ตอนที่ 27 — อดีตอันดำมืดที่ถูกเปิดเผย
เอกกลิ้งตัวลงมาบนพื้นหินเย็นเฉียบ เขาสำลักอากาศเข้าไปเต็มปอด พยายามข่มความเจ็บปวดที่ไหล่ข้างซ้าย เขาได้ยินเสียงประตูเหล็กปิดกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ “ผู้กอง!” เขาตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงความเงียบและความมืดที่โอบล้อม
เขาพยายามประคองตัวเองลุกขึ้น ใช้ไฟฉายที่ยังคงทำงานอยู่ส่องไปรอบๆ บริเวณที่เขาตกลงมา ดูเหมือนจะเป็นห้องเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบๆ ผนังเป็นปูนฉาบไม่เรียบ มีร่องรอยของความเก่าแก่ “ที่นี่มัน… ที่ไหนกัน?” เอกพึมพำกับตัวเอง
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง พบว่าห้องนี้มีทางออกเพียงทางเดียว ซึ่งก็คือช่องทางที่เขาเพิ่งตกลงมา “แย่แล้ว” เอกคิด “ฉันติดอยู่ข้างใน” เขาพยายามเอามือล้วงเข้าไปในช่องนั้น หวังว่าจะดันประตูเหล็กให้เปิดออกได้ แต่ก็ไม่ขยับ “มันถูกล็อกอย่างแน่นหนา”
ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามา เขามองไปที่บาดแผลที่ไหล่ เลือดเริ่มไหลซึมออกมามากกว่าเดิม เขารู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรง “ต้องทำอะไรสักอย่าง” เขาบอกตัวเอง “จะมานั่งรอความตายไม่ได้”
เขาหันไฟฉายไปยังผนังอีกด้านหนึ่ง สังเกตเห็นรอยอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นรอยประทับ หรือสัญลักษณ์ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ พยายามทำความสะอาดฝุ่นและคราบสกปรกออก สัญลักษณ์ที่ปรากฏเป็นรูปวงกลมที่มีเส้นขีดไขว้กันอยู่ตรงกลาง
“นี่มัน… สัญลักษณ์ขององค์กรอะไร?” เอกขมวดคิ้ว เขารู้สึกคุ้นเคยกับสัญลักษณ์นี้ แต่นึกไม่ออกว่าเป็นของใคร “มันดูอันตราย”
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง จนกระทั่งพบกับมุมหนึ่งของห้องที่มีลังไม้เก่าๆ วางซ้อนกันอยู่หลายใบ เอกเดินเข้าไปใกล้ ลองเปิดลังไม้ใบหนึ่งออก ข้างในเต็มไปด้วยเอกสารเก่าๆ ที่กระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ย เขาหยิบมันออกมาดูอย่างระมัดระวัง
“บันทึก… การทดลอง?” เอกอ่านข้อความบนหน้าปกด้วยความสงสัย เขาค่อยๆ เปิดอ่านบันทึกเหล่านั้นอย่างตั้งใจ เรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ในนั้นชวนให้ขนลุก มันคือบันทึกการทดลองที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม เกี่ยวกับการสร้างอาวุธชีวภาพ และการทดลองกับมนุษย์
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!” เอกอุทานด้วยความตกตะลึง เขาอ่านต่อไปเรื่อยๆ พบว่าการทดลองเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยองค์กรลับแห่งหนึ่งที่ต้องการสร้างกองทัพที่ไร้ความรู้สึกและเชื่อฟังคำสั่งอย่างสิ้นเชิง โดยใช้สารเคมีบางชนิดที่ส่งผลต่อจิตใจและร่างกายของมนุษย์
“ผู้พัน… วิชัย?” เอกเหลือบไปเห็นชื่อหนึ่งในบันทึก “เขา… เป็นหนึ่งในผู้ร่วมโครงการนี้ด้วย?” เอกจำชื่อผู้พันวิชัยได้ เขาคือผู้ที่มอบหมายภารกิจลับนี้ให้กับหน่วยของเขา ผู้พันวิชัยเป็นนายทหารที่เขานับถือมาตลอด แต่ข้อมูลในบันทึกกลับบ่งชี้ไปในทางตรงกันข้าม
“เขา… หลอกเราหรือ?” เอกเริ่มรู้สึกสับสน ความจริงที่กำลังเปิดเผยนั้นมันโหดร้ายเกินกว่าที่เขาจะรับได้ “แล้วชล… หรือว่าเขา…?” เอกนึกถึงอาการของชลที่ทรุดลงอย่างรวดเร็วหลังจากการถูกจับกุม “หรือว่าพวกเขา… กำลังใช้ชลในการทดลองบางอย่าง?”
