ตอนที่ 5 — การเผชิญหน้ากับอดีต
สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาอย่างเย็นเยียบ ‘เมษา’ นั่งอยู่เพียงลำพังในสตูดิโอศิลปะที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่แห่งความลับและความอันตราย แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องลงมาจากโคมไฟตั้งพื้น เผยให้เห็นใบหน้าของเธอที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก มือเรียวสบัดกระดาษรูปภาพที่เธอถ่ายไว้ในที่เกิดเหตุ ภาพกระสุนที่ฝังอยู่ในภาพวาด ‘รัตติกาลแห่งความจริง’ ช่างเป็นหลักฐานที่ชัดเจนและน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะจินตนาการ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอแสดงรายชื่อ ‘สารวัตรเดชา’ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจโทรออก “สวัสดีค่ะสารวัตร” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“เมษา มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มของสารวัตรเดชาดังมาจากปลายสาย
“คือ… ฉันเจออะไรบางอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์ในคดีของคุณศิวกรค่ะ” เธอพูดอย่างระมัดระวัง “แต่ฉันคิดว่า… ฉันอยากจะขอไปพบคุณสารวัตรด้วยตัวเองมากกว่าค่ะ”
“ได้เลย เธอสะดวกเมื่อไหร่?”
“คืนนี้เลยค่ะ ถ้าคุณสารวัตรสะดวก”
“ได้ งั้นเจอกันที่สถานีตำรวจนะ”
หลังวางสาย เมษารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องแบกรับความลับนี้ไว้คนเดียว เธอหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมา บรรจุโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป และกระดาษภาพถ่ายที่เธอถ่ายไว้ แล้วเดินออกจากสตูดิโอไป
เมื่อมาถึงสถานีตำรวจ เธอก็ถูกพาไปยังห้องทำงานของสารวัตรเดชา เขาดูเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่แววตายังคงฉายประกายความมุ่งมั่น
“มาแล้วสินะ” สารวัตรเดชาทักทาย “มีอะไรที่เธอเจอในสตูดิโอ?”
เมษาไม่รอช้า เธอวางกระดาษภาพถ่ายลงบนโต๊ะทำงาน “นี่ค่ะคุณสารวัตร ในภาพวาดชิ้นสุดท้ายของคุณศิวกร ฉันพบสิ่งนี้”
สารวัตรเดชาหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในภาพ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “นี่มัน… กระสุน” เขาพึมพำเสียงเบา
“ใช่ค่ะ เป็นกระสุนที่ถูกฝังเอาไว้ในเนื้อสี” เมษาอธิบาย “ฉันเชื่อว่าคุณศิวกรถูกฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ”
สารวัตรเดชาเงยหน้ามองเมษา ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย “แล้วเธอแน่ใจได้อย่างไรว่าศิวกรเป็นคนฝังมันไว้?”
“เขาเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ภาพวาดชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่เขายังทำไม่เสร็จสมบูรณ์ และรอยขีดข่วนที่ฉันเจอ ก็เหมือนกับถูกขูดออกเพื่อให้เห็นกระสุน” เมษาตอบ “ฉันคิดว่าเขาต้องการจะสื่อสารบางอย่าง เป็นการทิ้งหลักฐานไว้ให้เรา”
“น่าสนใจ” สารวัตรเดชาพยักหน้า “แล้วเธอคิดว่าใครคือคนร้าย?”
เมษาลังเล “ตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจค่ะ แต่ฉันมีผู้ต้องสงสัยบางคนในใจ” เธอตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอสืบเสาะได้เกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับศิวกร “ฉันได้คุยกับเพื่อนสนิทของคุณศิวกรบางคน เขาบอกว่าช่วงหลังๆ มานี้ คุณศิวกรมีปัญหากับ ‘ปรีชา’ หุ้นส่วนธุรกิจของเขาเรื่องการเงิน และก็มีเรื่องกับ ‘มาลิน’ นักวิจารณ์ศิลปะ ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานของเขา”
“แล้ว ‘วิภา’ ล่ะ?” สารวัตรเดชาถาม
“คุณวิภาเป็นอดีตคนรักของศิวกรค่ะ” เมษาตอบ “พวกเขาเลิกรากันไปไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ฉันเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน”
“แล้วเธอเองล่ะเมษา” สารวัตรเดชาถาม สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเมษา “เธอเองก็เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศิวกรนี่?”
