ยุทธการ กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 22 / 50

ตอนที่ 22 — เสียงปืนกัมปนาทกลางอุโมงค์

"ผู้พันครับ พวกมันมากันเยอะพอสมควรเลยครับ ประจักษ์รายงานเสียงแหบแห้ง พลางใช้กล้องส่องทางไกลที่ตนเองพกติดตัวมาสอดส่องไปยังปากอุโมงค์" "กี่คน ประจักษ์" กวินทร์ถามเสียงเครียด มือข้างซ้ายของเขากำแน่นจนข้อขาวซีด เขาพยายามขยับตัวเพื่อไม่ให้แผลที่ขาด้านซ้ายตึงเกินไป แต่ก็ไม่เป็นผล ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาทุกครั้งที่เคลื่อนไหว "ราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบเห็นจะได้ครับผู้พัน พวกนั้นมีอาวุธครบมือ ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นหน่วยรบพิเศษของฝ่ายศัตรู" ประจักษ์ตอบพลางถอนกล้องออก "พวกมันกำลังกระจายกำลังกันปิดปากอุโมงค์อยู่ครับ" เสียงปืนที่ดังมาจากด้านนอกดังเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศในอุโมงค์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น เสียงพูดคุยของผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เงียบลงจนเกือบไม่ได้ยิน มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความหวาดกลัว และเสียงครวญครางของผู้บาดเจ็บเท่านั้น "พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่" ดาบชัยเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "พวกมันกำลังจะปิดทางเข้าออกของเราทั้งหมด" "แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับผู้พัน" ทหารหนุ่มนายหนึ่งถามขึ้น เสียงสั่นเครือ "ถ้าพวกมันปิดอุโมงค์ได้ เราก็เหมือนปลาที่ถูกต้อนเข้าเข่ง" กวินทร์หลับตาลงสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ "เรายังไม่จนตรอกเสียทีเดียว ประจักษ์ เจ้าบอกว่ามีช่องหินเล็กๆ ที่พอจะมองเห็นข้างนอกได้ใช่ไหม" "ครับผู้พัน" ประจักษ์พยักหน้า "แต่ช่องนั้นแคบมากครับ คนปกติผ่านไม่ได้แน่นอน" "แล้วถ้าเป็นคนที่ผอมเพรียว หรือเด็กๆ ล่ะ" กวินทร์ถามต่อ "อาจจะพอได้ครับ" ประจักษ์ตอบอย่างไม่แน่ใจ "ดี" กวินทร์พูดเสียงหนักแน่น "ดาบชัย เตรียมกำลังพลที่พอจะต่อสู้ได้ไว้ข้างในนี้ เราจะปักหลักป้องกันตรงปากอุโมงค์นี้ก่อน ส่วนประจักษ์ เจ้ากับทหารอีกสองคนที่พอจะคล่องแคล่ว พาเด็กๆ และผู้หญิงที่บาดเจ็บเล็กน้อย ไปที่ช่องหินนั้น พวกเจ้าต้องหาทางพาพวกเขาออกไปให้ได้" "แต่ผู้พันครับ ถ้าพวกมันเจอพวกเราตรงนั้น…" ประจักษ์ยังคงกังวล "ข้าจะให้ทหารบางส่วนคอยคุ้มกันพวกเจ้าไปถึงปากช่องหินนั้น" กวินทร์กล่าว "แต่หลังจากนั้น เจ้าต้องไปให้เร็วที่สุด อย่าให้ศัตรูจับได้" "รับทราบครับผู้พัน" ประจักษ์รับคำ แม้จะยังมีความกังวลอยู่ แต่เขาก็เชื่อมั่นในการตัดสินใจของผู้พัน "ส่วนพวกเรา" กวินทร์มองไปรอบๆ ตัวทหารที่เหลืออยู่ "เราจะสู้จนนาทีสุดท้าย จงจำไว้ว่าแผ่นดินนี้เป็นของเรา เราไม่มีวันยอมให้ศัตรูเหยียบย่ำ" เสียงปืนจากด้านนอกดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าศัตรูใกล้เข้ามาแล้ว กวินทร์หยิบปืนประจำกายขึ้นมา ตรวจสอบซองกระสุนด้วยความชำนาญ มืออีกข้างหนึ่งที่ยังพอใช้การได้ กำแน่นเตรียมพร้อมรับมือ "ทุกคนเตรียมพร้อม" กวินทร์ออกคำสั่ง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วอุโมงค์ "รอสัญญาณจากข้า" ไม่นานนัก ภาพเงาของทหารศัตรูหลายสิบนายก็ปรากฏขึ้นที่ปากอุโมงค์ พวกเขาสวมชุดพรางสีเข้ม ถือปืนไรเฟิลที่ติดเครื่องเก็บเสียง เล็ดลอดเข้ามาอย่างเงียบเชียบ "ยิง" กวินทร์ตะโกนสุดเสียง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในความมืด เสียงกระสุนกระทบผนังหินดังสนั่นหวั่นไหว ทหารกล้าที่พอจะยืนหยัดได้ ต่างก็ระดมยิงใส่ศัตรูที่ปากอุโมงค์อย่างไม่เกรงกลัว เสียงตะโกน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังผสมปนเปกันไปหมด "ผู้พันครับ ทหารที่คุ้มกันประจักษ์กำลังจะออกไปแล้วครับ" ดาบชัยรายงานขณะที่ตนเองก็กำลังยิงต่อสู้อย่างดุเดือด "ดี" กวินทร์ตอบรับ "พวกมันกำลังจะปิดทางเข้าแล้ว เราต้องถอยเข้าไปในอุโมงค์อีกนิด" การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดในความมืด แสงไฟฉายที่ติดอยู่ตามหมวกของทหารส่องไปมาเป็นจุดๆ เห็นเพียงเงาร่างที่เคลื่อนไหวไปมา เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย "เราเสียเปรียบเรื่องจำนวนและอาวุธ" ทหารนายหนึ่งตะโกนบอก "เราน่าจะถอยไปตั้งหลักที่อื่น" "ไม่มีที่อื่นให้ถอยแล้ว" กวินทร์ตอบเสียงหอบ "เราต้องยันไว้ตรงนี้" ทันใดนั้นเอง เสียงปืนที่ดังมาจากด้านบนของปากอุโมงค์ก็ดังขึ้น เป็นการโจมตีจากด้านหลัง กวินทร์และทหารที่เหลือตกอยู่ในวงล้อมอย่างสมบูรณ์ "ผู้พัน! พวกมันมาจากด้านบนด้วย!" ดาบชัยตะโกนเสียงตื่น "นั่นมัน..." กวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของศัตรูที่พยายามโรยตัวลงมา "แผนลวง! พวกมันไม่ได้จะปิดทางเข้าอย่างเดียว!"

3,349 ตัวอักษร