รหัสลับในสายลม

ตอนที่ 25 / 41

ตอนที่ 25 — เสียงเพลงจากแผ่นเสียงโบราณ

"ผมแน่ใจครับลลิตา" ภารวัตตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาฉายแววครุ่นคิดขณะกวาดสายตาไปรอบๆ ชั้นหนังสือสูงเสียดเพดาน "ข้อมูลที่ผมได้มาล่าสุดระบุว่า ดร.ปรีชา ได้แวะเวียนมาที่ห้องสมุดแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งในช่วงที่เขายังมีชีวิต เขาเป็นนักดนตรีคลาสสิกตัวยง และมีความสนใจในแผ่นเสียงโบราณเป็นพิเศษ" ดร.อานนท์ พยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง ภารวัต ในบันทึกของดร.ปรีชาหลายฉบับ มีการกล่าวถึงความสุขสงบที่เขาได้รับจากการฟังบทเพลงต่างๆ โดยเฉพาะบทเพลงที่บันทึกเสียงลงบนแผ่นไวนิล เขาเชื่อว่าน้ำเสียงและอรรถรสของบทเพลงที่ได้จากแผ่นเสียงโบราณนั้น มีความพิเศษและบริสุทธิ์กว่าการฟังจากสื่อดิจิทัลสมัยใหม่" ลลิตาถอนหายใจเบาๆ "แต่ที่นี่ใหญ่มากนะคะ เราจะหาอะไรเจอกันได้ยังไง ดร.ปรีชา เขาบอกใบ้อะไรเป็นพิเศษไหมคะ" "เขาบอกแค่ว่า 'เสียงเพลงที่กาลเวลาไม่อาจพรากไป' เป็นคำใบ้เดียวที่ผมมี" ภารวัตตอบพร้อมกับเดินไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือ กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมกับความหอมจางๆ ของไม้ขัดเงา ลอยเข้ามาแตะจมูก "ผมคาดว่า ดร.ปรีชา อาจจะซ่อนรหัส หรือเบาะแสบางอย่างไว้ในคอลเลคชั่นแผ่นเสียงของเขา หรืออาจจะมีความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างบทเพลงจักรวาลที่เรากำลังถอดรหัส กับบทเพลงคลาสสิกที่เขาชื่นชอบ" พวกเขาเดินลึกเข้าไปในโซนดนตรีคลาสสิก ที่นี่เงียบกว่าส่วนอื่นๆ ของห้องสมุดอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงเสียงพลิกหน้าหนังสือเบาๆ หรือเสียงกระซิบแผ่วจากผู้ที่กำลังค้นคว้า บรรณารักษ์ประจำโซนเป็นหญิงชราในชุดสีเรียบๆ นั่งประจำอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กตัวใหญ่ เธอมองพวกเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็มีความสงสัยปะปนอยู่เล็กน้อย "สวัสดีค่ะ" ลลิตาเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม "พวกเรากำลังตามหาข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นเสียงเพลงคลาสสิกค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะมีคอลเลคชั่นของนักประพันธ์ท่านหนึ่งไหมคะ ชื่อ ดร.ปรีชา" หญิงชราพยักหน้าช้าๆ "ดร.ปรีชา... ชื่อนี้คุ้นหูค่ะ เขาเคยมาที่นี่บ่อยๆ ช่วงหลายปีก่อน ชอบมานั่งฟังเพลงเก่าๆ ที่ห้องนี้" เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังนึกอะไรบางอย่าง "มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาขอให้ฉันช่วยหาแผ่นเสียงชุดหนึ่งให้ เป็นชุดที่บันทึกเสียงบทเพลงของนักประพันธ์ชาวเยอรมัน แต่ฉันจำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ เขาบอกว่ามันเป็นแผ่นเสียงหายากมาก" "นักประพันธ์ชาวเยอรมัน... เป็นไปได้ไหมคะว่าจะเป็น โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค?" ดร.