เงาห่มผ้าห่อศพที่ริมบึง

ตอนที่ 6 / 42

ตอนที่ 6 — คำสาปจากอดีตกาล

การค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสุสานเมฆาและเรืออับปางในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างยากลำบาก ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลเมฆา หรือแม้แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับเรือที่ชื่อ "เมฆา" ที่เคยอับปางลงในบึงแห่งนี้ มีอยู่น้อยมาก ราวกับประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา "มันแปลกนะ" น็อตพูดขณะที่เขากำลังพลิกดูหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่เก็บรักษาไว้ในห้องสมุด "ฉันหาข่าวเกี่ยวกับเรือเมฆาไม่เจอเลย ทั้งๆ ที่มันน่าจะเป็นข่าวใหญ่มากในยุคนั้น" "อาจจะเป็นเพราะมันเกิดขึ้นนานมากแล้วก็ได้" โอมเสนอ "หรือบางที...อาจจะมีการปกปิดข้อมูลบางอย่าง" "ปกปิด?" แก้มทวนคำ "ใครจะไปปกปิดเรื่องเรืออับปางล่ะ" "ก็อาจจะเป็น...ญาติๆ ของผู้ที่เสียชีวิต หรือไม่ก็...รัฐบาลในสมัยนั้น" โอมให้เหตุผล "บางทีพวกเขาอาจจะไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนก" พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงค้นคว้าข้อมูล แต่ก็ยังคงได้เพียงข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือเมฆาอับปางลงในปี พ.ศ. 2480 ข้อมูลระบุเพียงว่าเรือได้ประสบอุบัติเหตุอับปางลงในบึงแห่งนี้ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุที่แน่ชัด หรือจำนวนผู้รอดชีวิต "นี่มันไม่น่าจะมีแค่นี้สิ" แก้มบ่นด้วยความหงุดหงิด "ข้อมูลมันน้อยเกินไป" "ฉันว่า...เราต้องลองหาข้อมูลจากคนในพื้นที่ดู" น็อตเสนอ "บางทีอาจจะมีผู้สูงอายุที่พอจะจำเรื่องราวเก่าๆ ได้" หลังจากออกจากห้องสมุด พวกเขาก็ตรงไปยังหมู่บ้านเก่าแก่ที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณสุสานและบึงแห่งนั้น พวกเขาหวังว่าจะมีใครสักคนที่พอจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำนานของบึงอาฆาตแห่งนี้ได้ เมื่อไปถึงหมู่บ้าน พวกเขาได้พบกับคุณตาฉัตร ชายชราวัยเก้าสิบปี ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่เด็ก คุณตาฉัตรมีใบหน้าเหี่ยวย่น ดวงตาที่เคยสดใส บัดนี้เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย แต่แววตาของท่านยังคงฉายประกายแห่งความทรงจำ "ถามถึงเรื่องบึงอาฆาตนี่หรือหนู" คุณตาฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "เรื่องมันนานมากแล้ว นานจนคนรุ่นหลังแทบจะลืมเลือนไปหมดแล้ว" "คุณตาพอจะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเรือเมฆาที่อับปางลงในบึงเมื่อนานมาแล้วไหมครับ" น็อตถามอย่างสุภาพ คุณตาฉัตรถอนหายใจยาว "อ๋อ...เรือเมฆา...ข้าจำได้รางๆ สมัยเด็กๆ ข้าเคยได้ยินผู้ใหญ่เขาเล่ากัน" "แล้วเขาเล่าว่าอย่างไรบ้างครับ" แก้มถามอย่างกระตือรือร้น "เขาว่ากันว่า...เรือเมฆาลำนั้น...เป็นเรือของเศรษฐีชื่อดังในยุคนั้น" คุณตาฉัตรเล่า "แต่ที่พิเศษคือ...เศรษฐีคนนั้น...เขาบูชาพญานาค...และเชื่อว่าพญานาคจะคุ้มครองให้เรือของเขามีแต่ความสำเร็จ" "พญานาคเหรอครับ" โอมทวนคำ "ใช่...แต่แล้ววันหนึ่ง...เรือของเขาก็อับปางลงอย่างไม่คาดฝัน" คุณตาฉัตรเล่าต่อ "ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่คนเฒ่าคนแก่เขาว่ากันว่า...เป็นเพราะเศรษฐีคนนั้น...ไปลบหลู่...สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง...ริมบึง...เลยทำให้...พญานาคพิโรธ..." "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า...คือที่ไหนครับคุณตา" น็อตถาม "ก็...ตรงนั้นแหละ...ตรงที่พวกหนูไปถ่ายรูปกันนั่นแหละ" คุณตาฉัตรพูดพลางชี้ไปยังทิศทางของสุสานร้าง "สมัยก่อน...ตรงนั้นเป็นที่ที่คนท้องถิ่นเรียกว่า... 'แท่นพญานาค'...เป็นที่ที่คนในสมัยโบราณใช้ประกอบพิธีกรรม...เพื่อขอพร..." "แล้ว...แล้วศพของผู้เสียชีวิตจากเรืออับปาง...ทำไมถึงมาถูกฝังไว้ในสุสานที่นั่นล่ะครับ" แก้มถาม "อ๋อ...เพราะว่า...หลายๆ ศพ...