ตอนที่ 6 — รหัสลับและเงื่อนงำใหม่
ธาวินเดินเข้าไปในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกึกก้องไปทั่วห้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหลายคนกำลังง่วนอยู่กับการทำงานของตนเอง เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์วิเคราะห์ต่างๆ วางเรียงรายอยู่
"ไงหมอ" ธาวินทักทายนักนิติวิทยาศาสตร์หญิงร่างเล็ก ใบหน้าคมคายที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกล้องจุลทรรศน์
"ว่าไงสารวัตร" หมอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น "เอาของมาให้ฉันแล้วเหรอ?"
"ครับ" ธาวินวางกล่องไม้ที่มีแผ่นจารึกโบราณอยู่ข้างในลงบนโต๊ะ "ช่วยวิเคราะห์แผ่นนี้ให้ละเอียดหน่อยนะหมอ โดยเฉพาะเรื่องรอยขีดข่วนที่ดูเหมือนถูกเขียนทับลงไป"
หมอเงยหน้าขึ้นมองธาวิน ดวงตาประกายด้วยความสนใจ "แน่นอน" เธอกล่าว "ฉันจะตรวจสอบองค์ประกอบของหิน อายุ และรอยที่เกิดขึ้นด้วย"
ธาวินยืนมองหมอทำงานไปเรื่อยๆ เขาเห็นเธอสวมถุงมือยาง และใช้เครื่องมือเล็กๆ ค่อยๆ ทำความสะอาดแผ่นจารึก จากนั้นจึงนำไปวางไว้ใต้กล้องจุลทรรศน์
"ข้อมูลเบื้องต้นเป็นยังไงบ้างหมอ?" ธาวินถามหลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง
หมอเงยหน้าขึ้น ยิ้มบางๆ "น่าทึ่งมากสารวัตร" เธอกล่าว "หินที่ใช้ทำแผ่นจารึกนี้ เป็นหินชนิดที่ไม่พบในแถบนี้เลย และดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีที่…ล้ำสมัยมาก"
"ล้ำสมัย?" ธาวินทวนคำ "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า การแกะสลักสัญลักษณ์พวกนี้ มันมีความละเอียดแม่นยำเกินกว่าเครื่องมือของมนุษย์ในยุคโบราณจะทำได้" หมอตอบ "และที่สำคัญกว่านั้น ฉันพบว่ามีสารประกอบบางอย่างที่ถูกผสมลงไปในเนื้อหิน เพื่อให้มันคงทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ"
ธาวินขมวดคิ้ว "แล้วเรื่องรอยขีดข่วนที่ถูกเขียนทับล่ะ?"
"อันนั้นน่าสนใจกว่า" หมอกล่าวต่อ "ฉันตรวจสอบด้วยเครื่องสแกนแบบพิเศษแล้ว พบว่ารอยพวกนั้นเป็นภาษาโบราณที่แตกต่างออกไปจากภาษาหลักบนแผ่นจารึก"
"ภาษาอื่น?" ธาวินอุทาน "แล้วคุณพอจะแปลได้ไหม?"
"ฉันกำลังพยายามอยู่" หมอตอบ "แต่ดูเหมือนจะเป็นภาษาที่หายากมาก ฉันกำลังเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลภาษาโบราณของฉันอยู่"
ขณะที่หมอกำลังทำงาน ธาวินก็นึกถึงชายร่างสูงใหญ่ที่ก้องกล่าวถึง เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง และเปิดดูรูปถ่ายที่ได้มาจากที่เกิดเหตุอีกครั้ง
"สารวัตรครับ" เสียงของหมอดังขึ้นอีกครั้ง "ฉันเจอแล้ว!"
ธาวินรีบเดินกลับไปหาหมอ "เจออะไรครับ?"
"รอยขีดข่วนที่ถูกเขียนทับไว้" หมอตอบพลางชี้ไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน "ฉันสามารถถอดรหัสบางส่วนได้แล้ว"
ธาวินมองหน้าจอด้วยความสนใจ "มันแปลว่าอะไรบ้าง?"
"มันเป็นข้อความเตือนครับ" หมอกล่าว "ประมาณว่า 'ผู้ใดที่บังอาจเปิดเผยความลับนี้ จะต้องพบกับจุดจบอันน่าสยดสยอง'"
ธาวินอึ้งไป "คำเตือน? หรือมันเป็นคำสาป?"
"ก็อาจจะเป็นได้ทั้งสองอย่าง" หมอตอบ "แต่ที่แน่ๆ คือ ผู้ที่เขียนข้อความนี้ขึ้นมา ต้องการปกป้องบางสิ่งบางอย่าง"
ธาวินครุ่นคิด เขาหันกลับไปมองภาพถ่ายของอาจารย์ธนูที่นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น "จุดจบอันน่าสยดสยอง… มันช่างตรงกับสภาพศพของอาจารย์ธนูเสียจริง"
"แล้ว…คุณพอจะบอกได้ไหมว่าภาษาที่เขียนทับนั้น เป็นภาษาอะไร?" ธาวินถามต่อ
หมอลังเลเล็กน้อย "มันเป็นภาษาโบราณที่หายากมาก" เธอตอบ "ฉันเคยเห็นมันแค่ในเอกสารโบราณบางฉบับเท่านั้น ฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือภาษาของชนเผ่าโบราณเผ่าหนึ่งที่สูญหายไปนานแล้ว"
"ชนเผ่าโบราณ?" ธาวินทวนคำ "ชนเผ่าไหน?"
"ชนเผ่า 'อัสนี'" หมอตอบ "พวกเขาเคยมีอารยธรรมที่รุ่งเรืองมากในอดีต แต่ก็สูญสลายไปอย่างลึกลับ"
ธาวินจดบันทึกข้อมูลสำคัญลงในสมุดเล่มเล็กของเขา ชนเผ่าอัสนี… ชื่อนี้ไม่คุ้นหูเขาเลย แต่จากคำพูดของหมอ มันบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยปริศนา
"มีอะไรอีกไหมหมอ?" ธาวินถาม
"มีครับ" หมอตอบ "ฉันพบรอยนิ้วมือบางส่วนบนแผ่นจารึกด้วย"
"แล้วเป็นรอยนิ้วมือของใคร?" ธาวินถามอย่างกระตือรือร้น
"เป็นรอยนิ้วมือของอาจารย์ธนูแน่นอน" หมอตอบ "แต่…ยังมีรอยนิ้วมืออีกชุดหนึ่ง ที่ไม่ตรงกับของอาจารย์"
"รอยนิ้วมือของใคร?" ธาวินถามเสียงเข้ม
"ฉันกำลังตรวจสอบอยู่" หมอตอบ "แต่เบื้องต้น ดูเหมือนจะเป็นรอยนิ้วมือของผู้ชาย"
ธาวินรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่สำคัญมากกำลังจะถูกเปิดเผย เขารู้สึกว่าคดีนี้กำลังพาเขาดำดิ่งสู่โลกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน โลกที่เต็มไปด้วยความลับจากอดีตอันไกลโพ้น และอันตรายที่มองไม่เห็น
3,411 ตัวอักษร