ตอนที่ 25 — เส้นทางสู่การหลบหนีอันคลุมเครือ
เสียงฝีเท้าที่ดังระรัวสะท้อนไปทั่วโถงถ้ำอันมืดมิด ประจักษ์รีบก้าวไปข้างหน้า พลางหันกลับมามองกลุ่มผู้คนที่วิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ เขามองเห็นใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อนและหวาดกลัวของพวกเขา แสงไฟฉายจากหมวกกันน็อคที่ส่องสว่างเป็นระยะๆ ฉายเงาตะคุ่มไปมาบนผนังหินที่ขรุขระ "ทุกคน! ทนอีกหน่อย! เรากำลังจะพ้นจากตรงนี้แล้ว!" เขาตะโกนเสียงดังพอที่จะให้ทุกคนได้ยินท่ามกลางเสียงหอบหายใจ
"ประจักษ์! ข้างหน้ามันจะเป็นยังไงบ้าง?" เสียงของร้อยโทหญิง ปรานปรามดังขึ้นมา หญิงสาวใบหน้าเปื้อนฝุ่นและเหงื่อ แต่แววตายังคงมุ่งมั่น เธอแบกกระเป๋าปฐมพยาบาลไว้เต็มที่ แม้จะบาดเจ็บที่แขนซ้ายก็ตาม "เรายังไม่แน่ใจครับ แต่ดูจากลักษณะภูมิประเทศแล้ว น่าจะเป็นทางออกสู่หุบเขาด้านตะวันออก" ประจักษ์ตอบกลับ ขณะที่เขาสำรวจเส้นทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง "แต่มันอาจจะอันตรายกว่าเดิม เราไม่รู้ว่าพวกมันจะดักรอเราอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า"
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา" ปรานปรามถอนหายใจ "ถ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เราก็มีแต่ตายกับตาย" เธอพูดพลางเหลียวมองไปยังทางเข้าอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมา "ได้ยินเสียงปืนเงียบไปแล้ว แสดงว่าหน่วยของกวินทร์คงจะ... คงจะ..." เธอพูดไม่จบประโยค แต่ทุกคนเข้าใจดีว่าเธอหมายถึงอะไร
"อย่าเพิ่งหมดกำลังใจครับผู้กอง" ประจักษ์พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน "พวกเราทุกคนจะสู้จนถึงที่สุด" เขาหยุดชะงักเล็กน้อย "คุณนั่นแหละ ปรางปราม อย่าหักโหมมากนัก พักหน่อยเถอะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไหว" ปรานปรามตอบ "แต่ฝากดูแลเด็กๆ ด้วยนะ เห็นพวกเขาเหนื่อยกันมาก"
“ไม่ต้องห่วงครับ” ประจักษ์รับคำ “เราจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ที่เริ่มแคบลงเรื่อยๆ อากาศเริ่มอบอ้าวและมีกลิ่นอับชื้นมากขึ้น บางช่วงต้องก้มตัวหลบก้อนหินที่ยื่นออกมา บางช่วงก็ต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินสูงชัน เด็กๆ เริ่มร้องไห้ด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัว พ่อแม่พยายามปลอบโยนพวกเขาอย่างสุดความสามารถ
"พ่อครับ ผมเมื่อยแล้ว" เสียงเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งดังขึ้น ประจักษ์หันไปมองเห็นเด็กน้อยกำลังเกาะขาผู้เป็นพ่อแน่น ใบหน้าเล็กๆ ซบอยู่กับกางเกงที่เปื้อนฝุ่น "อีกนิดนะลูก อีกนิดเดียวเราก็จะถึงที่ปลอดภัยแล้ว" พ่อของเด็กปลอบโยน พลางหันมามองประจักษ์ด้วยสายตาอ้อนวอน
