ภาพลวงตาในราตรี

ตอนที่ 12 / 49

ตอนที่ 12 — ปะทะเดือด ณ โกดังร้าง

ลมเย็นยะเยือกของยามค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นอับชื้นและไอทะเลเข้ามาปะทะใบหน้าของเมษา ขณะที่เธอก้าวลงจากรถยนต์ เสียงเครื่องยนต์ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดของบริเวณโกดังร้างริมแม่น้ำ เมษาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้รกทึบ สายตาคมกริบสอดส่ายไปรอบๆ โกดังเก่าแก่ที่ดูทรุดโทรม แสงไฟสลัวๆ จากหลอดไฟเก่าๆ ส่องลอดออกมาจากช่องว่างตามผนังที่ผุกร่อน เผยให้เห็นความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ภายใน “เงียบเกินไป... มันน่าสงสัย” เธอพึมพำกับตัวเอง “ถ้าพวกมันอยู่ที่นี่จริงๆ ทำไมถึงไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย” เธอหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา “หน่วยสืบสวนพิเศษ นี่เงาครับ ได้รับสัญญาณหรือไม่” เสียงสัญญาณตอบกลับมาแหบพร่า “เงา นี่หน่วยสืบสวนพิเศษ ได้รับสัญญาณครับ เป็นอย่างไรบ้าง” “ฉันอยู่ที่โกดังร้างแล้วครับ แต่ยังไม่เห็นวี่แววอะไรผิดปกติ ดูเงียบสงัดผิดปกติ” “เรากำลังเข้าไปสมทบครับ แต่เราพบว่ามีรถยนต์หรูหลายคันจอดซ่อนอยู่ห่างออกไปประมาณสองร้อยเมตรจากโกดังครับ เราคาดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มนักลงทุน” “รับทราบครับ” เมษาตอบ “แต่ผมรู้สึกไม่ชอบมาพากลอย่างแรง” ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังก็แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายสองคน หนึ่งในนั้นคือศิวกร ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี ส่วนอีกคนคือชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าแสดงออกถึงความเย็นชา “ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม” ชายชาวต่างชาติถามด้วยน้ำเสียงเข้ม “ครับ ท่านประธาน” ศิวกรตอบเสียงสั่น “ไม่มีใครสงสัยอะไรเราเลย” “ดีมาก” ชายชาวต่างชาติยิ้มมุมปาก “เตรียมจัดการเรื่องสุดท้ายให้เสร็จสิ้น แล้วเราก็จะได้เดินทาง” เมษารู้ทันทีว่านี่คือโอกาสเดียวของเธอที่จะได้เปิดโปงความจริง เธอค่อยๆ คลานออกจากที่ซ่อน เล็งปืนพกคู่ใจไปยังประตูโกดัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เมษาตะโกนเสียงดัง เธอกระโดดพุ่งเข้าไปในโกดัง ร่างของเธอลอยละลิ่วราวกับพายุ ศิวกรและชายชาวต่างชาติผงะด้วยความตกใจ “ใครน่ะ!” “นักสืบเมษา! ฉันมาจับพวกแก!” เมษาประกาศก้อง ชายชาวต่างชาติหัวเราะออกมาเบาๆ “นักสืบงั้นหรือ? ช่างกล้าดียังไงถึงมาคนเดียว” “ฉันไม่ได้มาคนเดียว!” เมษาตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “หน่วยสืบสวนพิเศษกำลังจะมาถึง!” ศิวกรหน้าซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้! คุณไม่มีทางรู้เรื่องนี้!” “ฉันรู้ทุกอย่าง! ฉันรู้ว่าพวกแกฆ่านฤเบศ! ฉันรู้ว่าพวกแกใช้ภาพวาดเป็นเครื่องมือ!” เมษาตะโกน เธอเล็งปืนไปที่ศิวกร “แกมันคนทรยศ! แกขายเพื่อนเพื่อผลประโยชน์!” “แกพูดอะไรของแก!” ศิวกรตะโกนกลับ พยายามตั้งสติ ทันใดนั้นเอง เสียงไซเรนก็ดังแว่วมาแต่ไกล ชายชาวต่างชาติหน้าเปลี่ยนสี “แย่แล้ว! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!” เขาหันไปคว้าปืนพกที่ซ่อนอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ต แต่ก่อนที่เขาจะได้เหนี่ยวไก เมษาก็ยิงปืนออกไปอย่างแม่นยำ กระสุนเฉี่ยวแขนของชายชาวต่างชาติ ทำให้เขาผงะด้วยความเจ็บปวด “แก!” ชายชาวต่างชาติคำรามด้วยความโกรธ ศิวกรใช้จังหวะที่เมษากำลังเล็งปืนไปที่ชายชาวต่างชาติ วิ่งตรงไปยังประตูโกดังอีกบาน เขาหวังจะหนีออกไป “แกหนีไม่พ้นหรอก ศิวกร!” เมษาตะโกนไล่หลัง เธอหันปากกระบอกปืนกลับไปทางศิวกรและยิงออกไปอีกนัด กระสุนเฉียดไหล่ของศิวกร ทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น เสียงรถยนต์หลายคันดังใกล้เข้ามา เมษาเหลือบมองไปทางประตูโกดัง เห็นเงาร่างของเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนพิเศษหลายนายกำลังบุกเข้ามา “จับพวกมันไว้!” เมษาตะโกนสั่ง ชายชาวต่างชาติพยายามจะต่อสู้ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนพิเศษเข้าควบคุมตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนศิวกรที่บาดเจ็บก็ถูกจับกุมได้เช่นกัน เมษามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความโล่งอก ความจริงกำลังจะปรากฏ ศิลปินผู้ล่วงลับจะได้พักผ่อนอย่างสงบเสียที “คุณเมษาครับ คุณทำได้เยี่ยมมาก” หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษเดินเข้ามาตบไหล่เธอ “เรากำลังจะเดินทางไปสนามบินเพื่อสกัดกั้นนักลงทุนคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” “ขอบคุณค่ะ” เมษากล่าว “แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้ ฉันยังอยากจะรู้ว่าใครคือคนที่นฤเบศต้องการจะสื่อสารผ่านภาพวาด ‘รัตติกาล’” หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษพยักหน้า “เราจะหาคำตอบให้ครับ” เมษากลับไปที่โกดังร้างอีกครั้ง มองไปยังภาพวาด ‘รัตติกาล’ ที่ถูกนำออกมาจากสตูดิโอของนฤเบศ และถูกซ่อนไว้ที่นี่ เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ ภาพวาด จ้องมองไปยังสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงา “ใครกันนะ... นฤเบศ” เธอเอ่ยถามภาพวาด “คุณกำลังจะบอกอะไรฉัน” ในความเงียบของโกดังร้าง เมษารู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องมองกลับมา ราวกับว่าภาพวาด ‘รัตติกาล’ กำลังจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของมันเอง การสืบสวนกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ปมปริศนาบางอย่างยังคงรอคอยการคลี่คลาย.

3,627 ตัวอักษร