เมษาชะงักไปเล็กน้อย “ใช่ค่ะ แต่เราเลิกกันมาสักพักใหญ่แล้ว ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นคนร้าย” สารวัตรเดชารีบชี้แจง “แต่เธอมีความใกล้ชิดกับศิวกรมากที่สุดคนหนึ่ง เธออาจจะรู้เบาะแสบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้”
“ฉัน… ฉันไม่แน่ใจค่ะ” เมษาพูดอย่างลังเล “ฉันอยากจะขอเวลาอีกสักหน่อย เพื่อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง”
“ได้” สารวัตรเดชายอมตกลง “แต่เธอต้องระวังตัวให้มากนะ ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คิด และคนร้ายก็ไม่น่าจะปล่อยให้เราสืบสาวไปถึงตัวได้ง่ายๆ”
“เข้าใจค่ะ” เมษารับคำ
หลังจากนั้นไม่นาน สารวัตรชานนท์ก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน “สารวัตรครับ ผมมีข่าวบางอย่าง”
“ว่ามาสิ” สารวัตรเดชาตอบ
“ผมลองไปสอบถามคนในแกลเลอรี่ของคุณศิวกรมาครับ พวกเขาบอกว่าช่วงก่อนเสียชีวิต คุณศิวกรดูเหมือนจะหมกมุ่นอยู่กับภาพวาดชิ้นใหม่มากเป็นพิเศษ เขาเก็บตัวอยู่ในสตูดิโอแทบจะตลอดเวลา และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด”
“มีใครที่เขาไปพบปะเป็นพิเศษไหม?”
“มีครับ เขาบอกว่าคุณศิวกรมีนัดพบกับ ‘ปรีชา’ หุ้นส่วนธุรกิจของเขา เมื่อสองวันก่อนวันเกิดอุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครเห็นคุณศิวกรอีกเลย”
“แล้วปรีชาว่าอย่างไรบ้าง?” สารวัตรเดชาถาม
“ผมลองติดต่อไปแล้วครับ เขาอ้างว่าเป็นการคุยเรื่องธุรกิจตามปกติ ไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน และเขาก็ไม่ทราบเรื่องที่ศิวกรจะเดินทางไปไหนในวันนั้น” ชานนท์รายงาน
“ไม่น่าเชื่อถือ” สารวัตรเดชาพึมพำ “ฉันว่าเราต้องไปคุยกับปรีชาอีกครั้ง”
“แล้วคุณวิภาล่ะครับ?” เมษาถามเสริม
“วิภาบอกว่าเธอไม่ได้เจอกับศิวกรมาหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่เลิกกัน” ชานนท์ตอบ “แต่เราพบว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอมีการโอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีของศิวกร”
“โอนเงิน?” สารวัตรเดชาเลิกคิ้ว “ทำไม?”
“ไม่ทราบครับ เธออ้างว่าเป็นเงินคืนที่ศิวกรเคยให้ยืมไป” ชานนท์ตอบ
“โกหกแน่ๆ” เมษาพูดขึ้นมาทันที “คุณศิวกรไม่เคยยืมเงินใครค่ะ”
สารวัตรเดชาหันมามองเมษา “แน่ใจนะ?”
“แน่ใจค่ะ” เมษาตอบเสียงหนักแน่น “ฉันรู้จักเขาดี”
“เอาล่ะ” สารวัตรเดชาลุกขึ้นยืน “ชานนท์ นายไปตามหาปรีชามาคุยกับฉันที่นี่ เดี๋ยวนี้ ส่วนเมษา… ฉันอยากให้นายลองไปคุยกับวิภาดู ลองดูว่าเธอจะปิดบังอะไรเราอยู่”
“ค่ะ” เมษาตอบรับ
ขณะที่เมษากำลังจะเดินออกจากห้องทำงาน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายของสารวัตรเดชาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของเขากับหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา “ผู้หญิงในรูป… คือใครคะ?” เธอถาม
สารวัตรเดชาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเบา “ภรรยาของฉัน… เธอเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน”
เมษามองหน้าสารวัตรเดชาด้วยความเห็นใจ เธอเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียเป็นอย่างดี
4,608 ตัวอักษร