ตอนที่ 8 — การตื่นของภูตพรายโบราณ
ภูผาไอออกมาอย่างแรง รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ซี่โครง เขายันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ศีรษะของเขายังคงมึนงงจากการถูกซัดกระเด็น
“ท่านอัศวิน!” เอลาร่าร้องเสียงดัง วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็นไร” ภูผาตอบ พลางมองไปยังแท่นบูชาโบราณ ที่บัดนี้ว่างเปล่า มีเพียงรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนแผ่นหิน
“หัวหน้ากลุ่มพวกนั้น... เขาได้พลังมาแล้ว!” พรานหลวงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เขาแปลงร่างไปแล้ว!” คาลอสเสริม “นั่นไม่ใช่พลังของมนุษย์ธรรมดา”
คาอินที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย พยายามยืนหยัดอย่างมั่นคง “เขาคือ ‘วิญญาณร้าย’ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาตามตำนานโบราณที่ข้าเคยได้ยิน เขาจะนำพาความพินาศมาสู่ทุกสิ่ง”
“วิญญาณร้าย?” ภูผาทวนคำ “หมายความว่าอย่างไร?”
“ตามเรื่องเล่าโบราณ พลังที่ถูกกักขังไว้ในผลึกแก้วนี้ แท้จริงแล้วคือจิตวิญญาณของนักรบโบราณที่ถูกทรยศและสังหารอย่างโหดเหี้ยม จิตวิญญาณของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและความปรารถนาที่จะแก้แค้น แต่ด้วยความบริสุทธิ์ของพลังที่ถูกกักขัง ทำให้เขาไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งมีผู้ที่มีเจตนาอันมืดบอดเข้ามาปลดผนึกและรับพลังนั้นไป” คาอินอธิบายอย่างรวดเร็ว
“และตอนนี้ เจตนาอันมืดมิดนั้น ได้ถูกหลอมรวมเข้ากับความแค้นของวิญญาณร้าย” เอลาร่าสรุปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ถ้าอย่างนั้น เราต้องหยุดยั้งเขาให้ได้ ก่อนที่เขาจะออกไปจากถ้ำนี้” ภูผากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“แต่ดูสภาพของเขาตอนนี้สิ” คาลอสท้วง “เราจะต่อสู้กับเขาได้อย่างไร?”
“เราอาจจะสู้เขาไม่ได้ในตอนนี้” พรานหลวงกล่าว “แต่เราต้องหาทางขัดขวางเขาไว้ก่อน”
ทันใดนั้นเอง ร่างที่แปลงสภาพของหัวหน้ากลุ่มชุดคลุมก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าใส่ภูผาอีกครั้ง คราวนี้พลังของเขาเพิ่มขึ้นทวีคูณ ภูผาต้องใช้ดาบปัดป้องอย่างยากลำบาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าจะหยุดข้าไม่ได้! ไม่มีใครหยุดข้าได้!” เสียงของเขาก้องกังวานเต็มไปด้วยความอำมหิต
การต่อสู้ระหว่างภูผากับวิญญาณร้ายดำเนินไปอย่างดุเดือด ภูผาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะต่อสู้ แต่พลังของวิญญาณร้ายนั้นเหนือกว่ามาก
“ข้าจะช่วย!” คาลอสตะโกน พุ่งเข้าโจมตีวิญญาณร้ายจากด้านข้าง
แต่เมื่อคาลอสเข้าใกล้ วิญญาณร้ายก็เหวี่ยงแขนขนาดมหึมาของเขาออกไป ฟาดใส่คาลอสเต็มแรง คาลอสกระเด็นไปไกลหลายเมตร
“คาลอส!” เอลาร่าร้องด้วยความตกใจ
“พวกเจ้าทั้งหลาย… จงรับโทษทัณฑ์จากพลังแห่งข้า!” วิญญาณร้ายกล่าว ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังสีดำแผ่ออกไปรอบทิศทาง
ภูผา พรานหลวง และเอลาร่า พยายามหลบหลีกอย่างเต็มที่ แต่คลื่นพลังนั้นก็ยังคงปะทะโดนบางส่วน ทำให้พวกเขากระเด็นกระดอนไปตามแรง
“เราต้องหาทางอื่น!” ภูผากล่าวขณะที่เขาพยายามจะลุกขึ้น “เราจะสู้ตรงๆ กับเขาไม่ได้!”