อานนท์ ถามขึ้นอย่างมีความหวัง "อ้อ! ใช่ค่ะ บาค!" หญิงชราอุทานเบาๆ ด้วยความยินดี "ใช่แล้วค่ะ เขาพูดถึงบาค ฉันจำได้เลย เขาบอกว่ามันเป็นบทเพลงที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ และมันมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกับเขามาก" ภารวัตและทีมแพทย์มองหน้ากัน "เป็นไปได้สูงเลยครับ" ภารวัตกล่าว "บทเพลงของบาคหลายบทมีความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์และโครงสร้างที่น่าทึ่ง มันอาจจะมีความเชื่อมโยงกับ 'บทเพลงจักรวาล' ที่เรากำลังแกะรอยอยู่" "แล้วแผ่นเสียงชุดนั้นอยู่ที่ไหนคะ?" ลลิตาถามอย่างกระตือรือร้น "ฉันจำได้ว่าเขาบอกว่าถ้าหาไม่เจอที่นี่ ให้ลองไปดูที่ห้องเก็บแผ่นเสียงสำรองค่ะ" หญิงชราตอบ "แต่มันเป็นห้องที่ค่อนข้างเก่าและไม่ค่อยมีใครเข้าไปใช้แล้ว ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ที่ดูแลก่อนนะคะ" ภารวัตยิ้มกว้าง "ผมจัดการเองครับ ขอบคุณมากครับ" พวกเขาเดินตามคำแนะนำของบรรณารักษ์หญิงชราไปยังส่วนหนึ่งของห้องสมุดที่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยประตูไม้เก่า บรรยากาศภายในห้องเก็บแผ่นเสียงเต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในลำแสงแดดที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าอบอวลไปทั่วบริเวณ แผ่นเสียงจำนวนมหาศาลถูกจัดเรียงไว้บนชั้นเหล็กที่ขึ้นสนิมอย่างเป็นระเบียบ "ดูเหมือนว่าดร.ปรีชา จะไม่ได้มาที่นี่นานแล้วนะครับ" ดร.อานนท์ กล่าวพลางปัดฝุ่นออกจากแผ่นเสียงแผ่นหนึ่ง "คอลเลคชั่นแผ่นเสียงของเขามีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ ภารวัต" ภารวัตเดินสำรวจชั้นวางอย่างรวดเร็ว สายตาของเขากวาดมองไปตามปกแผ่นเสียงต่างๆ ที่มีชื่อนักประพันธ์และชื่อบทเพลงสลักไว้ "จากข้อมูลที่ผมมี ดร.ปรีชา ไม่เพียงแต่เป็นนักดนตรี แต่เขายังมีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และปรัชญาโบราณด้วย ผมเชื่อว่าเขาอาจจะเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างบทเพลงคลาสสิกกับความรู้ที่ซ่อนเร้นอยู่" "คุณหมายถึง... โค้ด หรือรหัสลับบางอย่าง?" ลลิตาถาม "ใช่ครับ" ภารวัตตอบ "ลองดูนี่สิครับ" เขาชี้ไปที่แผ่นเสียงแผ่นหนึ่ง ปกของมันซีดจางจนเกือบมองไม่เห็นชื่อ แต่มีสัญลักษณ์บางอย่างที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาสีดำทับลงไปบนภาพวาดโบราณ "นี่มัน..." ดร.อานนท์ เพ่งมองสัญลักษณ์นั้นด้วยความสนใจ "เหมือนกับสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในสมุดบันทึกของดร.วิชิตเลยครับ" ภารวัตหยิบแผ่นเสียงแผ่นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง เขาพลิกดูด้านหลังของปก และก็ต้องเบิกตากว้าง "นี่ไงครับ! มีอะไรบางอย่างเขียนไว้ที่นี่" บนกระดาษปกหลัง มีตัวอักษรและตัวเลขหลายชุดถูกเขียนไว้ด้วยลายมือที่คุ้นเคย แต่ด้วยความซีดจางของหมึก ทำให้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอ่าน ภารวัตหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกมาส่อง "ค่อนข้างจะเลือนลางเลยนะครับ" เขากล่าว "แต่ดูเหมือนจะเป็นชุดตัวอักษร และตามด้วยตัวเลข... 1-4-1-6-3-8... แล้วก็มีอีกชุดหนึ่ง..." "มันอาจจะเป็นรหัสลับที่ดร.ปรีชา ทิ้งไว้ให้เราก็ได้ครับ" ดร.อานนท์ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "เราต้องรีบนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์" "แต่ยังครับ" ภารวัตหยุด "ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ขาดไป" เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องเก็บแผ่นเสียงอีกครั้ง "ถ้าดร.