ตอนที่ 12 — สู่ที่มั่นใหม่ใต้ฟ้าวิปโยค
หลังจากที่หลบหนีออกมาจากอุโมงค์ได้อย่างหวุดหวิด กวินทร์และประจักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บ ร่วมกับทหารหน่วยรบพิเศษที่มาถึง ก็ได้เข้าคุ้มกันพระอาจารย์บุญมีและชาวบ้านที่เหลืออยู่ในการเดินทางต่อไป พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านป่าทึบ มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบที่วางแผนไว้
"ท่านครับ เราจะไปที่ไหนกันต่อ" ประจักษ์ถามขณะที่เขาถูกพยุงเดิน กวินทร์สังเกตเห็นว่าประจักษ์มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
"เรากำลังจะไปยังที่มั่นแห่งใหม่ที่เตรียมไว้" กวินทร์ตอบ "กองทัพได้วางแผนการเคลื่อนย้ายพลเรือนไปยังพื้นที่ปลอดภัย เป็นฐานที่มั่นลับแห่งหนึ่ง"
"ฐานที่มั่นลับ...ฟังดูอันตรายไม่น้อยเลยนะครับ" ประจักษ์พึมพำ
"ทุกที่ในตอนนี้อันตรายทั้งนั้นแหละ" กวินทร์ถอนหายใจ "แต่ที่นั่นคือความหวังสุดท้ายของเราที่จะรวมกำลังพลและเตรียมการตอบโต้"
หัวหน้าหน่วยรบพิเศษที่เดินประกบข้าง กวินทร์เสริมว่า "ที่นั่นคือฐานบัญชาการใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในภูเขา เราส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังกองบัญชาการใหญ่แล้ว พวกเขากำลังระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์มาสนับสนุน"
"แล้ว...แล้วสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ" กวินทร์ถามด้วยความกังวล เขาไม่ได้มีโอกาสได้รับรายงานสถานการณ์การรบจากภายนอกเลยตั้งแต่หลบหนีออกมา
"หนักหนาสาหัสครับท่าน" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษตอบเสียงเครียด "ศัตรูรุกคืบเข้ามาอย่างรวดเร็ว และยึดครองพื้นที่สำคัญไปหลายแห่ง แต่เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรากำลังถอยร่นไปยังพื้นที่ที่เตรียมไว้เพื่อตั้งแนวรับใหม่"
"การเสียกรุง..." กวินทร์หลับตาลงอย่างช้าๆ ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา เขารู้ดีว่าการเสียกรุงหมายถึงอะไร
"เราจะกอบกู้แผ่นดินของเรากลับคืนมาให้ได้ครับท่าน" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อทุกหยาดหยด"
พวกเขาเดินต่อไปอีกหลายชั่วโมง ผ่านภูมิประเทศที่ทุรกันดาร สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย สร้างความเหนื่อยล้าและความยากลำบากให้กับการเดินทาง แต่ไม่มีใครปริปากบ่น ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการเอาชีวิตรอดและไปให้ถึงที่หมาย
ในที่สุด เมื่อตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า พวกเขาก็มาถึงบริเวณทางเข้าภูเขาที่ถูกอำพรางไว้เป็นอย่างดี มันเป็นทางเข้าอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก
"ถึงแล้วครับท่าน" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษประกาศ "ที่นี่คือฐานที่มั่นลับของเรา"
ทหารยามสองนายที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าอุโมงค์ เมื่อเห็นหน่วยรบพิเศษและคณะของกวินทร์ ก็รีบเข้ามาให้การต้อนรับ
"ยินดีต้อนรับครับท่าน" ทหารยามคนหนึ่งกล่าว "พวกเรารอท่านอยู่"
พวกเขาเดินเข้าไปในอุโมงค์ ความรู้สึกเย็นยะเยือกปะทะใบหน้า แสงไฟสว่างจ้าจากหลอดไฟที่ติดตั้งตลอดทางเดิน ทำให้เห็นถึงขนาดและความกว้างใหญ่ของฐานที่มั่นแห่งนี้ มันไม่ใช่แค่อุโมงค์ธรรมดา แต่เป็นเมืองใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง
"ที่นี่...มันน่าทึ่งมาก" ประจักษ์พึมพำด้วยความตื่นตะลึง
"เราได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วครับท่าน" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษกล่าว "มีโรงพยาบาล สนามฝึกยุทธ์ คลังอาวุธ และที่พักสำหรับพลเรือน"
พวกเขาถูกนำไปยังห้องบัญชาการหลัก ที่นั่นมีนายทหารระดับสูงหลายนายกำลังประชุมหารือกันอยู่ เมื่อเห็นกวินทร์เข้ามา พวกเขาก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ
"ผู้บัญชาการกวินทร์!" นายทหารยศนายพลกล่าวด้วยความยินดี "เราดีใจที่คุณปลอดภัย! การที่คุณสามารถนำพาชาวบ้านออกมาจากอุโมงค์ได้ ถือเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่!"
กวินทร์โค้งคำนับอย่างสุภาพ "ผมเพียงทำหน้าที่ของทหารครับท่าน"
"คุณได้ทำหน้าที่เกินกว่านั้นมาก" นายพลกล่าว "การเสียกรุงครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่เราจะไม่ยอมให้ความหวังของเราดับสิ้นไป เราจะรวบรวมกำลังพลที่นี่ และเตรียมการตอบโต้กลับไป"
"ตอนนี้ สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับท่าน" กวินทร์ถามอีกครั้ง
"ศัตรูได้ยึดครองเมืองหลวงไปแล้ว และกำลังมุ่งหน้าเข้ามาในพื้นที่นี้" นายพลอธิบาย "แต่เราได้วางแผนการรบไว้แล้ว เราจะใช้ภูมิประเทศที่ได้เปรียบในการต่อต้าน และรอคอยการสนับสนุนจากพันธมิตร"
"พันธมิตร..." กวินทร์พยักหน้า เขาเชื่อมั่นว่าประเทศชาติที่เคยช่วยเหลือกันมา จะไม่ทอดทิ้งในยามวิกฤต
"เราจะสู้จนถึงที่สุด" นายพลกล่าวด้วยแววตาที่มุ่งมั่น "เราจะกอบกู้แผ่นดินของเรากลับคืนมาให้ได้! แม้จะต้องสู้จนถึงหยดสุดท้าย!"
กวินทร์มองไปยังนายทหารคนอื่นๆ เขาเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ในดวงตาของทุกคน เขารู้สึกถึงพลังที่หล่อหลอมขึ้นมาใหม่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ พลังแห่งความหวัง พลังแห่งการต่อสู้
"ผมพร้อมเสมอครับท่าน" กวินทร์กล่าว "ผมจะทำทุกอย่างที่ผมทำได้ เพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา"
แม้ว่าประเทศจะตกอยู่ในภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ศัตรูจะรุกคืบเข้ามาอย่างน่ากลัว แต่ในฐานที่มั่นลับแห่งนี้ ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังแว่วมาจากเบื้องบน กวินทร์และเหล่าทหารหาญ รวมถึงประชาชนผู้กล้าหาญ กำลังก่อร่างสร้างความหวังใหม่ขึ้นมา ความหวังที่จะขับไล่ศัตรูออกไปจากแผ่นดินอันเป็นที่รัก และฟื้นฟูประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง การต่อสู้อันยิ่งใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.
4,009 ตัวอักษร