ตอนที่ 32 — การกลับมาของเงา
เมษาเดินออกมาจากสถานีตำรวจ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม บ่งบอกถึงการมาเยือนของยามค่ำคืน เธอสูดอากาศบริสุทธิ์ยามพลบค่ำเข้าปอดอย่างเต็มที่ รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกไม่สบายใจที่เธอเคยรู้สึกก็ยังคงเกาะกุมอยู่ภายในใจ ราวกับมีบางอย่างที่ยังไม่ถูกค้นพบ หรือบางที อาจจะเป็นบางสิ่งที่เธอเลือกที่จะมองข้ามไป
"คิดว่าจะไปไหนต่อครับ คุณนักสืบ" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เมษากระโดดผึงด้วยความตกใจ เธอหันกลับไปมอง เห็นชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ยืนพิงรถยนต์คันหรูอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาเป็นประกายภายใต้แสงไฟถนนที่เริ่มเปิด
"คุณ... คุณภาคย์" เมษากล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "มาทำอะไรที่นี่คะ"
ภาคย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ "ผมมารับคุณครับ หลังจากที่คุณทำภารกิจที่อันตรายสำเร็จไปแล้ว ผมคิดว่าคุณคงอยากจะพักผ่อน"
"ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณ" เมษากล่าวอย่างระแวง "แต่คุณมาได้ยังไงคะ"
"ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่" ภาคย์กล่าวเรียบๆ "ผมติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา คุณทำได้ดีมาก เมษา"
"ฉันแค่ทำหน้าที่ของฉัน" เมษากล่าว พยายามซ่อนความรู้สึกไม่ไว้ใจ "แล้วคุณรู้เรื่องที่จับกุมนายใหญ่ได้แล้วด้วย"
"แน่นอนครับ ข่าวสารในวงการศิลปะมันแพร่กระจายเร็วกว่าที่คุณคิด" ภาคย์กล่าว "โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่ปิดฉากลงไปแล้ว"
เมษามองภาคย์อย่างพิจารณา ใบหน้าของเขาดูสงบ แต่แววตาของเขากลับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้ ราวกับเป็นเงาที่คอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา "คุณภาคย์คะ ฉันมีเรื่องที่อยากจะถามคุณ"
"ผมรู้ว่าคุณอยากจะถามอะไร" ภาคย์ตอบรับทันที ราวกับอ่านใจเธอได้ "เรื่องภาพวาด 'ราตรีแห่งวิสุทธิ์' ใช่ไหมครับ"
เมษาพยักหน้า "ใช่ค่ะ ฉันเชื่อว่าภาพนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่ใครคิด มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่เป็นกุญแจที่จะไขปริศนาที่ซ่อนอยู่"
ภาคย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด "บางครั้ง สิ่งที่สวยงามที่สุด ก็คือสิ่งที่อันตรายที่สุดเช่นกัน เมษา"
"คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับภาพวาดนั้นมากกว่าที่บอกฉันหรือเปล่าคะ" เมษาถามตรงๆ "คุณเคยเห็นวิสุทธิ์ทำงานเกี่ยวกับภาพนั้นหรือเปล่า"
"ผมเคยเห็นวิสุทธิ์ในหลายๆ ช่วงของชีวิตครับ" ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ "ผมเห็นเขาตอนที่เขาเป็นศิลปินหนุ่มไฟแรง เห็นเขาตอนที่เขาประสบความสำเร็จ และเห็นเขาตอนที่เขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหา" เขาหันมามองเมษา "แต่เกี่ยวกับภาพวาด 'ราตรีแห่งวิสุทธิ์' ผมไม่เคยเห็นเขาวาดมันเลย"
"แต่คุณเคยบอกว่าคุณรู้จักวิสุทธิ์ดี" เมษากล่าว
"ผมรู้จักเขาดีในฐานะศิลปิน และในฐานะเพื่อน" ภาคย์ตอบ "แต่โลกของศิลปะมันมีความลับซ่อนอยู่มากมาย บางครั้ง แม้แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุด ก็อาจจะไม่รู้ความจริงทั้งหมด"
"คุณกำลังจะบอกว่า ภาพวาดนั้น อาจจะไม่ใช่ผลงานของวิสุทธิ์เลยอย่างนั้นหรือคะ"
