นักรบ ข้ามแดน

ตอนที่ 23 / 47

ตอนที่ 23 — พายุที่โหมกระหน่ำในค่าย

สายฝนที่ตกหนักยิ่งขึ้น ได้กลืนกินเสียงต่อสู้ที่ดังมาจากเบื้องหลัง เอกประคองเปลของชลอย่างระมัดระวัง พยายามเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ผู้กองชาญชี้บอก เขาได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะๆ และเสียงตะโกนของผู้กองชาญที่สั่งการลูกน้อง “ถอย! ถอยไปทางซ้าย! อย่าให้มันตัดทาง!” “พวกเขาจะไหวไหม?” เอกพึมพำกับตัวเอง เขาเห็นภาพเพื่อนทหารที่เคยเสียสละในสนามรบผุดขึ้นมาในหัว ความรู้สึกผิดและความกลัวถาโถมเข้ามา “ฉันต้องพาชลไปให้ถึงที่หมายให้ได้” เขาใช้ท่อนไม้ที่หักทิ้งไว้เป็นไม้ค้ำยันประคองร่างของตัวเองให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น ร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มประท้วงอย่างหนัก แต่จิตใจยังคงแข็งแกร่ง เขาหยุดพักชั่วครู่ใต้โขดหินใหญ่ หอบหายใจอย่างหนัก สายตาจับจ้องไปที่เส้นทางเบื้องหน้าซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ “ใกล้แล้วจริงๆ” เขาบอกกับชลที่ยังคงหมดสติ “อีกนิดเดียวเราก็จะถึงที่ปลอดภัยแล้ว” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหน้า เอกรีบชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม เขาเห็นร่างของชายสองคนในชุดเครื่องแบบทหาร เดินลัดเลาะออกมาจากหมอก พวกเขาดูเหมือนกำลังรีบเร่ง “หยุด!” เอกตะโกน “พวกแกเป็นใคร?” ชายทั้งสองคนหยุดชะงัก หันมามองเอกด้วยความประหลาดใจ “ใจเย็นสิหนุ่ม” หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “เรามาจากหน่วยแพทย์สนามเหมือนกัน” “แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้?” เอกถามอย่างไม่ไว้ใจ “พวกนายรู้ไหมว่ามีกลุ่มคนกำลังไล่ล่าเราอยู่?” “เรารู้” ชายอีกคนตอบ “เรารับคำสั่งให้มาคุ้มกันทางนี้ เพราะหน่วยแพทย์สนามหลักถูกโจมตีเมื่อคืนนี้ เรากำลังจะไปช่วยเหลือที่นั่น” “ถูกโจมตี?” เอกอุทาน “แล้วผู้กองชาญล่ะ?” “ผู้กองชาญ?” ชายคนนั้นขมวดคิ้ว “เราไม่เห็นผู้กองชาญเลย เราแยกกันตอนที่ถูกซุ่มโจมตี เราพยายามติดต่อกลับไปแต่ก็ติดต่อไม่ได้” เอกเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล “พวกนายมาจากไหน? แสดงบัตรประจำตัวมา!” ชายทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะค่อยๆ ยื่นบัตรประจำตัวทหารออกมาให้เอก เอกรับมาดูด้วยความระแวง เขาคุ้นเคยกับบัตรพวกนี้ดี และชื่อบนบัตรก็ดูเหมือนจะเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดจริงๆ “แล้วที่พวกนายพูดว่าหน่วยแพทย์หลักถูกโจมตีเมื่อคืน... มันจริงหรือ?” เอกถามอีกครั้ง “ฉันได้รับรายงานว่าพวกนั้นเป็นใครก็ไม่รู้” “มันเป็นเรื่องจริง” ชายคนหนึ่งยืนยัน “คืนนั้นเรากำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บ กลับถูกซุ่มโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว พวกมันมีจำนวนมาก และใช้อาวุธที่ทันสมัย เราเสียกำลังพลไปพอสมควร และต้องถอยร่นมาตั้งหลักที่นี่” “แล้วทำไมถึงไม่พยายามติดต่อกลับไป?” “วิทยุสื่อสารของเราเสียหายหมด” ชายอีกคนอธิบาย “เราพยายามจะหาทางออกไปแจ้งข่าว แต่ก็ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก” เอกมองไปที่ชล เขายังคงหมดสติ “ฉันมี ‘คนสำคัญ’ ที่ต้องได้รับการรักษา เขาบาดเจ็บสาหัส” “เราเข้าใจ” ชายคนแรกกล่าว “ถ้าเป็นไปได้ เราจะช่วยพาเขาไปที่หน่วยพักพิงชั่วคราวของเรา มันไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่” “หน่วยพักพิง?” เอกถาม “มันปลอดภัยจริงหรือ?” “มันเป็นที่ซ่อนที่ถูกเตรียมไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน” ชายอีกคนอธิบาย “เรามีแพทย์สนามบางส่วนอยู่ที่นั่น และมีเสบียงเพียงพอที่จะประทังชีวิตไปได้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น” เอกลังเล เขาไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจใครได้อีกแล้วในสถานการณ์แบบนี้ แต่สภาพของชลก็ไม่อาจรอได้ “ตกลง” เขาตัดสินใจ “พาฉันไปที่นั่น” พวกเขาออกเดินทางต่อ โดยมีเอกนำทางด้วยความระแวง ชายสองคนนั้นเดินประกบข้างเปลของชลอย่างระมัดระวัง สายฝนยังคงตกไม่หยุด และหมอกก็เริ่มหนาขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นทาง “เราต้องระวังตัวให้มาก” ชายคนแรกพูดขึ้น “พวกมันอาจจะปลอมตัวมาได้ทุกรูปแบบ” “ฉันรู้” เอกตอบ “พวกนายแน่ใจนะว่าพวกนายไม่ได้เป็นพวกเดียวกับ ‘เงา’?” “เราสาบานได้” ชายคนที่สองกล่าว “เราเป็นทหารมาตลอดชีวิต เราไม่เคยคิดทรยศต่อหน้าที่” หลังจากเดินทางไปได้อีกพักใหญ่ พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นที่ซ่อนลับใต้โขดหินขนาดใหญ่ มีผ้าใบสีเขียวทหารคลุมปิดทางเข้าไว้อย่างมิดชิด เมื่อพวกเขาเปิดผ้าใบออก ก็พบกับทางเข้าถ้ำเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน “ถึงแล้ว” ชายคนแรกกล่าว “เชิญเข้าไปข้างในก่อน” เอกประคองเปลของชลเข้าไปในถ้ำ แสงไฟริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างภายใน เผยให้เห็นเตียงสนามหลายเตียง และบุคลากรทางการแพทย์บางส่วนที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลผู้บาดเจ็บ “ช่วยดูอาการเพื่อนของเราด้วยครับ” เอกบอกหมอที่อยู่ใกล้ที่สุด “เขาบาดเจ็บสาหัส” หมอคนหนึ่งเดินเข้ามาดูชลอย่างรวดเร็ว เขาตรวจชีพจรและวัดไข้ “อาการค่อนข้างหนัก” หมอกล่าว “แต่เราจะพยายามเต็มที่” เอกมองไปรอบๆ เขาเห็นใบหน้าของทหารที่บาดเจ็บหลายนาย บางคนกำลังนอนพักผ่อนอย่างอ่อนแรง ในขณะที่บางคนกำลังถูกพันแผล “แล้วผู้กองชาญกับพวกที่เหลือล่ะ?” เอกถามชายสองคนก่อนหน้านี้ “พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?” “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชายคนนั้นตอบ “เราพยายามติดต่อกลับไปแต่ก็ไม่สำเร็จ” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาจากกระเป๋าของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เขาหยิบมันขึ้นมาดู และสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “นี่มัน... เบอร์ของกองบัญชาการ!” เขากดรับสายทันที “ครับ... ครับ... อะไรนะครับ? ‘เงา’ เข้ามาในค่ายของเราแล้ว?” สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนเป็นตกใจ เอกก็เช่นกัน “พวกมันเข้ามาในค่ายของเราได้อย่างไร?” “รายงานแจ้งว่า พวกมันใช้เส้นทางลับที่เรารู้กันเฉพาะภายใน” ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงสั่นเครียด “พวกมันมีคนของเราช่วย! ผู้การสั่งให้เราถอยไปตั้งหลักที่จุดอพยพสำรอง” “แล้วผู้กองชาญกับพวกที่เหลือล่ะ?” “ยังไม่มีรายงาน... ผู้การบอกว่าให้เราดูแลตัวเองก่อน” “นี่มันแผนลวง!” เอกอุทาน “พวกนายถูกหลอกมานี่!” ชายสองคนนั้นมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้! เราไม่น่าจะโดนหลอกได้ง่ายขนาดนี้!” “มันเป็นไปได้!” เอกตะโกน “พวกมันต้องการจะจับตัวชล! หรือไม่ก็พวกมันต้องการจะกำจัดเราทั้งหมดที่นี่!” ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วทั้งค่าย เสียงสัญญาณดังถี่และรุนแรง บ่งบอกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา “อะไรกันอีกเนี่ย?” ชายคนหนึ่งร้องถาม “พวกมันมาถึงแล้ว!” เสียงตะโกนดังมาจากปากทางเข้าถ้ำ “พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!” เอกหยิบปืนขึ้นมาอีกครั้ง “ทุกคน! เข้าที่กำบัง!” เขาตะโกน “เราต้องสู้!”

4,875 ตัวอักษร