ตอนที่ 29 — สัญญาณตอบรับจากความทรงจำ
ความเงียบในอุโมงค์เริ่มปกคลุมไปด้วยความสิ้นหวังอีกครั้ง ประจักษ์และนนท์ยืนมองอุปกรณ์สื่อสารโบราณที่เงียบสนิท ราวกับมันได้บอกใบ้ถึงความพ่ายแพ้ที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ท่านครับ" นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ผมคิดว่าเราควรจะกลับไปหาคุณปรานปรามนะครับ พวกผู้รอดชีวิตอาจจะต้องการเรา"
ประจักษ์พยักหน้าเห็นด้วย แม้ว่าในใจจะยังคงหวนคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเปิดการสื่อสารกับกองบัญชาการได้ก็ตาม "นายพูดถูก" เขาตอบ "อย่างน้อยเราก็รู้ว่าศัตรูรู้แผนของเราแล้ว เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้น"
เขามองอุปกรณ์สื่อสารโบราณอีกครั้ง "เครื่องนี้... มันน่าจะเป็นความหวังสุดท้ายของเรา ถ้าเราหาแหล่งพลังงานให้มันได้"
"ผมว่าเราลองมองหาแถวนี้อีกครั้งนะครับท่าน" นนท์เสนอ "อาจจะมีอะไรที่เรามองข้ามไป"
ทั้งสองเริ่มค้นหาในห้องเล็กๆ นั้นอีกครั้งอย่างละเอียด ใช้ไฟฉายส่องไปตามซอกมุมต่างๆ จนกระทั่งสายตาของประจักษ์ไปสะดุดกับช่องว่างเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังตู้เก็บเอกสารเก่าๆ
"นนท์ ดูนี่สิ" ประจักษ์เรียก
นนท์เดินเข้ามาดู "อะไรครับท่าน?"
"ดูเหมือนจะมีช่องลับตรงนี้" ประจักษ์ว่าพลางพยายามดันตู้เก็บเอกสารออก "ช่วยฉันหน่อย"
ทั้งสองช่วยกันออกแรงดันตู้เก็บเอกสารที่หนักอึ้งนั้นออกไป เผยให้เห็นช่องทางแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องเล็กกว่าอีกห้องหนึ่ง ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยางที่เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กที่ดูเก่าแก่ แต่ยังคงอยู่ในสภาพดี
"เจอแล้ว!" ประจักษ์อุทานด้วยความดีใจ "นี่แหละแหล่งพลังงาน!"
นนท์มองเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วยความตื่นเต้น "มันยังดูดีอยู่เลยครับท่าน! ถ้าเราสามารถสตาร์ทมันได้ เครื่องส่งสัญญาณของเราก็น่าจะกลับมาทำงานได้"
ประจักษ์มองดูเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างพิจารณา เขามีความรู้ด้านเทคนิคอยู่บ้างจากการฝึกฝน "มันดูเหมือนจะมีระบบสตาร์ทด้วยมือ" เขาว่าพลางหยิบกระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิงเล็กๆ ที่อยู่ในห้องนั้นขึ้นมา "หวังว่ามันจะยังใช้งานได้นะ"
เขาเทน้ำมันลงในเครื่อง แล้วเริ่มหมุนคันสตาร์ทอย่างระมัดระวัง เสียงเครื่องบดขยี้ดังขึ้น แต่ก็ยังไม่ติด ประจักษ์หมุนอีกครั้ง คราวนี้ด้วยแรงที่มากขึ้น
"สู้ๆ ครับท่าน!" นนท์ให้กำลังใจ
ในที่สุด เสียงเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเริ่มทำงานได้อย่างเต็มที่ ไฟเล็กๆ บนแผงควบคุมของเครื่องเริ่มสว่างขึ้น
"สำเร็จแล้ว!" ประจักษ์ยิ้มอย่างโล่งอก "ทีนี้เรามาลองเครื่องส่งสัญญาณกัน"
เขารีบกลับไปที่เครื่องส่งสัญญาณโบราณ แล้วต่อสายไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าไป สัญญาณไฟบนเครื่องส่งสัญญาณก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
"มันทำงานแล้ว!" นนท์ร้องขึ้นด้วยความดีใจ
ประจักษ์สูดหายใจเข้าลึกๆ เขาหยิบไมโครโฟนขึ้นมา "พร้อมนะ"
"พร้อมครับท่าน"
"ที่นี่หน่วยรบพิเศษ 72... เราต้องการความช่วยเหลือ... ที่ตั้งของเราถูกเปิดเผย... ศัตรูกำลังเข้าใกล้... โปรดตอบรับ... ด่วน!"
