ตอนที่ 16 — ยามวิกฤตกับแผนการพลิกผัน
"ใกล้แล้ว... คงอีกไม่นาน" เอกพึมพำกับตัวเอง สายตาจับจ้องไปยังแนวหินที่เริ่มปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่ภาพของชลที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเปลที่เขาประคองมาตลอดทาง ก็เป็นแรงผลักดันชั้นดีให้เขาก้าวต่อไป เสียงหอบหายใจของตัวเองดังระรัวปะปนกับเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเพื่อนที่แบกอยู่ ชลยังคงอ่อนแรงอย่างหนัก ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทรมาน และอาการเสียเลือดทำให้เขาแทบไม่รู้สึกตัว เอกกังวลเหลือเกิน เขาเคยเห็นเพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บมานักต่อนัก แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป ชลไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรบ แต่เป็นน้องชายคนหนึ่งที่เขาผูกพันมาตั้งแต่ยังเป็นพลทหารใหม่ๆ
"อดทนหน่อยนะเพื่อน... อีกนิดเดียว" เอกกล่าวเสียงแหบพร่า พยายามปลอบโยนทั้งตัวเองและชล แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ยินก็ตาม เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่หน้าปัดมีรอยขีดข่วนจากการปฏิบัติภารกิจหลายครั้ง เวลาล่วงเลยมาเกือบจะย่างเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ แล้ว แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง แต่ความกดดันในใจของเอกกลับทวีความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เขาต้องพาชลไปให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ในที่สุด เอกก็ปีนป่ายขึ้นมาถึงยอดเนินสุดท้าย เขาเห็นภาพของหน่วยพยาบาลสนามที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นเพิงชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายจากผ้าใบและไม้ไผ่ มีทหารพยาบาลสองนายกำลังทำแผลให้กับทหารที่บาดเจ็บอีกสองสามนายอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นเอก พวกเขาก็รีบหันมามองด้วยความประหลาดใจ
"เฮ้! นั่นใครน่ะ?" นายทหารพยาบาลคนหนึ่งตะโกนถาม เสียงดังฟังชัดท่ามกลางเสียงลมพัด
เอกเร่งฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหา "ผมเอกครับ! ต้องการความช่วยเหลือด่วน!" เขากล่าวเสียงดัง พลางประคองร่างของชลให้มั่นคงขึ้น
นายทหารพยาบาลทั้งสองนายรีบเข้ามาประชิด "พระเจ้า! เขาบาดเจ็บหนักมาก" คนหนึ่งอุทานเมื่อเห็นสภาพของชลที่ซูบผอม ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาปิดสนิท
"รีบพาเขาไปที่เตียงเลย!" นายทหารพยาบาลอีกนายสั่ง "นี่มันไม่ใช่แค่แผลถลอกธรรมดา"
เอกรีบวางชลลงบนเตียงสนามที่เตรียมไว้ ทหารพยาบาลทั้งสองนายเริ่มลงมือตรวจอาการอย่างรวดเร็ว พวกเขาทำการประเมินบาดแผล เช็ดทำความสะอาดร่างกาย และพันแผลอย่างคล่องแคล่ว เอกยืนมองอยู่ข้างๆ ด้วยความกระวนกระวาย หัวใจของเขาเต้นระรัวทุกครั้งที่เห็นเข็มฉีดยาหรือได้ยินเสียงเครื่องมือแพทย์
"เขาเสียเลือดมาก... แล้วก็มีร่องรอยการถูกทุบตีหลายแห่ง" นายทหารพยาบาลคนหนึ่งกล่าวขณะกำลังพันผ้าพันแผลที่ต้นแขนของชล "เราต้องให้สารน้ำด่วน"
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?" เอกถามอย่างร้อนรน
"คุณนั่งพักก่อนเถอะ" นายทหารพยาบาลตอบ "พวกเราจัดการเองได้"
เอกพยักหน้า แต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่สามารถละสายตาจากชลไปได้เลย ความรู้สึกผิดกัดกินใจเขา เขาควรจะปกป้องเพื่อนให้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
"คุณเอก..." เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากด้านหลัง เอกหันไปมอง พบว่าเป็นผู้กองธามที่เพิ่งเดินทางมาถึง เขามาพร้อมกับทหารอีกสองนาย ใบหน้าของผู้กองฉายแววเหนื่อยอ่อน แต่ก็มีความมุ่งมั่น
"ผู้กอง!" เอกกล่าวด้วยความดีใจ
"เป็นไงบ้าง?" ผู้กองธามถามพลางมองไปยังชล
"อาการสาหัสครับ แต่ตอนนี้อยู่ในการดูแลของพยาบาลแล้ว" เอกตอบ
"ดีมาก... อย่างน้อยก็ปลอดภัยในระดับหนึ่ง" ผู้กองธามพยักหน้า "แต่เราไม่มีเวลามากนักนะเอก ภารกิจยังไม่จบ"
เอกถอนหายใจ "ผมทราบครับ"
"ข้อมูลที่เราได้มาล่าสุด ชี้ว่าหน่วยพยาบาลสนามแห่งนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน พวกเขาอาจจะถูกบุกโจมตีได้ทุกเมื่อ เราต้องรีบหาทางพาชลกลับฐานให้เร็วที่สุด" ผู้กองธามกล่าว
"แล้วเราจะทำยังไงครับ?" เอกถาม
"นั่นแหละคือปัญหา" ผู้กองธามเดินเข้ามาใกล้ "การเคลื่อนย้ายชลในสภาพนี้เป็นเรื่องเสี่ยงมาก เราไม่แน่ใจว่าเขาจะทนการเดินทางไกลได้หรือไม่"
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกัน จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากระยะไกล!
