นักรบ ข้ามแดน

ตอนที่ 12 / 47

ตอนที่ 12 — สัญญาณแห่งความหวังกลางป่า

เอกประคองร่างของชลที่หมดสติไปอย่างอ่อนแรง เดินลึกเข้าไปในป่าทึบที่มืดมิด เสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้าของเขาเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบสงัดของการหลบซ่อนยามค่ำคืน อากาศเย็นเยียบยิ่งเพิ่มความหนาวเหน็บให้กับสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและบาดเจ็บของเขา “คุณชล... อีกนิดเดียวครับ...” เอกกระซิบปลอบร่างที่แนบอยู่บนบ่าของเขา พยายามมองหาจุดอ้างอิงในความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด “เราต้องหาที่ปลอดภัยกว่านี้ก่อน...” หลังจากเหตุการณ์ระทึกที่ปากโพรง เอกยังคงรู้สึกชาดั่งหินผา เขาพยายามจะไม่คิดถึงภาพสุดท้ายของคมที่เสียสละตัวเองเพื่อเปิดทางให้เขาและชลได้หนีรอดมาได้ แต่ภาพนั้นก็ยังคงติดตาอยู่ไม่เสื่อมคลาย ความรู้สึกผิดและความอาลัยปะปนกันไปจนยากจะแยกออก “คุณคม... ผมจะไม่ปล่อยให้การเสียสละของคุณสูญเปล่า...” เอกให้สัตย์กับตัวเองในใจ เขาเดินต่อไปเรื่อยๆ พลางใช้สายตาที่คุ้นเคยกับความมืดพยายามสอดส่องสภาพแวดล้อมรอบตัว สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของศัตรูที่อาจจะยังคงตามล่าพวกเขาอยู่ “ถ้าเราสามารถติดต่อฐานได้... เราก็จะมีโอกาสรอดมากขึ้น...” เอกคิด เขากระชับกระเป๋าอุปกรณ์ที่สะพายอยู่ให้มั่นใจว่าวิทยุสื่อสารยังคงปลอดภัย เมื่อเดินมาถึงเนินเขาเตี้ยๆ เอกก็ชะลอฝีเท้าลง เขาเห็นว่าบริเวณนี้มีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นหนาแน่น ซึ่งอาจจะพอให้เขาปีนขึ้นไปเพื่อมองหาจุดที่สัญญาณวิทยุอาจจะดีขึ้น “ต้องลองดูสักตั้ง...” เอกตัดสินใจ เขาค่อยๆ วางร่างของชลลงบนพื้นหญ้าที่นุ่มกว่า ก่อนจะเริ่มปีนป่ายต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อขึ้นไปถึงกิ่งไม้ที่สูงพอสมควร เอกก็หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา เขากดปุ่มเปิดเครื่อง พลางหมุนเสาอากาศไปมาอย่างระมัดระวัง “หน่วยสี่... หน่วยสี่... ได้ยินไหม...” เอกเปล่งเสียงออกไปอย่างแผ่วเบา “ผม เอก... ได้ยินแล้วตอบด้วย...” เสียงซ่าๆ จากเครื่องวิทยุคือคำตอบเพียงอย่างเดียวที่เขารับได้ เอกพยายามอีกครั้ง คราวนี้ใช้ความถี่ที่ตั้งค่าไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน “ฐาน... ฐาน... ผม เอก... สัญญาณขาดหาย... ต้องการความช่วยเหลือด่วน...” เขารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ หัวใจเต้นระรัวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงซ่าๆ ของวิทยุ “...เอก... เอก... ได้ยิน... ชัดเจน...” เสียงขาดๆ หายๆ ดังขึ้นจากวิทยุ “ฐาน! ได้ยินครับ! คุณชลบาดเจ็บสาหัส! เราต้องการการอพยพด่วน!” เอกรีบแจ้งข้อมูล “เราอยู่ที่พิกัด...” เอกพยายามอ่านพิกัดจากอุปกรณ์นำทาง แต่แล้ว... “สัญญาณขาด...” เสียงที่ปลายสายขาดหายไปอย่างกะทันหัน “ไม่! ไม่! อย่าเพิ่งขาด!” เอกพยายามติดต่อกลับไปอีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล “บ้าเอ้ย!” เอกสบถอย่างหัวเสีย เขาชกเข้าที่ลำต้นของต้นไม้ด้วยความคับแค้น “เราต้องทำอะไรสักอย่าง...” เอกมองลงไปยังร่างของชลที่นอนรออยู่ข้างล่าง “ถ้าติดต่อฐานไม่ได้... เราก็ต้องพึ่งตัวเอง...” เอกปีนลงมาจากต้นไม้ เขารู้สึกหมดหนทางกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “คุณชล... ผมจะพาคุณไปหาทางเอง...” เอกบอกกับร่างที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ เขาประเมินสภาพแวดล้อมอีกครั้ง เขาจำได้ว่าเคยเห็นร่องรอยของลำธารอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้ “ถ้าเราตามลำธารไป... อาจจะเจอหมู่บ้าน หรือเจอเส้นทางที่คนใช้...” เอกตัดสินใจ เขาอุ้มชลขึ้นบ่าอีกครั้ง แล้วเริ่มเคลื่อนที่ไปทางทิศที่เขาคาดว่าจะเป็นที่ตั้งของลำธาร การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรค เสียงสัตว์ป่าที่ดังมาจากรอบทิศทำให้เขายิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้น ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อเดินมาสักพัก เขาก็ได้ยินเสียงน้ำไหลแว่วมาแต่ไกล “เจอแล้ว!” เอกร้องบอกอย่างดีใจ เขาเร่งฝีเท้า จนกระทั่งได้เจอกับลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า “ดีเลย! เราตามน้ำไปกัน!” เอกบอก เขาค่อยๆ ก้าวลงไปในลำธาร โดยพยายามระมัดระวังไม่ให้ชลเปียกน้ำจนเกินไป ความเย็นจากน้ำช่วยให้เขาได้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้าง ขณะที่เดินตามลำธารไปเรื่อยๆ เอกก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติอยู่ตรงหน้า “นั่นมัน... อะไรน่ะ?” เอกขมวดคิ้ว ตรงบริเวณริมฝั่งลำธาร มีรอยเท้าของคนจำนวนมากปรากฏอยู่ รอยเท้าเหล่านั้นดูเหมือนจะใหม่ และดูเหมือนจะเป็นรอยเท้าของทหาร “นี่มัน... ที่พวกมันใช้เป็นเส้นทางรึเปล่า?” เอกคิด เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ยังคงเดินต่อไป เพราะไม่แน่ใจว่าควรจะไปทางไหนดี ทันใดนั้นเอง... “หยุด! อย่าขยับ!” เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากด้านหน้า เอกสะดุ้งโหยง เขารีบหยุดเดินทันที “ใครน่ะ!” เอกตะโกนถาม พลางพยายามตั้งท่าป้องกันตัว “พวกแกมันใคร! มาทำอะไรที่นี่!” เสียงนั้นถามกลับมา เอกมองเห็นเงาร่างของคนจำนวนหนึ่งกำลังปรากฏตัวขึ้นจากหลังแนวต้นไม้ริมฝั่งลำธาร พวกเขาถือปืนยาวเล็งมาที่เขา “เรา... เราเป็นคนไทย...” เอกตอบเสียงแข็ง “เราหลงทาง...” “คนไทย? งั้นก็แสดงว่าพวกแกคือพวกที่พวกมันตามหา...” เสียงหนึ่งพูดขึ้น “แต่ถึงอย่างนั้น... พวกแกก็เข้ามาในเขตหวงห้ามของเรา...” เอกเริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล “เขตหวงห้าม? ที่นี่ที่ไหน?” “ที่นี่คือดินแดนของพวกเรา! พวกแกไม่มีสิทธิ์เข้ามา!” ชายคนหนึ่งพูดอย่างโมโห เอกประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว กลุ่มคนตรงหน้าไม่ใช่ทหารของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ไม่เปิดเผยตัวตน “เราไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน...” เอกกล่าว “เราแค่ต้องการทางกลับบ้าน...” “ทางกลับบ้านน่ะมี... แต่พวกแกต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน...” ชายคนหนึ่งพูด เอกเริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่คุกคามเข้ามา “พิสูจน์ตัวเอง? หมายความว่ายังไง?” เอกถาม “หมายความว่า... พวกแกต้องช่วยพวกเรา... ในการจัดการกับศัตรู...” เอกเงียบไป เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อใจคนกลุ่มนี้ดีหรือไม่ “ศัตรู?” เอกทวนคำ “ใช่! ศัตรูที่กำลังจะเข้ามา... พวกมันกำลังจะบุกเข้ามา...” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ “พวกมันคือใคร?” เอกถาม “พวกมันคือคนที่... พยายามจะยึดครองดินแดนนี้...” เอกมองไปที่ชลที่ยังคงหมดสติอยู่บนบ่า “ผม... ผมมีเพื่อนที่บาดเจ็บสาหัส...” “เราจะช่วยดูแลเพื่อนของแกเอง... แต่แกต้องช่วยพวกเรา...” ชายคนนั้นเสนอ เอกลังเล เขาไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร แต่เขารู้ว่าถ้าไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ พวกเขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิม “ตกลง...” เอกตัดสินใจ “ผมจะช่วยพวกคุณ... แต่คุณต้องช่วยเพื่อนของผมด้วย...” “แน่นอน!” ชายคนนั้นตอบรับ “พวกเราจะดูแลเพื่อนแกเอง... มา! เราจะพาไปที่ปลอดภัย...” เอกมองไปทางลำธารด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาไม่รู้ว่านี่คือทางรอด หรือเป็นเพียงกับดักที่อันตรายกว่าเดิม แต่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลองเสี่ยงดู.

5,234 ตัวอักษร