“ลองดูที่ผนังนั่นสิ” พรานหลวงชี้ไปยังผนังด้านที่มีอักษรโบราณสลักไว้ “ข้าสังเกตเห็นบางอย่าง... มันเหมือนเป็นกลไกบางอย่าง”
ภูผาและเอลาร่ามองไปยังผนังตามที่พรานหลวงบอก พวกเขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ดูเหมือนจะสามารถกดลงไปได้
“อาจจะเป็นวิธีที่จะกักขังเขาไว้ได้อีกครั้ง” เอลาร่ากล่าว
“ข้าจะลองดู” ภูผาตัดสินใจ “พวกเจ้าคอยถ่วงเวลาวิญญาณร้ายไว้ก่อน”
“ระวังตัวด้วย!” พรานหลวงเตือน
ภูผาพุ่งเข้าไปยังผนังที่มีสัญลักษณ์ เขาพยายามกดสัญลักษณ์ต่างๆ ที่อยู่บนผนัง แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น วิญญาณร้ายเห็นการกระทำของภูผา ก็หัวเราะเยาะ
“เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้ด้วยสิ่งเหล่านี้งั้นรึ? โง่เขลา!” วิญญาณร้ายกล่าว ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังเข้าโจมตีภูผาอีกครั้ง
แต่ในจังหวะที่คลื่นพลังกำลังจะเข้าปะทะ ภูผาบังเอิญเอามือไปสัมผัสกับสัญลักษณ์ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้กับแท่นบูชาโบราณที่สุด สัญลักษณ์นั้นส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆ ขึ้นมา
“นั่นไง!” เอลาร่าร้อง “สัญลักษณ์นั้น! มันเชื่อมโยงกับแท่นบูชา!”
วิญญาณร้ายหันมามอง เห็นสัญลักษณ์ที่ภูผาแตะอยู่ มันก็ดูตื่นตระหนกเล็กน้อย “ไม่! เจ้าจะทำอะไร!”
“ข้าจะกักเจ้าไว้ที่นี่!” ภูผากล่าวพลางออกแรงกดสัญลักษณ์นั้นลงไป
ทันทีที่ภูผากดสัญลักษณ์นั้นลงไป แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากแท่นบูชาโบราณ และพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลังงานสีดำที่ห่อหุ้มร่างของมันเริ่มสลายไป
“ไม่! ปล่อยข้า! พลังของข้า!” วิญญาณร้ายตะโกน
แสงสีฟ้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ร่างของวิญญาณร้ายก็ถูกดูดเข้าไปในแท่นบูชาโบราณจนหมดสิ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำอีกครั้ง แสงสีฟ้าจากแท่นบูชาค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า
“เราทำสำเร็จแล้ว?” คาอินถามอย่างไม่แน่ใจ
“ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น” พรานหลวงกล่าว “แต่ข้าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ”
“เจ้าวิญญาณร้ายนั่น... มันแค่ถูกกักขังไว้ชั่วคราว” เอลาร่ากล่าว “หากมีใครพยายามจะปลดผนึกมันอีกครั้ง มันก็จะกลับมา”
ภูผาพยักหน้า “เราต้องหาวิธีที่จะทำให้มันถูกผนึกอย่างถาวร”
“ก่อนอื่น เราต้องออกจากที่นี่” คาลอสกล่าว เขาเดินกะเผลกเล็กน้อยจากการบาดเจ็บ “ข้าคิดว่าเราคงจะอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว”
“จริงของเจ้า” ภูผากล่าว “มาเถอะ เราต้องรีบไปแจ้งข่าวเรื่องนี้ให้ท่านผู้ครองนครทราบ”
พวกเขาเดินออกจากถ้ำโบราณ ทิ้งไว้เพียงตำนานบทใหม่ที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นในความมืดมิดแห่งหุบเขา
4,093 ตัวอักษร