ตอนที่ 25 — ปริศนาจากซอกหนังสือโบราณ
ดวงตาของศาสตราจารย์สมบัติเหลือบมองมาที่ดนัยและจ่ามานพอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ราวกับว่าเขาไม่ได้ตกใจอะไรเป็นพิเศษ "มีอะไรหรือครับ นักสืบดนัย ผมกำลังง่วนอยู่กับการค้นคว้าเอกสารโบราณชิ้นสำคัญนี้พอดี" เขาผายมือไปยังเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งดูเก่าแก่และเปราะบางอย่างยิ่ง
ดนัยก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกโบราณอบอวลไปทั่ว ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้สักที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ "เรามาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาสตราจารย์นพดลครับ" ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
ศาสตราจารย์สมบัติพยักหน้าช้าๆ "น่าเศร้าใจจริงๆ ที่ท่านจากไปก่อนวัยอันควร ท่านเป็นนักวิชาการที่ทุ่มเทให้กับงานวิจัยอย่างแท้จริง" เขาถอนหายใจเบาๆ "ผมเองก็เสียใจมากที่สูญเสียเพื่อนร่วมวงการไป"
"ศาสตราจารย์ครับ" จ่ามานพเสริมขึ้น "เราได้ผลการตรวจลายนิ้วมือที่พบในห้องทำงานของศาสตราจารย์นพดลแล้ว" เขาเหลือบมองดนัยเป็นเชิงสัญญาณ
ศาสตราจารย์สมบัติเลิกคิ้วเล็กน้อย "ลายนิ้วมือ? เกี่ยวข้องอะไรกับการเสียชีวิตของท่านศาสตราจารย์นพดลหรือครับ? ผมนึกว่าอุบัติเหตุเสียอีก"
"เรากำลังสืบหาความจริงอยู่ครับ" ดนัยตอบ "ลายนิ้วมือที่เราพบ เป็นลายนิ้วมือของบุคคลหนึ่งที่เคยต้องสงสัยในคดีอื่นมาก่อน ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมีค่า" ดนัยจงใจพูดอ้อมๆ เพื่อดูปฏิกิริยาของศาสตราจารย์สมบัติ
สีหน้าของศาสตราจารย์สมบัติเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด "บุคคลนั้นหรือครับ? ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้"
"คุณศาสตราจารย์รู้จักบุคคลนี้ดีแค่ไหนครับ?" ดนัยถามต่อ
"ก็รู้จักผิวเผินครับ เป็นคนในวงการนักสะสมของเก่าเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้สุงสิงกันเท่าไหร่" ศาสตราจารย์สมบัติตอบพลางกวาดสายตาไปยังกองเอกสารบนโต๊ะ "เขาเป็นคนที่มีประวัติไม่ค่อยดีนัก มีข่าวลือเรื่องการได้มาซึ่งวัตถุโบราณอย่างไม่ถูกต้องอยู่บ่อยครั้ง"
"แล้วท่านเคยเห็นบุคคลนี้เข้ามาในหอสมุด หรือห้องทำงานของศาสตราจารย์นพดลบ้างไหมครับ?" ดนัยถามเจาะจง
ศาสตราจารย์สมบัติส่ายหน้าช้าๆ "ไม่เคยเลยครับ ผมมักจะอยู่ที่ห้องทำงานของผม หรือไม่ก็ห้องค้นคว้าส่วนตัว ไม่ค่อยได้พบปะสังสรรค์กับใครมากนัก นอกจากจะนัดหมายกันล่วงหน้า"
ดนัยสังเกตเห็นว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์สมบัติ เป็นหนังสือปกหนังสีเข้มที่ดูเก่าแก่มาก เขาหยิบขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง "หนังสือเล่มนี้ชื่ออะไรครับ?"