"ผมไม่ได้บอกอย่างนั้น" ภาคย์ส่ายหน้าช้าๆ "ผมแค่บอกว่า โลกของศิลปะมันเต็มไปด้วยปริศนา บางครั้ง สิ่งที่เราเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่จริงๆ"
เมษาขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่าภาคย์กำลังพูดเป็นนัย แต่ก็ไม่สามารถจับประเด็นได้ "แล้วคุณคิดว่าใครเป็นคนสร้างภาพนั้นขึ้นมาคะ"
ภาคย์ยิ้มบางๆ "นั่นเป็นคำถามที่ดีครับ" เขาเปิดประตูรถฝั่งคนขับ "ขึ้นรถสิครับ เมษา ผมจะพาคุณไปที่หนึ่ง ที่ที่คุณอาจจะเจอคำตอบที่คุณกำลังตามหา"
เมษารู้สึกถึงความลังเล แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ คำพูดของภาคย์มันช่างคลุมเครือ แต่กลับเต็มไปด้วยความน่าค้นหา เธอตัดสินใจที่จะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง และก้าวเข้าไปในรถ
ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากที่จอด เมษาก็เหลือบมองไปยังสถานีตำรวจอีกครั้ง ภาพของสารวัตรชาญ และความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างที่ยังคงค้างคาใจ เธอมั่นใจว่า การคลี่คลายคดีการตายของวิสุทธิ์ ยังไม่ใช่จุดจบที่แท้จริง
"คุณภาคย์คะ" เมษากล่าวหลังจากที่นั่งเงียบไปสักพัก "ทำไมคุณถึงช่วยฉันคะ"
ภาคย์หันมายิ้มให้เธอ "ผมเป็นเพื่อนของวิสุทธิ์ครับ ผมอยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น"
"แต่คุณก็มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับวงการศิลปะเหมือนกัน" เมษาตั้งข้อสังเกต "คุณไม่กลัวว่าจะเสียผลประโยชน์จากการที่ฉันเปิดโปงความจริงหรือคะ"
"ความจริงย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอครับ" ภาคย์ตอบ "และบางครั้ง การเสียสละบางสิ่งบางอย่าง ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า"
รถแล่นไปตามถนนที่มืดมิด เมษาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของแสงไฟเมืองที่เคลื่อนผ่านไป ราวกับเป็นความทรงจำที่เลือนราง ภาคย์ขับรถด้วยความเร็วคงที่ แต่ในใจของเมษา กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ราวกับกำลังจะเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่มองไม่เห็น
"เรากำลังจะไปที่ไหนคะ" เมษาถาม
"ที่ที่เคยเป็นบ้านของวิสุทธิ์ครับ" ภาคย์ตอบ "สตูดิโอของเขา"
เมษาเบิกตากว้าง "สตูดิโอของวิสุทธิ์... ทำไมเราต้องไปที่นั่นคะ"
"ผมคิดว่า คุณอาจจะหาบางอย่างที่นั่นได้" ภาคย์กล่าว "บางสิ่งที่อาจจะช่วยให้คุณเข้าใจ 'ราตรีแห่งวิสุทธิ์' ได้มากขึ้น"
เมษาเงียบไป เธอเริ่มรู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมดกำลังจะเชื่อมโยงเข้าหากัน สตูดิโอของวิสุทธิ์ ที่ซึ่งเขาใช้ชีวิตอยู่กับงานศิลปะของเขา เป็นไปได้ว่า ที่นั่นอาจจะเป็นที่ที่ซ่อนความลับที่สำคัญที่สุดเอาไว้
เมื่อรถจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูเงียบเหงา เมษารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไป แม้จะเป็นยามค่ำคืน แต่ที่นี่กลับมีแสงไฟสลัวๆ ส่องออกมาจากบางส่วนของตัวอาคาร ภาคย์ปลดเข็มขัดนิรภัย "เชิญครับ" เขากล่าว
เมษาเดินตามภาคย์เข้าไปในสตูดิโอที่เคยเป็นโลกทั้งใบของวิสุทธิ์ กลิ่นสีน้ำมันจางๆ และความรู้สึกอ้างว้างลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เธอมองไปรอบๆ ผืนผ้าใบที่วางเรียงรายอยู่บนขาตั้ง รูปทรงที่ยังไม่สมบูรณ์ และอุปกรณ์ศิลปะที่วางกระจัดกระจาย ราวกับเจ้าของเพิ่งจะเดินออกไปเมื่อไม่นานมานี้
"คุณภาคย์คะ... ที่นี่มัน..."