ประจักษ์พยักหน้าให้ "ถ้าไม่ไหวจริงๆ บอกได้นะ เราจะหาที่ให้พัก" เขาเหลือบมองไปรอบๆ กำลังมองหาโพรงหินหรือบริเวณที่พอจะหลบซ่อนได้สักครู่ "ตรงนี้พอจะไหวไหมครับ?" เขาถามปรานปราม
"ตรงนี้ดูดีนะ" ปรานปรามพยักหน้า "เราพักกันตรงนี้สักครู่ก็ได้"
ทุกคนทยอยกันนั่งลงบนพื้นหินอย่างอ่อนแรง เด็กๆ ซบลงบนอกพ่อแม่ บ้างก็หลับไปทันทีด้วยความอ่อนเพลีย เสียงหอบหายใจดังระงมไปทั่ว ประจักษ์เดินไปนั่งพิงผนังถ้ำ มองออกไปในความมืดเบื้องหน้า เขาหยิบขวดน้ำที่ใกล้จะหมดออกมาดื่มรวดเดียว รู้สึกถึงความกระหายที่คอแห้งผาก
"คิดว่าพวกมันจะตามเรามาไหม?" ปรานปรามถาม เสียงแผ่วเบา
"ไม่น่าจะทันครับ" ประจักษ์ตอบ "ตอนที่เราออกมา เสียงปืนก็เงียบไปแล้ว แสดงว่าหน่วยของกวินทร์น่าจะสามารถถ่วงเวลาได้มากพอสมควร" เขาหยุดนิดหนึ่ง "แต่เราก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด เราต้องรีบเดินทางต่อเมื่อมีโอกาส"
"แล้วเราจะไปที่ไหนต่อล่ะ?" เด็กหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ถามขึ้น เสียงสั่นเครือ
"เราจะหาทางกลับไปยังหน่วยของเรา" ประจักษ์ตอบอย่างหนักแน่น "แล้วเราจะร่วมมือกันขับไล่ศัตรูให้พ้นจากแผ่นดินของเรา"
"แต่... หน่วยของเราอยู่ที่ไหนล่ะคะ?" เด็กสาวถามอีกครั้ง
ประจักษ์อึกอักเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าหน่วยของเขาจะยังคงอยู่ตรงนั้นหรือไม่หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "เราจะหาทางติดต่อกับกองบัญชาการให้เร็วที่สุด" เขาตอบ "ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเอาชีวิตรอดไปให้ได้ก่อน"
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ประจักษ์ลุกขึ้นยืน "ได้เวลาแล้วครับ เราต้องไปต่อ" เขาหันไปปลุกทุกคน "ทุกคนครับ เราต้องไปต่อแล้ว"
เสียงบ่นอุบอิบดังขึ้นมาเล็กน้อย แต่ทุกคนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล "ทนอีกนิดนะครับ" ประจักษ์ให้กำลังใจ "ใกล้จะถึงแล้ว"
พวกเขาเดินต่อไปในความมืดที่ไร้ที่สิ้นสุด เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ คือสัญญาณเดียวที่บอกว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ บางครั้งพวกเขาต้องหยุดพักเมื่อเจอทางที่ยากลำบากเกินไป เด็กๆ เริ่มร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ ความเหนื่อยล้าและความกลัวได้กัดกินจิตใจของทุกคน
"ประจักษ์! ดูนั่นสิ!" จู่ๆ ปรานปรามก็ร้องอุทานขึ้นมา เธอชี้ไปยังผนังด้านหน้า
ประจักษ์เงยหน้าขึ้นมองตาม ท่ามกลางความมืด เขาเห็นแสงสว่างรำไรลอดผ่านเข้ามาจากบางอย่างที่อยู่ข้างหน้า "แสงสว่าง!" เขาอุทานด้วยความดีใจ "เราเจอทางออกแล้ว!"
ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าด้วยแรงฮึดสุดท้าย พวกเขาปีนป่าย ก้มหลบ และเบียดเสียดกันไปตามทางที่แคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุด พวกเขาก็ได้เห็นภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องเข้ามาจากปากถ้ำที่อยู่เบื้องหน้า
"เราออกมาได้แล้ว!" เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้นมาอย่างกึกก้อง
พวกเขาพากันวิ่งออกจากปากถ้ำอย่างไม่คิดชีวิต ภาพเบื้องหน้าคือทุ่งหญ้าสีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง หุบเขาที่โอบล้อมบริเวณนั้นดูสงบร่มรื่น ผิดกับสภาพภายในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"โอ้โห! สวยจัง!" เด็กคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
"นี่คือที่ไหนกัน?" ปรานปรามถามประจักษ์
"ผมคิดว่าเราน่าจะออกมาทางด้านตะวันออกของแนวภูเขาแล้วครับ" ประจักษ์ตอบ พลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง "แต่เราก็ยังต้องระวังตัวอยู่ดี"
"ใช่ เราต้องหาที่ปลอดภัยก่อน" ปรานปรามเห็นด้วย "แล้วค่อยคิดหาทางติดต่อกับกองบัญชาการ"
พวกเขาเดินลงมาจากเนินเขาอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกโล่งใจที่ได้ออกมาจากอุโมงค์นั้นมีอยู่จริง แต่ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตก็ยังคงค้างอยู่ในใจ พวกเขายังไม่รู้ว่าหน่วยของกวินทร์จะเป็นอย่างไร พวกเขาจะสามารถกลับไปรวมกับกองทัพได้หรือไม่ และศัตรูจะยังคงตามล่าพวกเขาอยู่หรือไม่
"ประจักษ์... ฉัน..." ปรานปรามพยายามพูดบางอย่าง แต่ก็ชะงักไป
"มีอะไรเหรอครับผู้กอง?" ประจักษ์ถาม
"ฉัน... ฉันเป็นห่วงกวินทร์" ปรานปรามพูดเสียงสั่น "เขา... เขาเสียสละตัวเองมากเกินไป"
ประจักษ์นิ่งเงียบไป เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน กวินทร์คือเพื่อน เป็นหัวหน้าหน่วยที่เขาเคารพรัก การเสียสละของเขาทำให้พวกเขามีโอกาสรอดชีวิต "ผมก็เป็นห่วงเขาเหมือนกันครับ" เขาตอบ "แต่เราต้องเชื่อมั่นว่าเขาจะรอด"
"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" ปรานปรามพึมพำ
พวกเขาเดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกระทั่งถึงริมแม่น้ำสายเล็กๆ แห่งหนึ่ง "เราพักที่นี่กันก่อนดีไหม?" ประจักษ์เสนอ "เราจะได้ดื่มน้ำและล้างหน้าล้างตา"
"ดีเลยค่ะ" ปรานปรามเห็นด้วย "แล้วก็... ฉันอยากจะตรวจดูอาการบาดเจ็บของทุกคนอีกครั้ง"
ขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อน ปรานปรามก็เริ่มตรวจอาการบาดเจ็บของแต่ละคนอย่างละเอียด เธอทำความสะอาดแผลเล็กๆ น้อยๆ และพันผ้าปิดแผลให้แก่ผู้ที่ต้องการ เด็กๆ เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาบ้างเมื่อได้ดื่มน้ำเย็นๆ และได้พักผ่อน
"พวกเราโชคดีมากจริงๆ นะคะ ที่ออกมาได้" ปรานปรามพูดขณะที่กำลังพันผ้าปิดแผลให้เด็กชายคนหนึ่ง "ถ้าเรายังอยู่ในอุโมงค์นั้น เราคงไม่รอดแน่"
"ใช่ครับ" ประจักษ์พยักหน้า "ความกล้าหาญของหน่วยกวินทร์ และความสามัคคีของพวกเรา ทำให้เรามีวันนี้"
"แล้วต่อไปล่ะ?" เด็กสาวคนเดิมถามขึ้นอีกครั้ง
"ต่อไป... เราจะสู้ต่อไป" ประจักษ์ตอบเสียงดังฟังชัด "เราจะไม่ยอมให้ศัตรูมาย่ำยีแผ่นดินของเราได้อีก"
"ใช่!" เสียงเด็กชายคนหนึ่งตะโกนตอบรับ "เราจะสู้!"
ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ ประจักษ์และปรานปรามมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้ยังไม่จบลง การเดินทางที่ยากลำบากยังคงรออยู่เบื้องหน้า แต่ความหวังที่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง ได้จุดประกายความมุ่งมั่นในใจของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
6,221 ตัวอักษร