"อ๋อ เล่มนี้เป็นพงศาวดารเมืองเก่าเล่มหนึ่งครับ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก หาได้ยากมาก" ศาสตราจารย์สมบัติตอบ "ผมกำลังศึกษาเกี่ยวกับการเดินทางของพ่อค้าโบราณในสมัยอยุธยา"
ดนัยพลิกดูหน้าแรกของหนังสืออย่างช้าๆ "ดูเหมือนจะมีบางอย่างถูกขีดเขียนไว้ที่นี่นะครับ" เขาชี้ไปยังมุมบนด้านซ้ายของหน้ากระดาษ
ศาสตราจารย์สมบัติโน้มตัวลงมาดู "อืม... เป็นลายมือของศาสตราจารย์นพดลเองครับ" เขาบอก "ท่านเคยมาขอยืมหนังสือเล่มนี้ไปศึกษาเมื่อหลายเดือนก่อน ผมก็ให้ยืมไป"
"แล้วทำไมลายมือของท่านศาสตราจารย์นพดลถึงไปปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้?" ดนัยถาม เขาเอะใจขึ้นมาอย่างประหลาด
"ไม่ทราบเหมือนกันครับ" ศาสตราจารย์สมบัติตอบ "บางทีท่านอาจจะจดอะไรบางอย่างไว้ในหนังสือเล่มนี้ก่อนจะคืนให้ผมก็ได้"
ดนัยหยิบแว่นขยายออกมาส่องดูข้อความที่ศาสตราจารย์สมบัติเรียกว่าลายมือของศาสตราจารย์นพดล มันเป็นลายมือหวัดๆ ที่แทบจะอ่านไม่ออก แต่เมื่อตั้งใจเพ่งมอง ก็พอจะจับใจความได้ว่ามีตัวอักษรบางตัวเรียงต่อกันเป็นคำ ประโยคที่ดูไม่ปะติดปะต่อกันนัก "มันดูเหมือนจะเป็นรหัสลับอะไรสักอย่างนะครับ" ดนัยพึมพำ
"รหัสลับ? เป็นไปได้อย่างไรครับ?" ศาสตราจารย์สมบัติถามด้วยสีหน้าสงสัย
"ผมก็ไม่แน่ใจครับ" ดนัยตอบ "แต่ดูจากลักษณะแล้ว มันไม่ใช่การจดบันทึกธรรมดา" เขาสังเกตเห็นว่ามีรอยหมึกบางๆ จางๆ อยู่เหนือตัวอักษรเหล่านั้น เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างถูกเช็ดออกไป
"ผมว่าน่าจะเป็นแค่รอยปากกาของศาสตราจารย์นพดลที่เลอะออกมาก็ได้ครับ" ศาสตราจารย์สมบัติกล่าว "ท่านค่อนข้างใจร้อนในการจดบันทึก"
ดนัยไม่ได้ตอบอะไร เขาพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ และสังเกตเห็นบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ระหว่างหน้ากระดาษบางๆ ที่กั้นไว้ ดนัยค่อยๆ ดึงมันออกมา มันเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่พับไว้อย่างดี เมื่อคลี่ออก มันคือกระดาษคั่นหน้าเก่าๆ ที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือที่ดูคุ้นเคย
"อันนี้คืออะไรครับ?" ศาสตราจารย์สมบัติถาม
ดนัยมองข้อความบนกระดาษคั่นหน้าอย่างพิจารณา "นี่คือข้อความที่ผมเคยเห็นในห้องทำงานของศาสตราจารย์นพดลครับ" เขากล่าว "มันเหมือนกับลายเซ็นของเขา"
"คุณหมายความว่า... ข้อความนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งกับคดีนี้อย่างนั้นหรือครับ?" ศาสตราจารย์สมบัติถาม
"ผมกำลังพยายามทำความเข้าใจอยู่ครับ" ดนัยตอบ "แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ลายมือที่เขียนบนกระดาษคั่นหน้านี้ มันเป็นลายมือเดียวกับที่ผมพบที่มุมกระดาษในหนังสือเล่มนี้"
ศาสตราจารย์สมบัติมองหน้าดนัยนิ่ง "คุณแน่ใจหรือครับ?"
"แน่ใจครับ" ดนัยยืนยัน "และที่สำคัญกว่านั้น ลายนิ้วมือที่พบในห้องทำงานของศาสตราจารย์นพดล ก็ตรงกับลายนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยในคดีเก่าที่เรากำลังสืบสวนอยู่"
บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่เดินอยู่บนผนังที่ดังเป็นจังหวะ ดนัยรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากศาสตราจารย์สมบัติ เขาไม่ใช่แค่สงสัย แต่เริ่มแน่ใจว่าเบื้องหลังการเสียชีวิตของศาสตราจารย์นพดลนั้น มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ และหนังสือเล่มนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับนั้นได้
"ผมขอตรวจสอบหนังสือเล่มนี้เพิ่มเติมได้ไหมครับ?" ดนัยถาม
ศาสตราจารย์สมบัติลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "แน่นอนครับ นักสืบดนัย คุณสามารถนำไปตรวจสอบได้ตามสะดวก"
ดนัยรับหนังสือมาอย่างเบามือ เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย เขาหันไปมองจ่ามานพ "เรากลับกันเถอะครับจ่า"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากห้อง ศาสตราจารย์สมบัติก็เอ่ยขึ้น "นักสืบดนัยครับ"
ดนัยหันกลับไป "ครับ"
"ผมมีข้อมูลบางอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์กับคุณ" ศาสตราจารย์สมบัติกล่าว "เมื่อสัปดาห์ก่อน ศาสตราจารย์นพดลเคยมาหาผมที่นี่ เขามีท่าทีเป็นกังวลอย่างมาก"
"เขาพูดว่าอะไรบ้างครับ?" ดนัยถามอย่างกระตือรือร้น
"เขาบอกว่าเขากำลังจะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวงการโบราณคดีไทย" ศาสตราจารย์สมบัติกล่าว "แต่เขาไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก เพียงแต่บอกว่าเขากำลังตามหาเอกสารบางชิ้นที่ถูกซ่อนไว้"
"เอกสารอะไรครับ?" ดนัยถาม
"เขาไม่ได้ระบุเจาะจงครับ แต่เขากล่าวถึง 'รหัสลับจากอดีต' และ 'ความลับที่ถูกฝังมานาน' ผมคิดว่าเขาคงกำลังหมายถึงอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของเขา"
ดนัยพยักหน้าช้าๆ "ขอบคุณมากครับศาสตราจารย์" เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ความตายของศาสตราจารย์นพดล ข้อความปริศนาในหนังสือ ลายนิ้วมือ และคำพูดของศาสตราจารย์สมบัติ ทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดา
5,711 ตัวอักษร