เสียงกระซิบจากหอสมุด

ตอนที่ 26 / 46

ตอนที่ 26 — ความจริงจากอักษรโบราณ

ดนัยกลับมาถึงห้องสืบสวนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หนังสือพงศาวดารเมืองเก่าฉบับพิมพ์ครั้งแรกถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ เขามองไปยังกระดาษคั่นหน้าที่มีข้อความปริศนา และหนังสือเล่มหนาหนัก ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้ "คุณว่าไงครับดนัย" จ่ามานพถาม พลางหยิบหนังสือขึ้นมาดู "ลายมือบนกระดาษคั่นหน้า กับลายมือบนมุมหนังสือ มันเหมือนกันจริงๆ ด้วย" "ใช่ครับจ่า" ดนัยพยักหน้า "และที่สำคัญ ลายมือบนกระดาษคั่นหน้านี้ คือลายมือเดียวกับที่ปรากฏในบันทึกส่วนตัวของศาสตราจารย์นพดล ที่เราพบในห้องทำงานของเขา" "หมายความว่า ศาสตราจารย์นพดลเป็นคนเขียนข้อความนี้?" จ่ามานพถามอย่างไม่แน่ใจ "ผมคิดว่าใช่นะครับ" ดนัยกล่าว "แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ ทำไมเขาถึงเขียนมันลงบนหนังสือเล่มนี้ และเขียนอย่างลับๆ แบบนี้" ดนัยหยิบกระดาษคั่นหน้าขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของศาสตราจารย์นพดลนั้น ช่างดูเหมือนปริศนา "นี่มันเหมือนรหัสจริงๆ ครับ" เขาพึมพำ "ตัวอักษรบางตัวมันไม่ต่อเนื่องกันเลย" "ลองดูนี่สิครับ" จ่ามานพชี้ไปยังรอยขีดจางๆ เหนือข้อความบนกระดาษคั่นหน้า "เหมือนมีอะไรมาลบทิ้งไปเลย" "นั่นแหละครับที่ผมสงสัย" ดนัยกล่าว "มันเหมือนกับว่าเขาพยายามจะเขียนอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกขัดจังหวะ หรือไม่ก็พยายามจะซ่อนมันไว้" ดนัยเปิดหนังสือพงศาวดารเมืองเก่าออกอีกครั้ง เขาไล่สายตาไปตามตัวอักษรหนาที่พิมพ์ลงบนกระดาษเก่าๆ กลิ่นอายของประวัติศาสตร์ลอยคุกรุ่นขึ้นมา "ศาสตราจารย์สมบัติบอกว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับพ่อค้าโบราณในสมัยอยุธยา" "แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับการตายของศาสตราจารย์นพดลได้ล่ะครับ" จ่ามานพถาม "ผมก็กำลังพยายามเชื่อมโยงมันอยู่ครับ" ดนัยตอบ "แต่จำได้ไหมครับว่าตอนที่เราไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์นพดล เราเจอเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวกับเส้นทางการค้าทางทะเลในสมัยโบราณ" "อ๋อ ครับๆ ที่ว่ามีร่องรอยการค้าของผิดกฎหมายอะไรพวกนั้น" จ่ามานพพยักหน้า "ใช่ครับ" ดนัยกล่าว "และศาสตราจารย์นพดลก็บอกใบ้ว่ากำลังจะเปิดเผยความจริงสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่เขาถูกขัดขวาง" ดนัยหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูข้อความบนมุมกระดาษอีกครั้ง "รอยที่ถูกขีดทิ้งไปนั้น... มันดูเหมือนจะเป็นตัวอักษรบางตัวจริงๆ" เขาพยายามเพ่งมอง "ถ้าเราถอดรหัสจากตัวอักษรที่เหลืออยู่ และลองเดาจากตัวที่ถูกลบไป... บางทีเราอาจจะเจออะไรบางอย่าง" ทั้งสองใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการถอดรหัสที่ซ่อนอยู่ในข้อความบนหนังสือเล่มนั้น พวกเขาเปรียบเทียบกับอักษรในภาษาไทยโบราณ และพยายามตีความจากบริบทของหนังสือ บรรยากาศในห้องสืบสวนเต็มไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษ และเสียงพึมพำของดนัย "ผมว่าเจอแล้วครับ!" ดนัยอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้น จ่ามานพหันมามอง "เจออะไร?" "ตัวอักษรที่ศาสตราจารย์นพดลเขียนไว้ ถึงแม้จะถูกลบไปบางส่วน แต่มันก็ยังพอมีเค้าโครงอยู่" ดนัยอธิบาย "ผมลองเอามาเรียงต่อกัน และเดาจากคำที่น่าจะเป็นไปได้ในบริบทนี้" เขาชี้ไปยังมุมกระดาษ "ข้อความที่แท้จริงที่เขาต้องการจะสื่อ น่าจะเป็น 'ซ่อนทรัพย์สิน... ใต้... แท่นบูชา... เก่าแก่...'" "ใต้แท่นบูชาเก่าแก่?" จ่ามานพทวนคำ "แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?" "นั่นแหละครับที่ผมกำลังสงสัย" ดนัยกล่าว "แต่ประโยคนี้มันเชื่อมโยงกับคำว่า 'เส้นทางการค้า' และ 'ของผิดกฎหมาย' ที่เราเคยเจอได้" "หมายความว่า ศาสตราจารย์นพดลกำลังจะเปิดเผยเรื่องการซุกซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมายที่ถูกซ่อนไว้ใต้แท่นบูชาโบราณอย่างนั้นหรือครับ?" จ่ามานพถาม "อาจจะเป็นไปได้ครับ" ดนัยตอบ "และอาจจะเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีเก่าที่ลายนิ้วมือของบุคคลนั้นปรากฏอยู่" "แล้วทำไมเขาถึงต้องเขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยล่ะครับ?" จ่ามานพสงสัย "ถ้าเป็นหนังสือที่ศาสตราจารย์สมบัติให้ยืมมา" "นั่นคือประเด็นสำคัญครับ" ดนัยครุ่นคิด "บางที ศาสตราจารย์นพดลอาจจะอยากจะฝากข้อความนี้ไว้ให้ศาสตราจารย์สมบัติเห็นก็ได้" "แต่ศาสตราจารย์สมบัติบอกว่าไม่เห็นอะไรเลยนี่ครับ" จ่ามานพแย้ง "ใช่ครับ" ดนัยถอนหายใจ "แต่ถ้าเรามองในอีกแง่หนึ่ง... การที่ศาสตราจารย์นพดลเขียนข้อความนี้ลงบนหนังสือที่เขากำลังจะคืนให้ศาสตราจารย์สมบัติ อาจจะเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง" ดนัยหยิบกระดาษคั่นหน้าขึ้นมาอีกครั้ง "ข้อความบนกระดาษคั่นหน้านี้... ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นคำใบ้เพิ่มเติม" เขาไล่อ่าน " 'เงาของมังกร... ที่สถิต... ในหอคอย... แห่งความรู้...' " "เงาของมังกร?" จ่ามานพขมวดคิ้ว "มันคืออะไร?" "ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ" ดนัยกล่าว "แต่คำว่า 'หอคอยแห่งความรู้'... มันน่าจะหมายถึงหอสมุดของเรา" "แต่ในหอสมุดของเรา ไม่มีหอคอยนะครับ" จ่ามานพบอก "ใช่ครับ" ดนัยเห็นด้วย "แต่บางที มันอาจจะเป็นการเปรียบเปรยก็ได้" เขานึกถึงสถาปัตยกรรมของหอสมุด ที่มีส่วนที่สูงขึ้นไปคล้ายหอคอยเล็กๆ "หรืออาจจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของหอสมุด ที่มีนัยสำคัญบางอย่าง" "แล้ว 'เงาของมังกร' ล่ะครับ?" จ่ามานพถาม ดนัยนิ่งไปครู่หนึ่ง เขากำลังคิดอย่างหนัก "มังกร... ในวัฒนธรรมไทย มักจะเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออำนาจบารมี" เขาเหลือบไปเห็นรูปปั้นสิงโตที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าหอสมุด "หรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่รอบๆ หอสมุด" "หรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์ที่แฝงอยู่ในงานศิลปะ หรือสิ่งของภายในหอสมุดก็ได้ครับ" จ่ามานพเสนอแนะ "ลองนึกย้อนไปตอนที่เราสำรวจที่เกิดเหตุ... มีอะไรที่เกี่ยวกับมังกรหรือเปล่า?" ดนัยหลับตาลง นึกย้อนภาพในวันนั้น เขาเห็นภาพกองหนังสือที่กระจัดกระจายเห็นรูปปั้นแมวโบราณ และกระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง "กระจกบานนั้น... มันดูมีอะไรบางอย่าง" เขาอุทานขึ้นมา "พื้นผิวของมันสะท้อนภาพได้แปลกๆ" "กระจกเงาบานนั้นหรือครับ?" จ่ามานพถาม "ผมก็รู้สึกแปลกๆ กับมันเหมือนกัน" "ผมว่าเราต้องกลับไปที่หอสมุดอีกครั้งครับ" ดนัยตัดสินใจ "เราต้องไปดู 'เงาของมังกร' ใน 'หอคอยแห่งความรู้' ให้เจอ" ความลับเริ่มคลี่คลายทีละน้อย แต่ปริศนาใหม่ๆ ก็ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ดนัยรู้สึกได้ว่าเขากำลังเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็อดกังวลไม่ได้ว่าเบื้องหลังความจริงนี้ อาจจะมีอันตรายที่คาดไม่ถึงรออยู่

4,862 ตัวอักษร