ถูกพบเจอ...บริเวณริมบึง...ที่อยู่ใกล้กับแท่นพญานาค...เขาเลยเชื่อว่า...วิญญาณของผู้ตาย...ยังคงวนเวียนอยู่แถวนั้น...แล้วก็...อาจจะ...ต้องการที่พักพิง...สุดท้าย..." คุณตาฉัตรเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แต่หลังจากนั้นไม่นาน...ก็มีคนบอกว่า...เริ่มมีคนเห็น...เงาประหลาด...ปรากฏตัวขึ้น...บริเวณริมบึง...แล้วก็...มีคนหายตัวไป...อย่างลึกลับ..." "เงาประหลาด...ที่ว่า...มันมีลักษณะอย่างไรครับ" น็อตถามอย่างร้อนรน "เขาว่ากันว่า...มันเป็นเงาที่ยาว...แล้วก็...เคลื่อนไหวได้...เหมือนกับ...งูยักษ์...บางคนเชื่อว่า...มันคือ...บริวารของพญานาค...ที่ยังคง...เฝ้ารักษา...สถานที่แห่งนั้น..." คุณตาฉัตรเล่าต่อ "แล้วก็...มีข่าวลืออีกว่า...ถ้าใคร...ไปลบหลู่...สถานที่แห่งนั้น...หรือ...ไปรบกวน...ดวงวิญญาณที่ถูกสาป...ก็จะ...ต้องพบกับ...จุดจบ...อันน่าสยดสยอง...เช่นเดียวกับ...ผู้ที่เสียชีวิตจากเรือเมฆา..." คำพูดของคุณตาฉัตรยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก ภาพของเงาตะคุ่มๆ ที่แก้มเห็น และฝันร้ายของน็อตเมื่อคืน ยิ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ "แล้ว...แล้วทำไม...ทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับใบ...ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ไปลบหลู่" แก้มถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "บางที...การที่เราเข้าไปในสถานที่นั้น...โดยไม่ได้รับอนุญาต...มันอาจจะ...ถือเป็นการลบหลู่แล้วก็ได้" คุณตาฉัตรตอบ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อพวกหนูไปยืน...ถ่ายรูป...บน...แท่นพญานาค...โดยไม่รู้ตัว..." "แท่นพญานาค..." น็อตทวนคำ "ที่เราไปยืนถ่ายรูปกัน...คือแท่นพญานาคเหรอ!" "ใช่แล้วหนู" คุณตาฉัตรตอบ "มันเป็นที่ที่...พลังงานบางอย่าง...ยังคง...สถิตอยู่..." ทั้งสามคนได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจ พวกเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า การกระทำที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยของพวกเขา ได้นำพาพวกเขาไปสู่ภัยอันตรายที่มองไม่เห็น "แล้ว...แล้วจะมีวิธีแก้คำสาปนี้ไหมครับคุณตา" โอมถามอย่างมีความหวัง คุณตาฉัตรส่ายหน้าช้าๆ "เรื่องคำสาป...เป็นเรื่องที่...ยากจะแก้...หนูต้อง...พยายาม...ขอขมา...ต่อดวงวิญญาณ...และ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์...ที่นั่น...แล้วก็...ภาวนา...ให้พวกเขา...ให้อภัย..." "แล้วเราจะขอขมาได้อย่างไรครับ" น็อตถาม "ไปที่นั่นอีกครั้ง...ในตอนกลางคืน...นำเครื่องเซ่น...ไปวางไว้ที่แท่นพญานาค...แล้วก็...กล่าวขอขมา...ด้วยความสำนึกผิด...จริงๆ..." คุณตาฉัตรแนะนำ "...แล้วก็...ต้อง...ทำด้วยความ...บริสุทธิ์ใจ..." คำแนะนำของคุณตาฉัตรทำให้ทั้งสามคนรู้สึกหนักอึ้งในใจ พวกเขาต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความน่ากลัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้ไปเพื่อสืบหาความจริง แต่เพื่อขอชีวิตของตนเอง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณของใบที่จากไป ขณะที่พวกเขากำลังจะลากลับ คุณตาฉัตรก็เรียกพวกเขาไว้ "เดี๋ยวก่อนหนู" คุณตาฉัตรพูด "มีเรื่องหนึ่ง...ที่ข้า...ลืมบอกไป..." ทั้งสามคนหันไปมองคุณตาฉัตรด้วยความสงสัย "เขาว่ากันว่า...เงาที่เฝ้ารักษา...บริเวณริมบึงนั้น...มันไม่ได้...ต้องการเพียงแค่...การขอขมา..." คุณตาฉัตรพูดเสียงเครือ "มันต้องการ...การชดใช้...ด้วยชีวิต..." คำพูดสุดท้ายของคุณตาฉัตร ราวกับเป็นคำสาปแช่งที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของพวกเขา ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจของพวกเขา ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก พวกเขากำลังจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งความตายอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าจะมีใครรอดกลับมาได้หรือไม่

5,441 ตัวอักษร