ประจักษ์ส่งสัญญาณออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจฟังเสียงตอบรับอย่างใจจดใจจ่อ
"ที่นี่กองบัญชาการ... รับทราบ... หน่วยรบพิเศษ 72... รับทราบ... กำลังส่งหน่วยสนับสนุนไปทันที... โปรดรักษาตำแหน่ง... และรอการช่วยเหลือ..."
เสียงตอบรับที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากเครื่องส่งสัญญาณโบราณ ทำเอาประจักษ์และนนท์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"สำเร็จแล้ว! เราทำสำเร็จแล้ว!" นนท์ตะโกนด้วยความดีใจ
ประจักษ์ยิ้มกว้าง "ใช่แล้ว เราทำสำเร็จแล้ว" เขารู้สึกถึงความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาล "เราสามารถแจ้งเตือนกองบัญชาการได้แล้ว"
"แต่ท่านครับ" นนท์พูดขึ้นมาอีกครั้ง "เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าศัตรูไม่ได้ยินเสียงนี้?"
ประจักษ์หยุดคิด "นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงถึง" เขาตอบ "แต่ตอนนี้เรามีเวลามากขึ้นในการเตรียมตัว เราต้องรีบกลับไปหาปรานปรามและแจ้งข่าวให้เขาทราบ"
พวกเขาช่วยกันปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว และเก็บอุปกรณ์ที่จำเป็นบางอย่างกลับไปด้วย ประจักษ์มองดูเครื่องส่งสัญญาณโบราณด้วยความรู้สึกขอบคุณ มันเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่ยังคงมีคุณค่ามหาศาลในสถานการณ์คับขันเช่นนี้
เมื่อพวกเขาเดินออกจากอุโมงค์มายังแสงแดดอันอบอุ่นอีกครั้ง ความรู้สึกเหนื่อยล้าก็เข้ามาแทนที่ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความหวังที่กลับคืนมา
"เราต้องรีบกลับไปหาพวกคุณปรานปราม" ประจักษ์กล่าว "เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์"
นนท์พยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นหลังจากได้รับข่าวดีนี้
การเดินทางกลับไปยังกลุ่มผู้รอดชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ประจักษ์และนนท์รู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า พวกเขาต้องรีบนำข่าวนี้ไปแจ้งให้ปรานปรามทราบ เพื่อวางแผนการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายลง
เมื่อมาถึงที่ที่ปรานปรามรออยู่ พวกเขาก็รีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
"ท่านผู้บัญชาการครับ!" ประจักษ์กล่าว "เราสามารถติดต่อกับกองบัญชาการใหญ่ได้แล้ว พวกเขากำลังส่งหน่วยสนับสนุนมาช่วยเหลือเรา"
ปรานปรามได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ดีมาก ประจักษ์! ฉันรู้ว่านายทำได้"
"แต่เราต้องไม่ประมาทนะครับ" ประจักษ์เสริม "ศัตรูรู้แผนของเราแล้ว พวกเขาอาจจะกำลังตามหาเราอยู่"
"แน่นอน" ปรานปรามพยักหน้า "เราต้องเตรียมพร้อมรับมือ การมาถึงของหน่วยสนับสนุนจะช่วยให้เรามีกำลังมากขึ้น แต่เราต้องเอาตัวรอดไปจนถึงตอนนั้นให้ได้"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความหวังได้กลับคืนมาสู่คณะผู้รอดชีวิต แม้ว่าการต่อสู้จะยังคงหนักหน่วง แต่พวกเขาก็รู้ว่าไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
4,406 ตัวอักษร