ตอนที่ 7 — แผนการอันตรายของศิวกร
“แน่ใจนะว่าเราทำตามแผนทุกอย่างแล้ว” เสียงแหบพร่าของปรีชาดังขึ้นในความเงียบของห้องรับแขก ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ห้องอย่างระแวง ราวกับจะค้นหาเงาของอันตรายที่อาจแฝงตัวอยู่ทุกซอกมุม ก่อนจะหันไปมองวิภาที่นั่งอยู่ข้างๆ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่สะท้อนความรู้สึกเดียวกันกับเขา
“แน่นอน” วิภาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาของเธอฉายประกายบางอย่างที่ปรีชาไม่อาจเข้าใจได้ “ฉันได้โอนเงินให้ศิวกรแล้วตามที่เราตกลงกัน เขาจะจัดการทุกอย่างให้เราเอง”
“แต่เขาจะจัดการได้จริงๆ ใช่ไหม” ปรีชาถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำนั้นเสี่ยงเพียงใด แต่เพื่อปกป้องสิ่งที่รักที่สุด เขาจำเป็นต้องทำ “หากเรื่องนี้หลุดออกไป เราทั้งคู่จะต้องติดคุกตลอดชีวิต”
“ใจเย็นๆ สิคะ” วิภาเอื้อมมือมาแตะแขนของปรีชาเบาๆ “ศิวกรเป็นมืออาชีพ เขาไว้ใจได้ เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นนอกจากเราสามคน”
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ปรีชาพึมพำ เขาไม่อาจปล่อยวางความกังวลได้เลย แม้จะพยายามปลอบใจตัวเองแล้วก็ตาม
ในขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง ศิวกร ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและแววตาอันเจ้าเล่ห์ กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบไปด้วยตัวอักษรและตัวเลข เขาเพิ่งจะได้รับแจ้งเตือนว่าการโอนเงินจำนวนมหาศาลได้สำเร็จ ภาพรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ราวกับว่าแผนการอันซับซ้อนของเขากำลังจะบรรลุผล
“เยี่ยมมาก” เขาพึมพำกับตัวเอง “เงินก้อนนี้จะช่วยให้ฉันได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
ศิวกรได้วางแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลังเบื้องหลังการเสียชีวิตของศิลปินชื่อดัง ‘นฤเบศ’ เขาเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงว่าการตายของนฤเบศนั้นไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นคดีฆาตกรรมที่ถูกอำพรางเอาไว้ เขาใช้ประโยชน์จากความลับนี้เพื่อบีบบังคับปรีชาและวิภา สองคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของนฤเบศให้จ่ายเงินจำนวนมากให้แก่เขา
“ปรีชาและวิภา” เขาหัวเราะในลำคอ “คนโง่สองคน คิดว่าจะซื้อความเงียบของฉันได้ด้วยเงินงั้นเหรอ พวกเขาไม่รู้เลยว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
ศิวกรค่อยๆ เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ไฟล์ภาพวาด ‘รัตติกาล’ ที่เขาได้มาจากการแฮ็กข้อมูลของนฤเบศ ภาพวาดที่สวยงามนั้นซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ซึ่งศิวกรกำลังพยายามถอดรหัสอยู่ เขาเชื่อว่าในภาพวาดนั้นมีเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งที่ยิ่งกว่าเงินที่เขาได้รับจากปรีชาและวิภาเสียอีก
“ภาพวาดบ้าอะไรกัน” เขาพึมพำพลางเพ่งมองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในภาพ “ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษเลย แต่ทำไมนฤเบศถึงต้องซ่อนมันไว้อย่างลับๆ ขนาดนั้น”
เขาย้อนนึกไปถึงวันที่เขาบุกเข้าไปในสตูดิโอของนฤเบศ ภาพของความโกลาหลยังคงติดตาเขาอยู่ มีร่องรอยการต่อสู้ และภาพวาด ‘รัตติกาล’ ที่ถูกยิงเสียหาย เขาจำได้ว่านฤเบศพยายามจะซ่อนภาพวาดชิ้นนี้ไว้ก่อนที่เขาจะมาถึง
“เขาต้องอยากจะสื่ออะไรบางอย่างผ่านภาพนี้แน่ๆ” ศิวกรคิด “อะไรบางอย่างที่สำคัญมากจนถึงขั้นต้องแลกด้วยชีวิต”
ความคิดของเขาพลันไปสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างในภาพ เขาเพ่งมองไปที่มุมขวาด้านล่างของภาพวาดอย่างตั้งใจ ในความมืดมิดของภาพ มีจุดเล็กๆ สีดำที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดทั่วไป
