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
ภูผาบีบกำหมัดแน่น ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างกายดูราวกับจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว “ไอ้ปีศาจร้าย! เจ้าคิดจะทำอะไรที่นี่!” เสียงตะโกนของเขาดังก้องไปทั่วโถงวิหาร ทว่ามันกลับดูเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับอำนาจมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเงา
นักบวชอาวุโสเอื้อมมือข้างหนึ่งมาแตะที่แขนของภูผา “ภูผา… นี่คือ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ สิ่งที่ถูกกักขังไว้เมื่อครั้งอดีตกาล… เป็นการรวมตัวของความสิ้นหวัง ความเกลียดชัง และความว่างเปล่าทุกรูปแบบ มันคือศัตรูที่ไร้ตัวตน… ที่ไม่อาจต่อสู้ด้วยดาบเพียงอย่างเดียว”
“แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไร” ภูผาถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน “ผนึกถูกทำลายแล้ว พลังงานของวิญญาณโบราณก็กำลังจะหมดสิ้น… เราจะรับมือกับมันได้อย่างไร”
“พลังของวิญญาณโบราณอาจจะหมดไป… แต่จิตวิญญาณแห่งการปกป้อง… จิตวิญญาณแห่งการเสียสละ… ยังคงอยู่” นักบวชอาวุโสกล่าว พลางชี้ไปยังแท่นบูชาที่บัดนี้มีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น “แม้ผนึกจะอ่อนแอลง… แต่แก่นกลางของมัน… ยังคงเชื่อมโยงกับผาหินศักดิ์สิทธิ์… และนั่นคือหนทางเดียวของเรา”
เงาแห่งความว่างเปล่าเริ่มเคลื่อนไหว มันไม่ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป แต่มันกลับลื่นไหลไปบนพื้นราวกับของเหลวสีดำ ร่างกายของมันเริ่มแผ่ขยายออกไปอีก ส่งผลให้ความมืดในโถงวิหารทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น “พวกเจ้า… ไร้ความหมาย… ความหวังของพวกเจ้า… คือความว่างเปล่า” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับมีเสียงสะท้อนหลายเสียงประสานกัน ราวกับมีจิตวิญญาณนับล้านกำลังกรีดร้องอยู่ภายในร่างนั้น
ภูผากัดฟันกรอด “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่ง!” เขาตัดสินใจทันที เขารู้ดีว่าการต่อสู้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากความว่างเปล่าได้ “ท่านนักบวช! เกิดอะไรขึ้นกับพลังงานที่ข้าได้รับมาจากวิญญาณโบราณเมื่อครู่! ข้ารู้สึกถึงความอ่อนโยน… ความโหยหา… มันแตกต่างจากพลังแห่งการต่อสู้ที่ข้าคุ้นเคย”
นักบวชอาวุโสเงยหน้าขึ้นมองภูผา ดวงตาของท่านเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “พลังนั้น… คือแก่นแท้ของจิตวิญญาณโบราณ… คือความรัก… คือความเสียสละ… และมันคือ… พลังแห่งการเยียวยา… และการเชื่อมโยง”
“การเชื่อมโยง?” ภูผาทวนคำ “หมายความว่า… ข้าสามารถใช้พลังนี้… เชื่อมโยงกับผาหินศักดิ์สิทธิ์ได้อีกครั้งอย่างนั้นหรือ!”
“ถูกต้อง” นักบวชตอบ “หากเจ้าสามารถรวบรวมพลังแห่งการเสียสละนั้น… และส่งผ่านมันไปยังแก่นกลางของผนึก… เจ้าอาจจะสามารถเสริมสร้างมันขึ้นมาได้อีกครั้ง… อย่างน้อยก็ชั่วคราว… เพื่อยับยั้งเงาแห่งความว่างเปล่านี้ได้”
“แต่… มันอันตราย” นักบวชกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่กังวล “การเชื่อมโยงกับผาหินโดยตรง… โดยที่ผนึกยังไม่สมบูรณ์… อาจทำให้พลังงานอันบริสุทธิ์ของผาหิน… ไหลย้อนกลับเข้ามาในตัวเจ้า… มันรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะรับไหว… เจ้าอาจ… สูญเสียตัวตนไป… กลายเป็นเพียงภาชนะ… หรืออาจ… สลายไปพร้อมกับพลังนั้น”
ภูผาไม่ได้ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขามองไปยังเงาแห่งความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “ข้าเป็นอัศวิน… ข้าคือผู้พิทักษ์… หากนี่คือสิ่งที่ข้าต้องทำ… ข้าก็จะทำ!” เขาเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชามากขึ้นเรื่อยๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสกับรอยร้าวที่มองเห็นได้รางๆ “ข้าพร้อมแล้ว”
เงาแห่งความว่างเปล่าหยุดชะงัก ร่างกายของมันเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง “เจ้า… คิดจะ… ขัดขวาง… ข้า… งั้นหรือ!” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ไม่อาจบรรยายได้
“ข้าจะปกป้องผาหินศักดิ์สิทธิ์… ปกป้องอาณาจักร… และผู้คนของข้า!” ภูผาตะโกนก้อง เขากลั้นหายใจ สูดเอาพลังแห่งความเสียสละและความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากจิตวิญญาณโบราณเข้ามาในกาย พลังนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในเส้นเลือด ราวกับสายน้ำอุ่นที่กำลังไหลเวียน มันแตกต่างจากพลังแห่งการต่อสู้ที่เคยปลุกเร้าความฮึกเหิม แต่มันกลับปลุกเร้าความมุ่งมั่นที่ลึกซึ้งกว่า… ความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง… แม้จะต้องแลกมาด้วยทุกสิ่ง
4,723 ตัวอักษร