ภาพลวงตาในราตรี

ตอนที่ 8 / 49

ตอนที่ 8 — ตรวนแห่งความลับที่มองไม่เห็น

“คุณแน่ใจนะว่าเราควรจะมาที่นี่” เสียงของวิภาสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่เธอก้าวลงจากรถยนต์หรู ดวงตาของเธอสอดส่ายไปรอบๆ บริเวณลานจอดรถที่ดูเงียบสงัดภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว “เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” ปรีชาตอบเสียงเรียบ พลางหันไปมองรอบๆ อย่างระแวดระวัง “หากเราไม่ทำตามที่ศิวกรต้องการ เขาก็จะแฉทุกอย่าง” พวกเขาขับรถมายังโกดังร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ชานเมือง เป็นสถานที่ที่ศิวกรเลือกให้พวกเขามาพบ เพื่อส่งมอบหลักฐานชิ้นสุดท้ายตามที่เขาต้องการ “แต่การมาที่นี่มันเสี่ยงเกินไป” วิภาพึมพำ “ฉันรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก” “ผมก็รู้สึกเหมือนกัน” ปรีชายอมรับ “แต่เราต้องทำ” ทั้งสองเดินเข้าไปในโกดังอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของพวกเขาสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยเงา อากาศภายในโกดังเย็นเยียบ ชวนให้ขนลุก ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ “มีใครอยู่ไหม” ปรีชาตะโกนเรียกเสียงดัง แต่กลับมีเพียงเสียงสะท้อนตอบรับกลับมา ทันใดนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาจากมุมมืด ใบหน้าของชายผู้นั้นถูกบดบังด้วยเงา ทำให้ยากที่จะมองเห็นรูปร่างหน้าตาได้อย่างชัดเจน “มาช้ากว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “ผมเกือบจะคิดว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว” “ศิวกร” ปรีชาเอ่ยชื่อออกมาอย่างแข็งกร้าว “ไหนหลักฐานของเรา” ศิวกรหัวเราะเบาๆ “ใจเย็นๆ ครับคุณปรีชา ของที่สัญญาไว้ก็ต้องมีให้แน่นอน แต่ก่อนอื่น… คุณต้องมอบสิ่งที่ผมต้องการให้ผมก่อน” เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมา “นี่คือแผนผังทั้งหมดของอาคารที่ทำการของบริษัทคุณ เป็นไง ถูกใจไหม” ปรีชาเบิกตากว้าง “นี่มัน… นี่มันเกินกว่าที่เราตกลงกันไว้นะ!” “ผมบอกแล้วไงครับว่าแผนของผมมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิด” ศิวกรยักไหล่ “คุณอยากได้ความลับของคุณคืนใช่ไหม คุณก็ต้องจ่ายให้คุ้มค่าหน่อย” วิภาจับแขนปรีชาไว้แน่น “เราให้เงินคุณไปแล้วนี่คะ” “เงินน่ะ ผมได้แล้ว” ศิวกรยิ้มเยาะ “แต่ผมอยากได้มากกว่านั้นอีกนิดหน่อย” เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น “ผมอยากได้ ‘ภาพวาดรัตติกาล’ คืน” “อะไรนะ!” ปรีชาอุทานด้วยความตกใจ “คุณจะเอาภาพวาดไปทำไม ภาพวาดนั่นมัน… มันเป็นหลักฐาน!” “หลักฐาน?” ศิวกรหัวเราะเสียงดัง “สำหรับผม มันคือรางวัลต่างหาก คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าในภาพวาดนั้นมีอะไรซ่อนอยู่” ปรีชาและวิภามองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว พวกเขารู้ดีว่าศิวกรไม่ใช่คนที่จะยึดตามสัญญาที่ให้ไว้ “ผมรู้ว่าคุณพยายามจะใช้ภาพวาดนั้นเปิดโปงผมใช่ไหม” ศิวกรกล่าวต่อ “แต่คุณคิดผิดแล้วล่ะ ภาพวาดนั้นเป็นของผม” “คุณไม่มีสิทธิ์!” วิภาตะโกนเสียงดัง “ภาพวาดนั้นเป็นของคุณนฤเบศ!” “นฤเบศตายไปแล้ว” ศิวกรกล่าวเรียบๆ “และตอนนี้ ทุกอย่างที่เป็นของเขา มันก็เป็นของผม” เขาก้าวเข้ามาใกล้ปรีชามากขึ้น “มอบภาพวาดมา แล้วผมจะมอบแผนผังอาคารของคุณให้” ปรีชาลังเล เขาไม่อยากเสียภาพวาดไปจริงๆ เพราะเขารู้สึกว่ามันมีความสำคัญบางอย่างที่เขายังค้นไม่พบ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านศิวกร “ถ้าคุณไม่ให้ ผมก็มีวิธีอื่นที่จะได้มันมา” ศิวกรพูดเหมือนอ่านใจปรีชาได้ “ผมรู้ว่าคุณเก็บมันไว้ที่ไหน” คำพูดนั้นทำให้ปรีชาหน้าซีดเผือด เขารู้ว่าศิวกรคงแอบส่งคนมาสอดแนมเขา “ตกลง” ปรีชายอมแพ้ “แต่คุณต้องให้แผนผังมาด้วย” “แน่นอน” ศิวกรยิ้มอย่างพอใจ “ว่าแต่… คุณเอาภาพวาดมาด้วยหรือเปล่า” “ผม… ผมเอามา” ปรีชาตอบเสียงแผ่วเบา เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบซองเอกสารแบนๆ ออกมาอย่างช้าๆ ศิวกรรับซองเอกสารมา เปิดออกดูอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาฉายประกายความพอใจเมื่อเห็นภาพวาด ‘รัตติกาล’ อยู่ภายใน “ดีมาก” เขากล่าว “ทีนี้ ก็ถึงตาของคุณแล้ว” เขาโยนซองเอกสารที่มีแผนผังอาคารให้ปรีชา ปรีชาเปิดมันออกดูอย่างรวดเร็ว “เป็นไง ถูกต้องใช่ไหม” ศิวกรถาม “ทีนี้ เราก็แยกย้ายกันได้แล้ว” ทันใดนั้นเอง ประตูโกดังก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ศิวกร!” เสียงแหลมของ ‘เมษา’ ดังขึ้น เธอปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ศิวกรหันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ… คุณมาได้ยังไง!” “ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณไม่ใช่คนที่จะยึดตามสัญญา” เมษาเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ “ฉันเลยต้องมาแน่ใจว่าแผนการทั้งหมดของคุณ จะต้องจบลงที่นี่” “บ้าจริง!” ศิวกรสบถ เขารู้ตัวว่าพลาดท่าเสียแล้ว “ปรีชา วิภา” เมษากล่าวต่อ “พวกคุณถูกจับในข้อหาร่วมกันปกปิดความผิด และให้การเท็จ” ปรีชาและวิภาหน้าซีดเผือด พวกเขามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง “ส่วนคุณ ศิวกร” เมษากล่าว “คุณจะถูกจับในข้อหาขู่กรรโชก ฉ้อโกง และพัวพันกับการฆาตกรรม” ศิวกรพยายามจะวิ่งหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมเขาไว้แล้ว “ปล่อยฉันนะ! พวกแกไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร!” “เราไม่จำเป็นต้องรู้” เมษากล่าว “เรารู้แค่ว่าคุณคือฆาตกร” การเผชิญหน้าในโกดังร้างจบลงด้วยการจับกุม ศิวกร ปรีชา และวิภา ถูกนำตัวขึ้นรถตำรวจ ท่ามกลางความโล่งใจของเมษา “ในที่สุด” เธอถอนหายใจยาว “เรื่องนี้ก็ใกล้จะจบแล้ว” แต่เมษารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และความลับที่ซ่อนอยู่ในภาพวาด ‘รัตติกาล’ อาจนำไปสู่ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เธอเคยคาดคิด

4,118 ตัวอักษร