“นี่มันอะไรกัน” เขากระพริบตาปริบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตาของเขาไม่ได้ฝาด “มันเหมือนกับ... สัญลักษณ์”
ศิวกรซูมภาพเข้าไปให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัญลักษณ์นั้นปรากฏชัดเจนขึ้น มันเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ดูแปลกตา มีเส้นสายที่ไขว้กันไปมาอย่างสลับซับซ้อน เขาเคยเห็นสัญลักษณ์แบบนี้มาก่อน ที่ไหนสักแห่ง…
“ไม่น่าใช่” เขาเกาหัวอย่างครุ่นคิด “มันดูคุ้นๆ แฮะ”
ทันใดนั้น เขาก็นึกออก สัญลักษณ์นี้คล้ายคลึงกับตราสัญลักษณ์ขององค์กรลับบางอย่างที่เขาเคยได้ยินชื่อมานานแล้ว องค์กรที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลอย่างมาก ซึ่งมีข่าวลือว่าเกี่ยวข้องกับการค้าของเถื่อนและอาวุธผิดกฎหมาย
“เป็นไปไม่ได้” เขาอุทานออกมาเบาๆ “ถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ นฤเบศคงไปพัวพันกับองค์กรนั้นแน่ๆ”
ความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่างของศิวกร เขาตระหนักดีว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่เขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองไปตลอดกาล เขาไม่ต้องการเพียงแค่เงินอีกต่อไป แต่เขาต้องการอำนาจ และองค์กรนี้มีทั้งสองสิ่งนั้น
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าสัญลักษณ์นี้หมายความว่าอย่างไร” เขากล่าวเสียงหนักแน่น “และนฤเบศเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร”
เขากลับไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรลึกลับนั้นอย่างละเอียด เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ค้นหาเอกสารเก่าๆ ข่าวลือ และข้อมูลที่ถูกปกปิดไว้มากมาย จนกระทั่งเขาเจอเข้ากับบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
“เจอแล้ว” เขาพึมพำ “นี่มันต้องใช่แน่ๆ”
ข้อมูลที่เขาพบนั้นกล่าวถึงโครงการลับที่ชื่อว่า ‘โปรเจกต์เงา’ ซึ่งเป็นโครงการที่องค์กรนั้นกำลังดำเนินการอยู่ และเกี่ยวข้องกับการสร้างอาวุธรูปแบบใหม่ที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ข่าวลือระบุว่านฤเบศ ศิลปินชื่อดัง เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกดึงตัวเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้
“แล้วทำไมเขาถึงต้องถูกฆ่าล่ะ” ศิวกรขมวดคิ้ว “หรือว่าเขากำลังจะเปิดโปงความลับนี้”
เขาเชื่อว่าภาพวาด ‘รัตติกาล’ คือเบาะแสที่นฤเบศทิ้งไว้ให้ เขาตั้งใจจะไขปริศนาในภาพวาดนั้นให้ได้ เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมด และใช้มันเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับองค์กรลับ หรือไม่ก็ขายมันให้กับผู้ที่ให้ราคาสูงที่สุด
“ปรีชา วิภา พวกแกคงไม่รู้เลยว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร” ศิวกรหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พวกแกคิดว่าฉันจะพอใจแค่เงินที่พวกแกให้เหรอ ฝันไปเถอะ”
เขาปิดคอมพิวเตอร์ลง พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง สู่ท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิด ดวงตาของเขาฉายประกายแห่งความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่น
“นฤเบศ” เขาเอ่ยชื่อศิลปินผู้ล่วงลับ “ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นสุดท้ายนี้ ฉันจะไม่ทำให้แกผิดหวัง”
แผนการของศิวกรเริ่มซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าที่ปรีชาและวิภาคาดคิดไว้มากนัก เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ปกปิดความผิดของพวกเขา แต่เขากำลังจะก้าวเข้าสู่โลกที่อันตรายกว่าเดิม เพื่อไขความลับที่อาจนำมาซึ่งอำนาจและทรัพย์สินมหาศาล หรือไม่ก็หายนะที่คาดไม่ถึง
4,842 ตัวอักษร