ตอนที่ 9 — การเผชิญหน้าในวังหลวง
ข่าวการค้นพบถ้ำโบราณและการตื่นขึ้นของวิญญาณร้ายได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ภูผาและคณะรีบเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงทันที พวกเขารู้ดีว่าภัยคุกคามนี้มีความร้ายแรงเกินกว่าจะละเลยได้
“ท่านอัศวิน ภูผา” เมื่อมาถึงโถงท้องพระโรง ท่านผู้ครองนครทัศน์ ทรงเรียกหาภูผาเป็นการส่วนพระองค์ “ข้าได้รับรายงานจากพรานหลวงแล้ว เรื่องราวที่เจ้าพบเจอในถ้ำโบราณนั้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”
ภูผาคุกเข่าลง “กระหม่อมขอทูลว่า พลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงยิ่งนัก หากเราไม่รีบหาวิธีผนึกมันอย่างถาวร เกรงว่ามันจะกลับมาสร้างความเดือดร้อนอีกครั้ง”
“ข้าเข้าใจ” ท่านผู้ครองนครทัศน์ตรัส “ข้าได้สั่งให้เหล่าปราชญ์หลวงค้นคว้าตำราโบราณต่างๆ เพื่อหาวิธีการผนึกที่แท้จริง แต่ดูเหมือนว่าตำราส่วนใหญ่จะสูญหายไปตามกาลเวลา”
“กระหม่อมเชื่อว่า ภาษาเอลเดอร์โบราณที่พบเจอในถ้ำ อาจเป็นกุญแจสำคัญ” เอลาร่ากล่าวเสริม “หากเราสามารถถอดรหัสข้อความทั้งหมดได้ อาจจะมีเบาะแสบางอย่างซ่อนอยู่”
“ข้าได้มอบหมายให้เหล่าปราชญ์หลวงเร่งดำเนินการแล้ว” ท่านผู้ครองนครตรัส “แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ มีข่าวลือว่ากลุ่มเงาที่พวกเจ้าเผชิญหน้า ก็กำลังเคลื่อนไหวอย่างหนักในอาณาจักรอื่น พวกมันอาจจะกำลังหาทางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก”
“กระหม่อมก็กังวลเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” ภูผาตอบ “การปรากฏตัวของพวกมันในถ้ำโบราณนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่”
ในขณะที่พวกเขากำลังหารือกัน จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวง
“เกิดอะไรขึ้น!” ท่านผู้ครองนครอุทาน
ทหารองครักษ์คนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “พะย่ะค่ะ! มีกลุ่มคนชุดคลุมสีดำบุกเข้ามาในเมืองหลวง! พวกมันกำลังมุ่งหน้ามายังวังหลวง!”
“พวกเงา!” ภูผาสบถ เขาชักดาบขึ้นมาทันที
“เป็นไปไม่ได้! นี่มันเร็วเกินไป!” คาลอสกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้ว่าเราอยู่ที่นี่” พรานหลวงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พวกมันต้องการตัวพวกเรา หรือต้องการอะไรกันแน่?” เอลาร่าถาม
“ไม่ว่าพวกมันต้องการอะไร เราต้องหยุดยั้งพวกมัน!” ภูผากล่าว “ท่านผู้ครองนคร กระหม่อมขออนุญาตนำกำลังพลเข้าต่อสู้”
“ไปเถิดอัศวินภูผา” ท่านผู้ครองนครทัศน์ตรัส “เจ้าคือความหวังของอาณาจักรนี้”
ภูผา, คาลอส, เอลาร่า และพรานหลวง วิ่งออกจากท้องพระโรงไปยังลานประลองด้านนอก
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาตกตะลึง กลุ่มคนชุดคลุมสีดำจำนวนนับร้อย กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับเหล่าทหารหลวง
“พวกมันมีจำนวนมากเกินไป!” คาลอสตะโกน
“เราต้องหาหัวหน้าของพวกมันให้เจอ” ภูผากล่าว “ถ้าเราจัดการหัวหน้าได้ บางทีพวกมันอาจจะถอยทัพไปเอง”
พวกเขาพุ่งเข้าสู่สมรภูมิอย่างรวดเร็ว ดาบของภูผาฟาดฟันใส่กลุ่มคนชุดคลุมอย่างแม่นยำ คาลอสใช้ขวานคู่ใจของเขาฟาดฟันไปมาอย่างทรงพลัง เอลาร่าใช้เวทมนตร์ของเธอสร้างความเสียหายให้กับศัตรูอย่างต่อเนื่อง
“พวกมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!” พรานหลวงกล่าวขณะที่เขาใช้ธนูยิงสกัดการโจมตีของศัตรู
ขณะที่กำลังต่อสู้อยู่ จู่ๆ ร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เหนือสมรภูมิ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท มีหมวกคลุมใบหน้าจนมิดชิด
“นั่นมันใครกัน?” คาลอสถาม
“ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีพลังอำนาจมากขนาดนี้มาก่อน” เอลาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ
ร่างนั้นยกมือขึ้น และทันใดนั้น พลังงานสีดำมหาศาลก็ถูกปล่อยออกมา พลังงานนั้นพุ่งเข้าใส่เหล่าทหารหลวง ทำให้พวกเขากระเด็นกระดอนไปตามแรง
“นั่นมัน... ผู้นำของพวกเงา!” ภูผาอุทาน “เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด!”
“เราต้องหยุดเขา!” เอลาร่ากล่าว
“แต่เขาดูอันตรายเกินไป” คาลอสกล่าว
“เราจะปล่อยให้เขาทำลายเมืองหลวงของเราไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ?” ภูผาถาม “เราไม่มีทางเลือกอื่น!”
ภูผาหันไปมองเหล่าสหาย “ข้าจะเข้าไปสู้กับเขา พวกเจ้าคอยระวังหลังให้ข้า”
“ไม่! เราจะไปกับเจ้า!” เอลาร่าและคาลอสกล่าวพร้อมกัน
“เราคือทีมเดียวกัน” พรานหลวงเสริม
ภูผามองสหายของเขา เขารู้สึกถึงความผูกพันอันแข็งแกร่ง “ก็ได้... เราจะสู้ไปด้วยกัน!”
ทั้งสี่คนมุ่งหน้าตรงไปยังร่างที่อยู่กลางอากาศ พวกเขาตั้งใจจะเผชิญหน้ากับผู้นำของกลุ่มเงา และยุติภัยคุกคามนี้ให้ได้
ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าใกล้ ร่างนั้นก็หันมาทางพวกเขา ดวงตาที่เรืองแสงสีแดงก่ำของมันจ้องมองมา
“เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะหยุดข้าได้รึ?” เสียงของมันเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง “พวกเจ้ายังอ่อนหัดเกินไป!”
“เราจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น!” ภูผาตะโกนกลับ
การเผชิญหน้าครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางเมืองหลวง ภัยคุกคามที่แท้จริงกำลังปรากฏกาย และชะตากรรมของอาณาจักรก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย
3,635 ตัวอักษร