ตอนที่ 11 — ปฏิบัติการฝ่าวงล้อม
"ท่านแน่ใจนะครับว่าจะบุกตอนนี้" ประจักษ์ถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่เขากำลังช่วยพยุงชาวบ้านที่บาดเจ็บให้เดินต่อไปตามอุโมงค์ "ศัตรูยังหนาแน่นอยู่เลยนะครับ"
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ประจักษ์" กวินทร์ตอบเสียงหนักแน่น เขาปาดเหงื่อที่ไหลปนกับเลือดบนใบหน้า "พวกเราที่เหลืออยู่ต้องสร้างโอกาสให้ชาวบ้านและหลวงพ่อหนีไปให้ได้ การตั้งรับอยู่ที่นี่มีแต่จะตายเปล่า"
"แต่..."
"ไม่มีแต่!" กวินทร์ขัดขึ้น "พวกเราคือทหาร! หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชน! ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม! เตรียมพร้อม! สัญญาณต่อไปคือการบุก!"
เขาหันไปมองทหารที่ยังเหลืออยู่ ไม่ถึงสิบชีวิต แต่ละคนมีแผลตามร่างกาย แต่แววตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"พวกเจ้าได้ยินคำสั่งของข้าแล้วนะ" กวินทร์กล่าวเสียงดัง "เราจะบุกทะลวงออกไปทางปากอุโมงค์ที่ศัตรูกำลังรบกันอยู่! จำไว้! เป้าหมายของเราคือการสร้างความสับสนให้ศัตรู เพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสหนี! ไม่ต้องคำนึงถึงชีวิตของตัวเอง! จงบุก!"
"รับทราบครับท่าน!" เสียงตอบรับดังมาจากทหารเหล่านั้น แม้จะแผ่วเบา แต่ก็แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว
กวินทร์พยักหน้า เขาหันไปทางพระอาจารย์บุญมีที่ยืนรออยู่พร้อมกับกลุ่มชาวบ้านที่บาดเจ็บ
"หลวงพ่อครับ นี่คือโอกาสเดียวของเราแล้ว" กวินทร์บอก "ผมจะนำทหารที่เหลือเปิดทางให้ ขอหลวงพ่อพาทุกคนหนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าหันกลับมามอง!"
"ขอให้บุญรักษาพวกเจ้า" พระอาจารย์บุญมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ท่านพนมมือไหว้ลา กวินทร์ไม่รอช้า เขาส่งสัญญาณมือให้ประจักษ์
"บุก!"
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับร่างของกลุ่มทหารที่พุ่งทะยานออกจากที่กำบัง พวกเขาวิ่งตรงไปยังปากอุโมงค์ที่กำลังมีการปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงปืนกลหนักและเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
กวินทร์นำหน้า ชูอาวุธปืนไรเฟิลคู่ใจ เขาประเดิมด้วยการยิงสกัดทหารศัตรูที่กำลังจะยิงใส่กลุ่มชาวบ้านที่กำลังเคลื่อนที่ออกจากอุโมงค์ ประจักษ์อยู่เคียงข้างเขา พยายามยิงคุ้มกัน
"ระวังทางขวา!" ประจักษ์ตะโกน ขณะที่เขายิงสกัดทหารศัตรูที่พยายามจะซุ่มโจมตี
การปะทะกันเป็นไปอย่างดุเดือด พวกเขากำลังต่อสู้กับศัตรูที่กระจายตัวอยู่รอบปากอุโมงค์ และยังมีกลุ่มทหารที่กำลังรบกันเองอีกด้วย เป็นสถานการณ์ที่สับสนอลหม่าน
"หลวงพ่อ! ไปเดี๋ยวนี้!" กวินทร์ตะโกนสุดเสียง ขณะที่เขายิงตอบโต้
พระอาจารย์บุญมีไม่รอช้า ท่านรีบนำชาวบ้านวิ่งออกไปจากอุโมงค์ โดยมีทหารอีกสองสามนายที่บาดเจ็บแต่ยังพอเคลื่อนไหวได้ คอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ
กวินทร์และประจักษ์ถอยร่นเข้ามาในอุโมงค์เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าชาวบ้านเริ่มเคลื่อนที่ออกไปได้แล้ว พวกเขาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง
"พวกมันกำลังจะหนี!" หัวหน้าทหารศัตรูตะโกน "อย่าให้มันรอดไปได้!"
กองกำลังศัตรูจำนวนมากเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาในอุโมงค์ กวินทร์และทหารที่เหลืออยู่ตั้งแนวป้องกันอย่างเหนียวแน่น พวกเขารู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
"เราจะสู้จนกว่าจะไม่มีใครเหลือ!" กวินทร์ประกาศก้อง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ ลูกกระสุนปืนถากผนังเป็นประกาย ทหารของกวินทร์ล้มลงทีละคน แต่ละคนสู้จนวินาทีสุดท้าย
ประจักษ์ถูกยิงที่ขาข้างซ้าย เขาล้มลงกับพื้น แต่ก็ยังพยายามยิงสกัด
"ท่าน! ข้า...ข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว!" ประจักษ์ตะโกน
กวินทร์รีบวิ่งเข้าไปหาประจักษ์ เขาช่วยพยุงประจักษ์ขึ้นมา แต่ก็เห็นว่ามีทหารศัตรูจำนวนมากกำลังบุกเข้ามา
"ไม่ต้องห่วง! ข้าจะพาเจ้าไป!" กวินทร์บอก แต่เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
"ท่านไปเถอะครับ! ปล่อยข้าไว้! พาชาวบ้านไปให้ได้!" ประจักษ์พยายามผลักกวินทร์ออกไป
"ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง!" กวินทร์ตะคอก เขาแบกประจักษ์ขึ้นบ่า และพยายามวิ่งฝ่าวงล้อมของศัตรูออกไป
ทหารศัตรูรุมล้อมเข้ามา กวินทร์ยิงสกัดไปเรื่อยๆ แต่กระสุนของเขาก็ใกล้จะหมด
"ท่าน! หยุดเถอะครับ!" ประจักษ์ร้อง "ข้า...ข้าไม่เป็นไร..."
"เจ้าต้องรอด!" กวินทร์ยืนยันขณะที่เขากำลังถูกต้อนจนมุม
ทันใดนั้น เสียงปืนกลหนักดังขึ้นจากด้านนอกอุโมงค์ เป็นเสียงที่แตกต่างจากเสียงปืนของศัตรูที่กำลังล้อมพวกเขาอยู่
"เสียงอะไรน่ะ" ประจักษ์พึมพำ
"เหมือน...เหมือนจะเป็นเสียงปืนของเรา!" กวินทร์มองออกไปทางปากอุโมงค์ เขาเห็นแสงไฟฉายและเงาของทหารที่กำลังเคลื่อนไหว
"กองหนุนมาแล้ว!" กวินทร์ตะโกนด้วยความดีใจ "ประจักษ์! เราต้องไปให้ถึงพวกเขาก่อน!"
ด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย กวินทร์แบกประจักษ์วิ่งตรงไปยังทิศทางของเสียงปืน ทหารศัตรูที่กำลังรุมล้อมพวกเขาอยู่ก็ถูกโจมตีจากด้านนอก ทำให้เกิดความโกลาหล
กวินทร์และประจักษ์วิ่งฝ่าออกมาจากอุโมงค์ พวกเขาพบกับทหารหน่วยรบพิเศษที่กำลังเข้าตีโฉบฉวย
"ท่าน! พวกท่านรอดมาได้อย่างไร!" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษร้องถามด้วยความประหลาดใจ
"เรา...เราช่วยชาวบ้านออกมา" กวินทร์ตอบหอบหายใจ "พวกเราถูกศัตรูต้อนจนมุม"
"ดีมาก! พวกท่านทำได้เยี่ยมมาก!" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษกล่าว "ตอนนี้ ปลอดภัยแล้ว! พักผ่อนเถอะ!"
กวินทร์มองย้อนกลับไปที่ปากอุโมงค์ เขาเห็นพระอาจารย์บุญมีและชาวบ้านกำลังวิ่งหนีต่อไปอย่างปลอดภัย ความโล่งอกแล่นเข้ามาในหัวใจ เขาทำหน้าที่ของเขาได้สำเร็จแล้ว
4,102 ตัวอักษร