ปรีชา ตั้งใจจะทิ้งรหัสลับไว้จริงๆ เขาคงไม่ได้ทิ้งไว้แค่ที่เดียว" เขากลับไปหยิบแผ่นเสียงที่อยู่ข้างๆ แผ่นที่มีสัญลักษณ์ปริศนาขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่ง ปกของแผ่นนี้เป็นรูปนักไวโอลินกำลังบรรเลงอย่างเมามัน แต่ที่มุมซ้ายบนของปก ก็มีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่ "เจออีกแล้วครับ!" ภารวัตอุทาน "และที่ด้านหลังปก... ก็มีชุดตัวอักษรและตัวเลขที่แตกต่างออกไป" ลลิตาหยิบกระดาษและปากกาออกมา "จดไว้ค่ะ ภารวัต" ภารวัตอ่านข้อความที่อยู่บนปกหลังของแผ่นเสียงทั้งสองแผ่นอย่างละเอียด พยายามถอดรหัสตัวอักษรที่เลือนรางให้ได้มากที่สุด "แผ่นแรก 'ECHO'... ตามด้วยตัวเลข 141638... และอีกชุดหนึ่ง... 'WHISPER'... กับตัวเลข 253719" "ECHO และ WHISPER..." ดร.อานนท์ พึมพำ "มันฟังดูเหมือนคำใบ้เกี่ยวกับเสียง" "ใช่ครับ" ภารวัตกล่าว "และเมื่อรวมกับ 'บทเพลงจักรวาล' ที่เรากำลังแกะรหัสอยู่ มันอาจจะมีความหมายบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน" เขาเดินไปหยิบแผ่นเสียงอีกหลายแผ่นที่มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกันอยู่บนปก และทุกแผ่นก็มีข้อความและตัวเลขกำกับไว้ด้านหลัง "ดูเหมือนว่าดร.ปรีชา จะสะสมแผ่นเสียงที่มีสัญลักษณ์นี้ไว้เยอะพอสมควรเลยครับ" "แล้วตัวเลขพวกนี้ล่ะคะ มีความหมายว่ายังไง" ลลิตาถาม "ผมยังไม่แน่ใจครับ" ภารวัตกล่าว "แต่มันอาจจะเป็นลำดับ ที่ตั้ง หรือแม้กระทั่งพิกัดบางอย่าง" ทันใดนั้น สายตาของภารวัตก็ไปสะดุดเข้ากับแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในชั้นวาง ปกของมันดูแตกต่างจากแผ่นอื่นๆ มันไม่ใช่ปกกระดาษ แต่เป็นปกแข็งที่ดูเก่าแก่และมีลวดลายประณีต บ่งบอกถึงความพิเศษบางอย่าง "นั่นอะไรน่ะ" เขาเดินเข้าไปหยิบแผ่นเสียงแผ่นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง บนปกแผ่นเสียงแผ่นนี้ ไม่มีสัญลักษณ์ปริศนาปรากฏอยู่ แต่กลับมีอักษรแกะสลักเป็นภาษาละตินโบราณที่ดูงดงามและซับซ้อน ภารวัตพยายามอ่านออกเสียง แต่ก็รู้สึกว่ามันยากเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ทั้งหมด "นี่มัน... ภาษาละตินโบราณ" ดร.อานนท์ กล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "และมันเป็นบทกวี... ฉันเคยเรียนมาบ้าง" "คุณอ่านได้ไหมครับ ดร.อานนท์" ภารวัตถาม ดร.อานนท์ เพ่งมองอักษรแกะสลักอย่างตั้งใจ "มันประมาณว่า... 'ในสายลมมีเสียงกระซิบแห่งความจริง... แผ่นดินจะเปิดเผยความลับที่ถูกซ่อนเร้น... เมื่อเสียงของดวงดาวบรรจบกับเสียงแห่งอดีต... ความจริงจะปรากฏแก่ผู้ที่ฟัง'" "เสียงของดวงดาว... เสียงแห่งอดีต..." ภารวัตทวนคำ ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลบางอย่าง "มันน่าจะหมายถึง 'บทเพลงจักรวาล' และข้อมูลที่เราได้มาจากเสียงบันทึกโบราณ" "และ 'สายลม' กับ 'แผ่นดิน' ล่ะคะ" ลลิตาถาม "ผมคิดว่ามันอาจจะหมายถึงที่ตั้งบางแห่ง" ภารวัตตอบ "หรืออาจจะเป็นการบอกใบ้ถึงวิธีการเข้าถึงข้อมูลสุดท้าย" ขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิด ทันใดนั้น ประตูห้องเก็บแผ่นเสียงก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาคมเข้ม ดวงตาเย็นชา และมีแววตาที่บ่งบอกถึงอันตราย "ขอโทษทีนะครับ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ "ผมคิดว่าของบางอย่างในห้องนี้เป็นของผม"

6,750 ตัวอักษร