"อะไรน่ะ!?" เอกอุทาน พลางคว้าปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอว
"แย่แล้ว! พวกมันตามมาเจอจนได้!" ผู้กองธามตะโกน "ทุกคน! ตั้งรับ!"
ทหารพยาบาลรีบพาผู้ป่วยที่เหลือหลบเข้าไปในเพิง ขณะที่เอกและผู้กองธาม พร้อมด้วยทหารอีกสองนายที่มากับผู้กอง รีบออกไปตั้งแนวป้องกันด้านนอก
เสียงปืนเริ่มดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ กระสุนกระทบใบไม้และพื้นดินดังสนั่นหวั่นไหว เอกยิงตอบโต้ไปอย่างรวดเร็ว เขาอาศัยจังหวะที่ศัตรูกำลังระบุตำแหน่ง ยิงสกัดกั้นเป็นระยะ เขาเห็นเงาของทหารฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้
"ผู้กองครับ! พวกมันมีจำนวนมากกว่าเรา!" เอกตะโกน
"รู้แล้ว! อย่าเพิ่งถอย! เราต้องถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด!" ผู้กองธามตอบกลับ เสียงปืนของเขายิงสลับกับของเอกอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้น เอกก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ ทหารฝ่ายตรงข้ามที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา ไม่ใช่ทหารป่าเถื่อนที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน พวกเขามีการจัดระเบียบการโจมตีที่ค่อนข้างดี ดูเหมือนจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ต่างจากกลุ่มโจรที่เคยเจอ
"ผู้กองครับ... ท่าทางการยิงของพวกมัน... ไม่เหมือนพวกโจรที่เราเคยเจอ" เอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
ผู้กองธามชะงักไปครู่หนึ่ง "หมายความว่าไง?"
"เหมือน... เหมือนทหาร... หรือไม่ก็พวกหน่วยรบพิเศษของฝ่ายโน้น" เอกตอบ
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของผู้กองธาม "หรือว่า... หรือว่านี่ไม่ใช่แค่กลุ่มโจรที่พยายามตามหาตัวเรา... แต่มันคือปฏิบัติการเต็มรูปแบบเพื่อสกัดกั้นเรา!"
"แล้ว... แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น... พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่?" เอกถามอย่างไม่เข้าใจ
"เป็นไปได้ว่า... มีใครบางคนส่งข้อมูลให้พวกมัน" ผู้กองธามกล่าวเสียงเครียด "หรือไม่ก็... ข้อมูลของชลที่ถูกจับไป อาจจะมีการรั่วไหล"
ความคิดนี้ทำให้เอกใจหายวาบ "ไม่จริงน่า... เป็นไปไม่ได้"
"ทุกอย่างเป็นไปได้ในสถานการณ์แบบนี้ เอก" ผู้กองธามกล่าว "ตอนนี้เราต้องคิดถึงเรื่องเฉพาะหน้าก่อน"
เสียงปืนดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กระสุนเริ่มเฉี่ยวร่างของพวกเขาไปมา
"เราจะถอยกลับไปทางเดิมไม่ได้แล้ว!" ทหารนายหนึ่งตะโกน
"แล้วเราจะทำยังไงต่อครับผู้กอง?" เอกถาม
ผู้กองธามเหลือบมองไปยังทิศทางที่เขาเพิ่งเดินทางมา "ทางนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุดในตอนนี้... แต่เราต้องยอมทิ้งอุปกรณ์บางอย่างไป"
"ไม่เด็ดขาดครับผู้กอง! เราทิ้งชลไปไม่ได้!" เอกแย้งทันที
"ไม่มีใครจะทิ้งชลทั้งนั้น เอก" ผู้กองธามตอกกลับ "แต่วิธีการของเราต้องเปลี่ยนไป"
เขาหันไปพูดกับทหารอีกสองนาย "พวกนายเตรียมระเบิดควันไว้ สองลูก! ยิงสกัดเป็นระยะ! ฉันกับเอกจะหาทางเคลื่อนย้ายชลไปทางนั้น!"
