นักรบ ข้ามแดน

ตอนที่ 33 / 47

ตอนที่ 33 — แผนลวงกลางค่าย

เอกเดินลึกเข้าไปในป่าอีกครั้ง เขาต้องหาทางเข้าใกล้ค่ายของศัตรูโดยไม่ให้ถูกตรวจพบ เขาใช้ความรู้ทางทหารทั้งหมดที่มีในการซ่อนร่องรอยการเคลื่อนที่ของตนเอง พยายามเคลื่อนที่ไปตามเงามืดและพุ่มไม้หนาทึบ หลังจากเดินมาได้ประมาณสามชั่วโมง เขาก็เริ่มได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้น เสียงปืนที่ดังเป็นครั้งคราว เสียงยานพาหนะ และเสียงพูดคุยของทหารจำนวนมาก เอกรู้ว่าเขาใกล้ถึงค่ายแล้ว เขาแอบมองผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ และเห็นค่ายทหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ค่ายนั้นมีรั้วล้อมรอบอย่างแน่นหนา มีป้อมยามอยู่ตามจุดต่างๆ และมีทหารเดินตรวจตราอยู่ตลอดเวลา “ใหญ่กว่าที่คิดแฮะ” เอกพึมพำกับตัวเอง “จะเข้าไปยังไงดี?” เขาใช้เวลาสังเกตการณ์บริเวณรอบค่ายอยู่พักใหญ่ เขาเห็นว่ามีจุดหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อน คือบริเวณด้านหลังค่าย ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินเขาที่มีพุ่มไม้ปกคลุมหนาแน่น และดูเหมือนจะมีการรักษาความปลอดภัยน้อยกว่าจุดอื่น “อาจจะเป็นทางเข้าที่ดี” เอกคิด เขาตัดสินใจจะใช้แผนการล่อลวงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทหาร แล้วค่อยหาจังหวะแทรกตัวเข้าไปในค่าย เอกมองไปรอบๆ และพบก้อนหินขนาดกลางก้อนหนึ่ง เขานำมันมาวางไว้ในตำแหน่งที่สามารถขว้างไปตกในบริเวณที่ห่างจากจุดอ่อนของค่ายได้ “เอาล่ะ... เริ่มกันเลย” เอกขว้างก้อนหินออกไปเต็มแรง เสียงก้อนหินกระทบกับพื้นดังโครม! “มีอะไรนั่น!” เสียงทหารที่อยู่ใกล้เคียงตะโกนขึ้น เสียงฝีเท้าทหารจำนวนหนึ่งรีบวิ่งไปยังทิศทางที่ก้อนหินตกไป เอกไม่รอช้า เขาใช้โอกาสนี้ รีบวิ่งไปยังบริเวณด้านหลังค่ายที่เขาเล็งไว้ เขาคลานต่ำลงไปตามพุ่มไม้หนาทึบ จนกระทั่งถึงรั้วด้านหลังค่าย เอกสังเกตเห็นว่ารั้วบริเวณนี้มีลักษณะเก่าแก่กว่าส่วนอื่น และมีบางส่วนที่ดูเหมือนจะถูกซ่อมแซมมาแล้ว “ต้องหาทางตัดรั้ว” เอกคิด เขาหยิบมีดพับออกมา และเริ่มลงมือตัดลวดหนามที่ยึดรั้วไว้ทีละเส้น การตัดลวดหนามนั้นใช้เวลานานและสร้างเสียงดังพอสมควร เอกต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เขากำลังตัดลวดหนามเส้นสุดท้าย เสียงตะโกนก็ดังขึ้นมาจากด้านในค่าย “มีคนอยู่ที่รั้วด้านหลัง!” “หยุดนะ! อย่าขยับ!” เอกรู้ตัวว่าแผนการของเขาถูกจับได้แล้ว เขาตัดสินใจไม่รอช้า รีบตัดลวดหนามให้ขาดสะบั้น และพุ่งตัวลอดผ่านช่องว่างที่เกิดขึ้นเข้าไปในค่าย ทันทีที่เขาเข้ามาในค่าย ทหารหลายนายก็วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมเขาไว้ เอกชักปืนพกออกมาอย่างรวดเร็ว เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ “ปล่อยอาวุธลงเดี๋ยวนี้!” หัวหน้าหน่วยทหารตะโกนสั่ง “ไม่มีทาง!” เอกตะโกนตอบ “ข้ามาช่วยเพื่อนของข้า!” “เพื่อนของเจ้าอยู่ที่ไหน?” หัวหน้าหน่วยถาม “พวกแกจับเพื่อนของข้าไว้!” เอกกล่าว “ข้าจะพาพวกเขาออกไป!” “อย่าคิดว่าจะทำได้!” หัวหน้าหน่วยหัวเราะเยาะ “นายเข้ามาคนเดียว... คิดว่าจะทำอะไรได้?” “ข้าจะทำทุกอย่างที่ข้าต้องทำ!” เอกตอบ ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้น เอกรีบหลบหลังเครื่องมือทางการทหารที่วางอยู่ใกล้ๆ เขาเริ่มยิงตอบโต้ใส่ทหารที่เข้ามาล้อม การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เอกใช้ความคล่องแคล่วและทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่าในการหลบหลีกและยิงต่อสู้กับทหารจำนวนมาก เขาจัดการล้มทหารไปได้หลายนาย แต่จำนวนทหารก็ยังคงมีมากกว่าเขา “ต้องหาทางไปที่ห้องขัง” เอกคิด เขาใช้ความชำนาญในการเคลื่อนที่ หลบหลีกการยิง และพยายามมุ่งหน้าไปยังอาคารที่เขาคาดว่าจะเป็นห้องขัง ขณะที่เขากำลังต่อสู้ เอกก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง “เอก! เอก! เราอยู่ที่นี่!” เอกหันไปมองตามเสียง และเห็นสุริยะกับชัยกำลังถูกคุมขังอยู่ในห้องขังที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขากำลังต่อสู้อยู่ “สุริยะ! ชัย!” เอกตะโกนตอบ “อดทนไว้! ข้าจะไปหา!” เอกตัดสินใจบุกตรงไปยังห้องขังนั้น เขาปล่อยปืนพก และคว้าปืนไรเฟิลที่ตกอยู่ใกล้ๆ มาใช้แทน เขาต่อสู้ฝ่าฟันทหารที่ขวางทางไปอย่างไม่คิดชีวิต เอกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการยิง แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป เมื่อเขามาถึงหน้าห้องขัง เอกก็เห็นว่าประตูห้องขังนั้นแข็งแรงมาก เขาไม่สามารถเปิดมันออกได้ง่ายๆ “พวกแก! เปิดประตู!” เอกตะโกนใส่ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ ทหารยามไม่ตอบสนอง เอกจึงตัดสินใจใช้ปืนไรเฟิลยิงไปที่กลอนประตู เสียงปืนดังสนั่น กลอนประตูที่แข็งแรงเริ่มเสียหาย “เร็วเข้า! พวกเราต้องรีบออกไป!” ชัยตะโกนจากในห้องขัง เอกยิงซ้ำอีกครั้ง จนในที่สุด กลอนประตูก็หลุดออก “ไปกันเถอะ!” เอกบอกสุริยะกับชัย ทั้งสามคนรีบออกจากห้องขัง และกลับมาเผชิญหน้ากับทหารที่ยังคงพยายามเข้ามาล้อมพวกเขา “ตอนนี้มีสามคนแล้ว! พวกมันจะหนีไปไม่ได้!” หัวหน้าหน่วยตะโกน เอก สุริยะ และชัย ตั้งแถวต่อสู้ พวกเขารู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะหลบหนี “เราต้องออกไปให้ได้!” สุริยะกล่าว “เราต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้!” “ไปกัน!” เอกนำทีม ทั้งสามคนต่อสู้ฝ่าฟันออกมาจากค่ายอย่างดุเดือด พวกเขาใช้ทักษะและความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เอกใช้ความสามารถในการโจมตี สุริยะใช้ความแข็งแกร่งในการปะทะ และชัยใช้ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่และคอยสนับสนุน พวกเขาจัดการล้มทหารไปได้เป็นจำนวนมาก และในที่สุด ก็สามารถฝ่าวงล้อมออกมาจากค่ายได้สำเร็จ “เราทำได้!” ชัยตะโกนด้วยความดีใจ “ยังไม่จบแค่นี้!” เอกกล่าว “เราต้องรีบกลับไปรายงาน!” ทั้งสามคนวิ่งหายเข้าไปในป่า ทิ้งเสียงปืนและเสียงตะโกนไล่หลังมา พวกเขารู้ดีว่าการเดินทางกลับไปยังหน่วยบัญชาการนั้นยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคอีกมากมาย แต่การได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และได้มีโอกาสที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ มันคือความหวังอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้หัวใจของพวกเขามีกำลังใจ

4,423 ตัวอักษร