นักรบ ข้ามแดน

ตอนที่ 28 / 47

ตอนที่ 28 — หลุมพรางกลางอุโมงค์ใต้ดิน

เอกกลิ้งตัวลงมาบนพื้นหินเย็นเฉียบ เขาสำลักอากาศเข้าไปเต็มปอด พยายามข่มความเจ็บปวดที่ไหล่ข้างซ้าย เขาได้ยินเสียงประตูเหล็กปิดกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ “ผู้กอง!” เขาตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงความเงียบและความมืดที่โอบล้อม เขาพยายามประคองตัวเองลุกขึ้น ใช้ไฟฉายที่ยังคงทำงานอยู่ส่องไปรอบๆ พื้นที่ที่เขาตกลงมาเป็นอุโมงค์แคบๆ ที่มีลักษณะเป็นทางลาดชัน ผนังเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและหยดน้ำที่เกาะตัวหนาทึบจนดูเหมือนกำลังจะร่วงหล่นลงมาทุกเมื่อ กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราคละคลุ้งจนแสบจมูก “แย่แล้วไง... ถูกตัดขาดจากทีม” เอกพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ “ต้องหาทางกลับไปให้ได้” เขาหันไฟฉายส่องไปที่ประตูเหล็กที่ปิดสนิท มันดูแข็งแรงและหนาทึบเกินกว่าที่เขาจะงัดแงะมันออกไปได้ง่ายๆ “นี่มันไม่ใช่แค่ทางลับธรรมดาแล้ว... มันคือกับดัก” ความคิดของเขาเริ่มแล่นไปอย่างรวดเร็ว เขาสังเกตเห็นรอยขูดขีดรอบๆ ประตูที่ดูเหมือนจะถูกพยายามงัดแงะจากด้านนอก แสดงว่ามีคนพยายามจะเข้ามาหาเขา แต่ก็ไม่สำเร็จ “คุณเอก! คุณเป็นอะไรรึเปล่า!” เสียงของร้อยโทสมศักดิ์ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของประตู เขาได้ยินเสียงโวยวายและเสียงปืนดังแว่วๆ มาจากด้านบน “เรากำลังถูกโจมตี!” “ผมไม่เป็นไรครับผู้กอง! แต่ผมติดอยู่ข้างล่างนี่ ประตูเหล็กมันปิดตาย!” เอกตะโกนตอบกลับไป พยายามตะโกนให้ดังที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยิน “อะไรนะ! มันปิดได้ยังไง!” เสียงผู้กองสมศักดิ์ฟังดูตื่นตระหนก “พวกเราพยายามจะเปิดประตูแล้ว แต่กลอนมันล็อคจากข้างใน... โธ่เว้ย! เราต้องหาทางอื่น!” “ข้างล่างนี่มีทางลาดชันลงไปอีกครับ ผมไม่รู้ว่ามันจะไปที่ไหน” เอกบอก พลางขยับตัวไปสำรวจทางลงที่เขาตกลงมา “ผนังมันดูไม่มั่นคงเลย” “อย่าเพิ่งลงไปนะเอก! มันอาจจะเป็นกับดัก! พวกนั้นคงรู้ว่าเราใช้ทางนี้” ผู้กองสมศักดิ์ห้าม “เราจะหาทางเปิดประตูให้ได้! นายรออยู่ตรงนั้นก่อน!” “ครับผู้กอง! แต่เสียงปืนดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ! ผมได้ยินเสียงฝีเท้าคนด้านบนด้วย!” เอกพยายามบอกสถานการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาได้ยินเสียงกระสุนเฉี่ยวหัวไปดัง "ฟิ้ว" และเสียงปะทะกันดังมาจากข้างบน “พวกมันเข้ามาแล้ว! เอก! นายต้องเอาตัวรอดไปให้ได้! เราจะพยายามเปิดประตูให้เร็วที่สุด!” เสียงผู้กองสมศักดิ์เริ่มขาดๆ หายๆ ไป “รีบไปหาทางอื่น! ถ้าเปิดไม่ได้จริงๆ...” “ไม่ต้องห่วงครับผู้กอง! ผมจะหาทางไปเอง!” เอกตอบเสียงหนักแน่น ถึงแม้ในใจจะรู้สึกหนาวสะท้าน เขาตัดสินใจแล้วว่าการรอคอยอยู่ที่นี่คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เขาหันกลับไปสำรวจทางลาดชันอีกครั้ง เขาต้องก้าวลงไป เขาไม่รู้ว่าปลายทางของมันจะเป็นอะไร แต่ก็ดีกว่าการรอความตายอยู่ที่นี่ เขาค่อยๆ ไถลตัวลงไปตามทางลาดชันนั้นอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวต้องประคองตัวเองอย่างดีเพื่อไม่ให้เสียการทรงตัว “อุโมงค์นี่มันแคบกว่าที่คิดแฮะ” เอกบ่นเบาๆ เขาต้องใช้หัวและไหล่ดันผนังเพื่อทรงตัวขณะที่ขยับลงไปเรื่อยๆ ความมืดเริ่มหนาแน่นขึ้น แสงจากไฟฉายของเขาส่องได้ไม่ไกลนัก เขาเดินไปได้สักพัก เขาก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ “น้ำ?” เขาคิดในใจ “หรือว่ามันจะเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำใต้ดิน?” ความหวังเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่าพื้นใต้เท้าของเขาเริ่มเอนเอียงอย่างรวดเร็ว “วูบ!” เขาเสียหลักและกำลังจะล้ม “ระวัง!” เขาตะโกนเตือนตัวเอง แต่ก็สายเกินไป พื้นหินที่เขาเหยียบอยู่กำลังเลื่อนตัว! มันไม่ใช่พื้นธรรมดา แต่เป็นกลไกที่ซับซ้อน เอกรู้ทันทีว่านี่คือกับดักอีกชั้นหนึ่ง เขาพยายามยึดเกาะผนัง แต่ผนังที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำก็ลื่นเสียจนเขาไม่สามารถทรงตัวได้ “อ๊าก!” เอกกรีดร้องเมื่อเขากล ลงไปในความมืดอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนจะลึกกว่าเดิมมาก เสียงวัตถุบางอย่างกระแทกเข้ากับศีรษะของเขาอย่างจัง ทำให้ไฟฉายหลุดมือและดับวูบไป เหลือเพียงความมืดสนิทและเสียงสะท้อนของความเจ็บปวด “บ้าเอ๊ย... โดนอีกจนได้” เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายของเขาจมลงไปในบางสิ่งที่นุ่มและเหนียวหนึบ “นี่มันอะไรกันเนี่ย!” กลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งกระจายไปทั่ว เขารู้สึกเหมือนมือของเขากำลังจมลงไปในโคลนเหนียวๆ ที่มีบางอย่างติดอยู่ “หรือว่า... นี่จะเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย?” ความคิดน่าขยะแขยงแล่นเข้ามาในหัวของเขา เขาพยายามดันตัวเองขึ้น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งจมลงไป “ไม่! ฉันต้องออกไปจากที่นี่!” เอกพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย เขายันมือไปที่ผนังด้านข้าง พยายามตะกุยหาที่ยึดเกาะอย่างบ้าคลั่ง โชคดีที่ผนังด้านข้างยังคงเป็นหิน แต่ก็ลื่นมาก เขาต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อดันตัวเองขึ้นจากบ่อโคลนปริศนา “ฮึบ! ฮึบ!” เสียงหอบหายใจของเขาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาค่อยๆ ดึงร่างของตัวเองขึ้นมาทีละน้อย ความเหนียวเหนอะหนะของโคลนทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างยากลำบาก ในที่สุด เขาก็สามารถยกร่างที่เปรอะเปื้อนโคลนขึ้นมาพ้นจากบ่อได้ เขาตะแคงตัวนอนหอบอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ “เกือบไปแล้ว... ถ้าจมลงไปมากกว่านี้ คงได้เน่าตายอยู่ที่นี่แน่” เขาพยายามคลำหาไฟฉายที่หลุดมือไป แต่ก็ไม่พบ “ช่างเถอะ... อย่างน้อยก็ยังมีไฟสำรองที่ข้อมือ” เขาปลดนาฬิกาข้อมือซึ่งมีไฟฉายขนาดเล็กติดอยู่ เขากดสวิตช์ แสงสีขาวสลัวๆ ส่องออกมา “โอ้โห... สภาพฉัน...” เขาเห็นสภาพตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีดำสนิท กลิ่นเหม็นติดตัวไปหมด เขาถอนหายใจยาว “ต้องรีบหาทางกลับไปหาทีมให้เร็วที่สุด” เขาค่อยๆ ประคองตัวเองลุกขึ้นอีกครั้ง ด้วยความอ่อนเพลียและเจ็บปวดไปทั้งตัว เขาหันไฟฉายส่องไปข้างหน้า ทางเดินยังคงทอดลึกลงไปในความมืด “เอาล่ะ... เดินหน้าต่อไป”

4,484 ตัวอักษร