เอกอ่านบันทึกต่อไปอย่างเร่งรีบ เขาต้องการหาคำตอบว่าอะไรคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของภารกิจนี้ ทำไมพวกเขาถึงต้องจับเพื่อนทหารไป และทำไมผู้พันวิชัยถึงปิดบังความจริงบางอย่างเอาไว้
ในบันทึกฉบับหนึ่ง เอกพบข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่า มันกล่าวถึง “โครงการเงา” ซึ่งเป็นโครงการลับที่พัฒนาต่อยอดจากการทดลองครั้งก่อน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้าง “หน่วยรบพิเศษ” ที่สามารถควบคุมจิตใจของผู้อื่นได้ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ เอกพบชื่อของ “รหัส A” ซึ่งระบุว่าเป็นบุคคลที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อเป็นต้นแบบของหน่วยรบพิเศษนี้
“รหัส A…” เอกพึมพำ เขาพลิกไปหน้าถัดไป ภาพถ่ายขาวดำของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า เอกเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด
“ไม่จริง…!” เสียงของเขาแหบพร่า
ภาพถ่ายนั้นคือรูปของเขาเอง ในวัยหนุ่ม ที่ยังเป็นนักเรียนนายร้อย เอกจำภาพนั้นได้ดี มันเป็นภาพที่ถ่ายในงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อย
“นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร?” เอกรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เขาคือ “รหัส A” หรือ? เขาคือส่วนหนึ่งของโครงการลับที่โหดร้ายนี้? แล้วการที่เขาได้รับมอบหมายให้มาที่นี่ มันมีความหมายอะไร?
ทันใดนั้น ประตูเหล็กด้านนอกก็ถูกกระแทกเปิดออกอีกครั้ง เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง เอกรีบซ่อนบันทึกเหล่านั้นไว้ใต้เสื้อ แล้วคว้าปืนพกของตนเองเตรียมพร้อมเผชิญหน้า
“เอก!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านนอก “แกยังอยู่ไหม?”
“ผู้กอง!” เอกร้องตอบด้วยความโล่งอก “ผมอยู่ตรงนี้!”
ผู้กองชาญปรากฏตัวขึ้นที่ประตู เขาดูเหน็ดเหนื่อยและมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “ฉันหาทางเปิดประตูออกมาได้แล้ว” เขาพูดพลางมองไปที่เอก “แกเป็นอะไรมากไหม?”
“ผม… บาดเจ็บที่ไหล่ครับ” เอกตอบ “แต่ยังพอสู้ได้”
“ดีแล้ว” ผู้กองชาญถอนหายใจ “เราต้องรีบไปจากที่นี่” เขามองไปที่เอก “เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงเหมือนแกตะโกนอะไรบางอย่าง”
เอกลังเล เขาไม่แน่ใจว่าจะบอกความจริงที่เขาเพิ่งค้นพบกับผู้กองดีหรือไม่ “ผม… ผมเจออะไรบางอย่างที่นี่ครับ” เอกพูดอ้อมแอ้ม “มันอาจจะเป็นความลับสำคัญ”
ผู้กองชาญมองลึกเข้าไปในดวงตาของเอก “บอกฉันมา เอก” เขากล่าวเสียงหนักแน่น “เราคือเพื่อนร่วมทีม เราต้องเชื่อใจกัน”
เอกตัดสินใจ เขาค่อยๆ ดึงบันทึกที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา “ผมคิดว่า… ภารกิจของเรามันซับซ้อนกว่าที่เราคิดครับผู้กอง” เขาเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้อ่านจากบันทึกให้ผู้กองชาญฟัง ตั้งแต่โครงการทดลองลับ ไปจนถึง “โครงการเงา” และ “รหัส A”
ผู้กองชาญรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขาฉายแววของความตกตะลึงและความไม่เชื่อ “นายแน่ใจนะเอก?”
“ผมแน่ใจครับผู้กอง” เอกตอบเสียงเครียด “และผมคิดว่า… ผู้พันวิชัยอาจจะรู้เรื่องนี้”
ผู้กองชาญยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจยาว “ถ้าเป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ… เรื่องนี้มันอันตรายกว่าที่เราคิดไว้มาก” เขากล่าว “เราต้องหาทางติดต่อกลับไปข้างบน และเปิดโปงเรื่องนี้ให้ได้”
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้วางแผนอะไรต่อไป เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก “พวกมันเจอเราแล้ว!” ผู้กองชาญตะโกน “รีบไปกันเถอะ!”
ทั้งสองรีบวิ่งออกจากห้องลับนั้น มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ไม่แน่นอนอีกครั้ง อดีตอันดำมืดที่เพิ่งถูกเปิดเผย กำลังจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของพวกเขาอย่างไม่อาจคาดเดาได้
4,948 ตัวอักษร