"ที่นี่คือที่ที่วิสุทธิ์สร้างสรรค์ผลงานของเขาครับ" ภาคย์กล่าว "และเป็นที่ที่เขาทุ่มเทชีวิตทั้งหมดให้กับศิลปะ" เขาชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่มีผืนผ้าใบขนาดใหญ่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว "และนั่น... คือสิ่งที่ผมคิดว่าคุณควรมอง"
เมษาเดินเข้าไปใกล้ รู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปดึงผ้าสีขาวนั้นออก เผยให้เห็นภาพวาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าผืนนั้น ภาพวาดที่ดูคุ้นตา แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
มันคือภาพวาด 'ราตรีแห่งวิสุทธิ์' ที่เธอเคยเห็น แต่... มันมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป สีสันที่ใช้ดูเข้มข้นกว่า ลายเส้นที่ดูคมชัดกว่า และที่สำคัญที่สุด... มันมีลายเซ็นของวิสุทธิ์อยู่ที่มุมล่างด้านขวาของภาพ
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" เมษากล่าวเสียงสั่น "นี่คือภาพวาดต้นฉบับของวิสุทธิ์จริงๆ หรือคะ"
ภาคย์พยักหน้า "ใช่ครับ นี่คือภาพวาดที่แท้จริงของวิสุทธิ์"
เมษาค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสผืนผ้าใบ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจ สงสัย และสับสน "แล้ว... ภาพที่อยู่ในห้องนิรภัยของพิพิธภัณฑ์ล่ะคะ"
"เป็นภาพลวงตาครับ" ภาคย์กล่าว "ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่ภาพต้นฉบับ"
"แต่ใคร... ใครเป็นคนทำ" เมษาถาม "และทำไมต้องทำแบบนั้น"
"นั่นคือคำถามที่คุณต้องหาคำตอบด้วยตัวเองครับ เมษา" ภาคย์กล่าว "ผมให้โอกาสคุณแล้ว ตอนนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ"
เมษามองภาพวาดต้นฉบับของวิสุทธิ์อย่างลึกซึ้ง สีสันที่สดใส ลายเส้นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มันคือผลงานที่สมบูรณ์แบบจริงๆ แต่ทำไม... ทำไมมันถึงถูกซ่อนเร้นเอาไว้ และทำไมต้องมีการสร้างภาพลวงตาขึ้นมาแทนที่
"ผมต้องไปแล้วครับ" ภาคย์กล่าว "มีบางอย่างที่ผมต้องจัดการ"
"เดี๋ยวก่อนค่ะ" เมษาเรียก "คุณภาคย์... ภาพวาดต้นฉบับนี้... มันมีความหมายอะไรกับคุณคะ"
ภาคย์หยุดชะงัก หันกลับมามองเมษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง "มันคือความทรงจำครับ เมษา ความทรงจำที่ผมไม่เคยอยากจะลืม"
ก่อนที่เมษาจะได้ถามอะไรต่อ ภาคย์ก็เดินออกจากสตูดิโอไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เมษายืนอยู่ตามลำพังกับภาพวาดต้นฉบับของวิสุทธิ์ และคำถามอีกมากมายที่ยังคงค้างคาใจ
เธอรู้ดีว่า การค้นพบนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง เงาของปริศนาที่เคยดูเหมือนจะจางหายไป บัดนี้กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความลับที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
6,563 ตัวอักษร