เงาเลือดกลางกรุง

ตอนที่ 34 / 48

ตอนที่ 34 — การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายในอุโมงค์

รามซ่อนตัวอยู่หลังแท่นบูชาอย่างเงียบเชียบ หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามรวบรวมสติ พลางมองชายลึกลับที่ยืนอยู่กลางห้องโถงใต้ดิน “ในที่สุด… ข้าก็กลับมา” เสียงแหบพร่าของชายชุดดำดังสะท้อนในความเงียบ รามรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนั้น เป็นพลังงานที่เย็นยะเยือกและน่าขนลุก รามรู้ดีว่านี่คือคนร้ายที่เขาตามล่ามาตลอดหลายเดือน คนที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วน และทิ้งไว้เพียงสัญลักษณ์เลือดอันน่าสะพรึงกลัว “กลับมาทำไม… แกทำเรื่องทั้งหมดนี่ใช่ไหม!” รามตะโกนถาม พยายามซ่อนความประหลาดใจและความโกรธที่ปะทุขึ้นในอก เขาไม่เคยคิดว่าคนที่เขาตามหาจะอยู่ใกล้ขนาดนี้ และยิ่งไม่คาดคิดว่าการเผชิญหน้าจะเกิดขึ้นในสถานที่อันเป็นปริศนาเช่นนี้ ชายชุดดำหันมาทางต้นเสียง ดวงตาของเขาภายใต้หน้ากากสีดำสนิททอประกายอำมหิต “ความจริง… เจ้าต้องการความจริงงั้นหรือราม? ความจริงที่ถูกฝังกลบมานานแสนนาน” เสียงของเขาดังขึ้นอีกครั้ง มีร่องรอยของความสะใจปะปนอยู่ “ข้าคือคนที่ปลดปล่อยความจริงให้เป็นอิสระต่างหาก… ปลดปล่อยมันจากพันธนาการของความหลอกลวง” “แกมันฆาตกร! อย่ามาพูดเรื่องความจริงกับฉัน!” รามก้าวออกมาจากที่ซ่อนอย่างช้าๆ ปืนในมือของเขาถูกยกขึ้นเล็งไปยังร่างตรงหน้า แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟที่ติดอยู่ตามผนังทำให้เห็นเงาของชายคนนั้นยาวเหยียดไปบนพื้นอุโมงค์ที่ชื้นแฉะ “แกฆ่าคนบริสุทธิ์! ทรมานพวกเขา! เพื่ออะไร!” “เพื่อชำระล้าง… เพื่อชำระล้างโลกใบนี้จากเหล่าคนที่สมควรถูกลบหายไป” ชายชุดดำตอบ “พวกมันคือเชื้อร้าย… ที่กัดกินสังคมของเราจากภายใน พวกมันคือเงาที่ซ่อนเร้น… ที่ต้องถูกกำจัดด้วยเลือด” รามรู้สึกถึงความบ้าคลั่งในน้ำเสียงของชายตรงหน้า เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นระหว่างตนเองกับคนร้ายนี้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน “แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินใคร! ไม่มีใครมีสิทธิ์พรากชีวิตใคร!” “สิทธิ์? เจ้าก็มีสิทธิ์ของเจ้า… ที่จะตายเหมือนกัน” ชายชุดดำพูดพลางชักอาวุธออกมา เป็นดาบยาวที่สะท้อนแสงไฟวูบวาบ “ข้าจะให้โอกาสเจ้า… ยอมรับในความผิดพลาดของอดีต… แล้วบางที… ข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า” “อดีต? แกพูดถึงอดีตของฉัน?” รามขมวดคิ้ว เกิดความสับสนขึ้นอีกครั้ง เขาจำได้ว่าชายคนนี้เคยกล่าวอ้างถึงอดีตของเขา แต่ไม่เคยเจาะจง เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวัยเด็ก เหตุการณ์ที่เขาพยายามจะลืมเลือน แต่มันก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ “ใช่… อดีตที่น่าสมเพชของเจ้า… อดีตที่เจ้าพยายามจะหนีมันมาตลอด” ชายชุดดำก้าวเข้ามาใกล้ รามสัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดที่เพิ่มสูงขึ้น “เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นแล้วงั้นหรือ? ความแค้น… มันผูกพันเราไว้… ราม” “ความแค้น?” รามเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ “แก… แกเป็นใครกันแน่? เกี่ยวอะไรกับฉัน?” “ข้าคือผู้ที่สูญเสีย… คือผู้ที่ถูกลืม… คือเงาที่ถูกสร้างขึ้นจากความเจ็บปวดของเจ้า” ชายชุดดำหัวเราะเสียงแหบพร่า “เจ้าจำไม่ได้งั้นหรือ… ราม? จำไม่ได้ว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้?” คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดลึกเข้าไปในจิตใจของราม ภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ภาพเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังหวาดกลัว ภาพความรุนแรง ภาพการสูญเสีย… และภาพของคนที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง “ไม่… ไม่จริง!” รามตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวด เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง พยายามสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไป “แกโกหก! แกกำลังพยายามปั่นหัวฉัน!” “จริงหรือโกหก… แล้วเจ้าจะรู้ในไม่ช้า” ชายชุดดำยกดาบขึ้นพร้อมโจมตี “แต่ก่อนอื่น… ข้าต้องทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความหมายของความสูญเสีย… เหมือนที่ข้าเคยรู้สึก” ร่างของชายชุดดำพุ่งเข้าใส่รามด้วยความเร็วสูง รามยกปืนขึ้นเล็งและยิงออกไป แต่ชายชุดดำก็หลบหลีกได้อย่างว่องไวราวกับเงา เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับนักล่าที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อ เสียงปืนนัดแล้วนัดเล่าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงใต้ดิน แต่ก็ไม่สามารถโดนตัวคนร้ายได้เลย “เจ้ายังคงอ่อนแอเหมือนเดิม… ราม” ชายชุดดำเย้ยหยัน “อ่อนแอ… และขี้ขลาด” รามกัดฟันกรอด เขารู้ว่าการยิงสู้แบบนี้ไม่ได้ผล เขาต้องหาทางอื่น เขาต้องใช้ไหวพริบและประสบการณ์ที่สั่งสมมาในการต่อสู้ เขาโยนปืนทิ้ง และพุ่งเข้าปะทะกับชายชุดดำ มือเปล่าของเขาพยายามปัดป้องคมดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว การต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่ดุเดือดเริ่มขึ้น รามใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด เขาหลบหลีก หลบตา และหาจังหวะสวนกลับ แต่ชายชุดดำก็เก่งกาจเกินคาด ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีความแม่นยำและเด็ดขาดราวกับเครื่องจักร “เจ้าพยายามจะหนีความจริง… หนีความผิดบาปของเจ้า” ชายชุดดำพูดขณะที่เขาพยายามใช้ดาบฟันเข้าที่แขนของราม “แต่ข้า… จะไม่ยอมให้เจ้าหนีไปไหนอีก” “แกไม่รู้หรอกว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง!” รามสวนกลับขณะที่เขาใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องของคู่ต่อสู้ “ฉันก็สูญเสีย… ฉันก็เจ็บปวด!” “ความเจ็บปวดของเจ้า… มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ข้าต้องทนมา!” ชายชุดดำตะคอกกลับ เขาเสียหลักไปเล็กน้อย แต่ก็สามารถกลับมาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว “เจ้ามีทุกอย่าง… แต่เจ้ากลับเลือกที่จะทอดทิ้ง… เลือกที่จะลืม!” ทั้งสองยืดก้าวถอยหลัง หายใจหอบหนัก เหงื่อไหลอาบไปทั่วร่าง เสื้อผ้าเริ่มขาดวิ่นจากการต่อสู้ รามสังเกตเห็นบางอย่างที่ข้อมือของชายชุดดำ มีรอยแผลเป็นเป็นรูปสัญลักษณ์บางอย่าง เขาจำได้ว่าเคยเห็นสัญลักษณ์นี้มาก่อน… มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่พบอยู่บนร่างของเหยื่อทุกราย “สัญลักษณ์นั่น… แกทำมันเองใช่ไหม!” รามตะโกนถาม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนักรู้ “มันคือ… สัญลักษณ์ของแก?” ชายชุดดำชะงักไปเล็กน้อย “ใช่… มันคือเครื่องหมายแห่งการชำระล้าง… เครื่องหมายของผู้ที่ถูกทอดทิ้ง… และจะกลับมาทวงคืน” “แก… แกคือคนที่ฉันเคย…?” รามพยายามจะพูด แต่เสียงของเขาก็ขาดห้วงไป คำพูดนั้นติดอยู่ในลำคอ เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “ถูกต้อง… ราม” ชายชุดดำค่อยๆ ดึงถุงมือออก เผยให้เห็นมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น และรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ข้อมือ… มันคือสัญลักษณ์เดียวกันที่รามเห็น “ข้าคือ… คนที่เจ้าเคยทิ้งไว้… คนที่เจ้าเคยคิดว่าตายไปแล้ว… คนที่เจ้าเคยลืม… อย่างไร้หัวใจ” ภาพในอดีตถาโถมเข้าใส่รามอย่างรุนแรง ภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งในสถานที่อันตราย ภาพของความหวาดกลัว ความเจ็บปวด และความเดียวดาย… ภาพที่เขาพยายามจะลบเลือนไปจากความทรงจำตลอดมา

5,012 ตัวอักษร