ตอนที่ 29 — เสียงกระซิบจากอดีต
เอกเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว แสงไฟฉายจากนาฬิกาข้อมือของเขาส่องนำทางไปได้ไม่ไกลนัก ความมืดและความเงียบดูเหมือนจะคุกคามเขาอยู่ตลอดเวลา เขาต้องคอยระแวดระวังเสียงรอบตัว กลัวว่าจะมีกับดักที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ หรือมีใครบางคนกำลังซุ่มโจมตีเขาอยู่
“นี่มันอุโมงค์อะไรกันแน่... ทำไมมันถึงได้วกวนและอันตรายขนาดนี้” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมา “หวังว่าทีมจะปลอดภัยนะ”
เขาเดินไปได้สักพัก เขาก็เริ่มได้ยินเสียงประหลาดแว่วมาแต่ไกล เป็นเสียงเหมือนเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ ที่ดังมาจากทางด้านหน้า “ใครน่ะ! ออกมานะ!” เอกตะโกนถามเสียงดัง พลางยกปืนขึ้นเตรียมพร้อม
แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงเสียงกระซิบที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะคอยเรียกเขาให้เข้าไปหา “นี่มันเสียงอะไรกันแน่... ไม่เหมือนเสียงคนพูดคุยกันเลย” เขาสังเกตเห็นว่าเสียงนั้นดูเหมือนจะมาจากกำแพงอุโมงค์
เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้กำแพงด้านขวา มือยังคงประคองปืนไว้แน่น เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากก้อนหิน “แปลก... ปกติอุโมงค์ใต้ดินมันก็ต้องเย็นอยู่แล้ว แต่ไอ้นี่มันเย็นจนเหมือนน้ำแข็งเลย”
ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาใกล้หูเขาเสียจนเขาแทบสะดุ้ง “ที่นี่... ที่นี่คือที่ของเรา...” เสียงนั้นแหบแห้งและฟังดูโหยหวน ราวกับมาจากอดีตอันไกลโพ้น
“อะไรของคุณ! อย่ามาหลอกกันนะ!” เอกตะโกนกลับไป เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่ต้นเสียง “ใครอยู่ตรงนั้น!”
“เรา... เราคือผู้ที่ถูกลืม... ผู้ที่ถูกทอดทิ้ง...” เสียงนั้นยังคงดังไม่หยุด “พวกเขา... พวกเขาไม่เคยเข้าใจเรา...”
เอกเริ่มขนลุกซู่ เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน นี่มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับศัตรูที่เป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว “คุณกำลังพูดถึงใคร?” เขาถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
“เรา... คือชาวบ้านที่ถูกขับไล่... ที่นี่เคยเป็นบ้านของเรา... ก่อนที่พวกเขาจะมา...” เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะปลดปล่อยความคับแค้นที่อัดอั้นมานาน “พวกทหาร... พวกนายทุน... พวกเขาทำลายทุกสิ่ง...”
เอกจำได้ทันที เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพื้นที่นี้จากหน่วยข่าวกรอง เป็นเรื่องราวของความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มานาน แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ถูกปกปิดไว้อย่างหนาแน่น “นี่มัน... เรื่องราวในอดีต?”
“ใช่... อดีตที่ถูกฝังกลบ... แต่ความเจ็บปวด... มันยังคงอยู่...” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้ามาในกระดูก “นาย... นายมาที่นี่ทำไม? มาซ้ำเติมเราอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่าครับ! ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายใคร! ผมมาเพื่อช่วยเพื่อนทหารที่ถูกจับตัวไป!” เอกรีบอธิบาย “ผมไม่รู้เรื่องราวในอดีตมาก่อนจริงๆ”
“ช่วย? ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะแหละแห้งดังสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ “ในโลกนี้... ไม่มีคำว่าช่วย... มีแต่การเอาเปรียบ... การกดขี่...”
“แต่มันไม่จริงเสมอไปนะครับ! ยังมีคนดีๆ อยู่! ยังมีความยุติธรรม!” เอกพยายามโต้แย้ง
“ความยุติธรรม... สำหรับใคร? สำหรับพวกที่แข็งแกร่ง? สำหรับพวกที่มีอำนาจ?” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น “พวกเรา... คือผู้แพ้... คือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง...”
เอกรู้สึกถึงความเศร้าสร้อยและสิ้นหวังที่แผ่ซ่านออกมาจากเสียงนั้น “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ... แต่การจมอยู่กับอดีต... มันจะไม่มีวันทำให้คุณดีขึ้น”
“ดีขึ้น? แล้วมีอะไรที่จะดีขึ้นได้อีกล่ะ? พวกมันพรากทุกอย่างไปจากเราแล้ว... บ้าน... ที่ดิน... ครอบครัว...” เสียงนั้นเริ่มสั่นเครือ “เราเหลือเพียงความแค้น... ความโกรธ...”
“ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ปล่อยให้ความแค้นและความโกรธครอบงำคุณตลอดไปอย่างนั้นหรือ?” เอกถาม “มันจะทำให้คุณมีความสุขจริงๆ หรือ?”
“ความสุข... มันคืออะไร? เราไม่รู้จักคำนั้นอีกต่อไปแล้ว...” เสียงนั้นแผ่วเบาลง “ที่นี่... คือที่พักสุดท้ายของเรา... ที่นี่... คือสุสานของเรา...”
เอกรู้สึกถึงความผิดหวังที่แผ่ซ่านออกมาจากเสียงนั้น “ผมขอโทษ... ที่ผมไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้ในเรื่องอดีต” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “แต่ผมหวังว่า... วันหนึ่งคุณจะพบกับความสงบ”
เขาก้าวถอยหลังช้าๆ “ผมต้องไปแล้ว... ผมมีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ”
เมื่อเขาถอยห่างออกมา เสียงกระซิบก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบอันน่าขนลุกอีกครั้ง “นี่มันอะไรกันแน่... เรื่องหลอนหรือว่า... ความทรงจำของสถานที่?” เอกไม่แน่ใจ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่คิดถึงมันอีกต่อไป
เขาเดินหน้าต่อไปในความมืด พยายามมีสมาธิกับภารกิจตรงหน้า เขารู้ดีว่าเขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้ การเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็นเช่นนี้ มันบั่นทอนจิตใจไม่น้อย
“ต้องหาทางกลับไปให้เร็วที่สุด... ก่อนที่อะไรๆ จะเลวร้ายไปกว่านี้” เขากล่าวกับตัวเอง
ขณะที่เขากำลังเดิน เขาก็รู้สึกถึงลมเย็นๆ พัดมาจากทางด้านหน้า “ลม?” เขาแปลกใจ “แสดงว่าต้องมีทางออกอยู่ไม่ไกล”
เขาเร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย หวังว่าลมนั้นจะนำพาเขาไปสู่ที่ปลอดภัย หรืออย่างน้อยก็กลับไปหาทีมของเขาได้
3,950 ตัวอักษร