"แต่ผู้กองครับ! การเคลื่อนย้ายเขามัน..." ทหารคนหนึ่งยังคงกังวล
"ไม่ต้องห่วง! พวกเราจะพาเขาไปเอง!" ผู้กองธามยืนยัน "เอก! เตรียมเปลอีกอัน! เราจะต้องแบกเขาไปพร้อมกันสองคน!"
เอกพยักหน้า เขาเข้าใจในสิ่งที่ผู้กองธามกำลังจะทำ มันเป็นแผนที่เสี่ยง แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะพาชลออกไปจากสถานการณ์อันตรายนี้ได้
"พร้อมนะเอก?" ผู้กองธามถาม
"พร้อมครับ!" เอกตอบรับเสียงหนักแน่น
ผู้กองธามส่งสัญญาณให้ทหารอีกสองนายเริ่มยิงสกัด จากนั้นเขากับเอกก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในหน่วยพยาบาลสนาม เอกรีบหยิบเปลสนามที่ว่างอยู่ออกมา ขณะที่ผู้กองธามรีบเข้าไปประเมินอาการของชลอีกครั้ง
"เขาคงทนไม่ไหวแน่ๆ ถ้าต้องเคลื่อนย้ายไกลๆ" ผู้กองธามกล่าว
"เราต้องลองครับผู้กอง" เอกตอบ "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"
ทหารพยาบาลพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารู้ดีว่าสถานการณ์มันวิกฤตแค่ไหน "พวกเราจะช่วยเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ไม่นานนัก เอกกับผู้กองธามก็ช่วยกันยกเปลชลขึ้น พวกเขาต้องแบกน้ำหนักของเพื่อนร่วมทีมที่นอนแน่นิ่งไปด้วยกัน ถึงแม้จะเป็นภาระที่หนักอึ้ง แต่ทั้งสองก็แบกมันไว้ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่
"ระเบิดควัน!" ผู้กองธามตะโกน
เสียงระเบิดดังขึ้นสองครั้ง พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวหนาทึบที่ลอยขึ้นมา บดบังทัศนวิสัยของศัตรู
"ไปกันได้!" ผู้กองธามออกคำสั่ง
เอกกับผู้กองธามเริ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยมีทหารอีกสองนายคอยยิงสนับสนุนอยู่ด้านหลัง พวกเขาต้องวิ่งฝ่าเนินเขาที่เต็มไปด้วยก้อนหินและพุ่มไม้ การเคลื่อนที่ภายใต้แรงกดดันและการแบกน้ำหนักของชล ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ทั้งสองก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายเดียวคือการพาเพื่อนกลับไปอย่างปลอดภัย
"เราต้องหาทางซ่อนตัวก่อน!" ผู้กองธามกล่าว ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าสู่แนวป่าทึบ
"ตรงนั้นครับ!" เอกชี้ไปยังโขดหินขนาดใหญ่ที่พอจะใช้เป็นที่กำบังได้
ทั้งสองรีบประคองเปลเข้าไปหลบซ่อนหลังก้อนหินใหญ่ พวกเขาหอบหายใจอย่างหนัก แต่ก็ยังคงตั้งสติ และคอยฟังเสียงความเคลื่อนไหวของศัตรู
"เสียงปืนเงียบไปแล้ว... ดูเหมือนพวกมันจะหลงทิศเพราะควัน" ผู้กองธามกระซิบ
"เราควรจะทำยังไงต่อครับผู้กอง?" เอกถาม
ผู้กองธามมองไปยังทิศทางที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไป "เราต้องไปทางนั้น... แต่เส้นทางนั้นอันตรายมาก"
"อันตรายยังไงครับ?"
"มันเป็นเส้นทางที่ทหารฝ่ายโน้นใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลัง... มีการวางกำลังลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา" ผู้กองธามตอบ
"แต่เราก็ต้องไป... ใช่ไหมครับ?" เอกถาม น้ำเสียงมีความมุ่งมั่น
"ใช่... เราต้องไป" ผู้กองธามพยักหน้า "เราจะใช้ความมืดเป็นประโยชน์"
เขาเหลือบมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม "ฝนกำลังจะตก... มันจะช่วยพรางเสียงและรอยเท้าของเราได้"
"แล้ว... ชลจะไหวไหมครับถ้าเราเคลื่อนที่ตอนฝนตก?" เอกถามอย่างเป็นห่วง
"เราต้องช่วยเขาให้ดีที่สุด" ผู้กองธามกล่าว "เตรียมพร้อมนะเอก... ไม่นานเราก็ต้องเคลื่อนที่อีกครั้ง"
เอกพยักหน้า เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ยังอีกยาวไกล และอุปสรรคข้างหน้าอาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม แต่การมีผู้กองธามอยู่เคียงข้าง และการที่เขายังคงมีชีวิตอยู่ตรงหน้า ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
7,680 ตัวอักษร