ตอนที่ 3 — เงาปริศนาในห้องโถงกลาง
ห้องโถงกลางของหอสมุดวิชาการหลวงยามค่ำคืนนั้นดูวังเวงและเงียบสงัด แสงไฟสลัวๆ จากโคมระย้าโบราณสาดส่องลงมาบนพื้นหินอ่อนที่ขัดเงาเป็นมันวาว ราวกับจะขับเน้นให้บรรยากาศดูน่าขนลุกยิ่งขึ้น ร้อยตำรวจเอก ดนัย และจ่าสิบตำรวจมานพ เดินสำรวจไปรอบๆ ห้องโถง พลางไล่สายตาไปยังมุมต่างๆ อย่างละเอียด
"รูปปั้นที่ท่านอาจารย์ปรีชาพูดถึง... หายไปไหนแล้วล่ะครับ" มานพถาม พลางกวาดตามองไปตามผนัง
"นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องหาคำตอบ" ดนัยตอบ "จากรูปถ่าย มันเคยตั้งอยู่ตรงผนังด้านทิศเหนือของห้องโถงนี้นี่แหละ"
พวกเขาเดินไปยังผนังด้านทิศเหนือ ที่เคยมีรูปปั้นโบราณตั้งอยู่ บัดนี้เหลือเพียงรอยฝุ่นจางๆ บนพื้นหินอ่อนที่บ่งบอกว่าเคยมีบางสิ่งตั้งอยู่ตรงนั้น
"ดูเหมือนว่ารูปปั้นนี้จะถูกย้ายออกไปนานแล้วครับ" มานพกล่าว "ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย"
"ศาสตราจารย์ปรีชาอาจจะค้นพบความลับบางอย่างเกี่ยวกับรูปปั้นนี้ หรือเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของมัน" ดนัยคาดเดา "และนั่นอาจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของท่าน"
"แล้ว 'บัลลังก์ทิศเหนือ' ที่เราเจอในแผนที่ล่ะครับ" มานพสงสัย "ถ้าไม่มีรูปปั้นแล้ว เราจะไปหาอะไรตรงนั้น"
"ผมกำลังคิดอยู่" ดนัยเดินสำรวจไปตามพื้นหินอ่อน เขาใช้ไฟฉายส่องลงไปที่พื้น พยายามมองหาร่องรอยผิดปกติใดๆ "รูปปั้นนี้มันคงไม่ได้ตั้งอยู่เฉยๆ หรอก มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องล่าง หรืออาจจะเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่าง"
เขาเดินวนไปรอบๆ บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของรูปปั้น พลางใช้มือลูบคลำไปตามพื้นหินอ่อนอย่างใจเย็น
"ท่านปรีชาเป็นนักวิชาการที่รอบคอบมาก" ดนัยกล่าว "เขาคงไม่ทิ้งเบาะแสไว้แบบสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ๆ"
ทันใดนั้น เท้าของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับรอยต่อของแผ่นหินอ่อนแผ่นหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะแตกต่างจากแผ่นอื่นๆ เล็กน้อย
"มานพ มานี่หน่อย" ดนัยเรียก
มานพรีบเดินเข้ามา "มีอะไรครับท่าน"
"ดูรอยต่อตรงนี้สิ" ดนัยชี้ "มันดูเหมือนจะมีการเปิดออกได้"
เขาใช้ปลายมีดเล็กๆ ที่พกติดตัวงัดแผ่นหินอ่อนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ปรากฏว่าแผ่นหินอ่อนนั้นสามารถเปิดออกได้จริงๆ เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ที่อยู่เบื้องล่าง
"เจอแล้ว!" ดนัยอุทาน
ภายในโพรงนั้น มีกล่องโลหะขนาดเล็กซ่อนอยู่ เขาหยิบกล่องนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง กล่องดูเก่าแก่และมีรอยบุบอยู่บ้าง แต่ยังคงสภาพดี
"นี่คือสิ่งที่ศาสตราจารย์ปรีชาซ่อนไว้" ดนัยกล่าว พลางเปิดกล่องออก
ภายในกล่องนั้น มีจดหมายเก่าแก่ฉบับหนึ่ง และกุญแจดอกเล็กๆ ที่ดูโบราณ
"จดหมาย" มานพกล่าว
ดนัยหยิบจดหมายขึ้นมาอ่านอย่างช้าๆ เนื้อความในจดหมายเป็นลายมือของศาสตราจารย์ปรีชาเอง
"ถึงผู้ที่จะพบจดหมายฉบับนี้" ดนัยอ่าน "หากท่านกำลังอ่านข้อความนี้ แสดงว่าท่านได้ไขปริศนาที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้ได้สำเร็จ ข้าพเจ้าขอเตือนว่าความจริงที่ท่านกำลังจะค้นพบนั้น อาจนำมาซึ่งอันตรายยิ่งใหญ่"
"อันตราย?" มานพเลิกคิ้ว
"ข้าพเจ้าค้นพบความลับบางอย่างเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ ที่ถูกปกปิดมานานหลายศตวรรษ" ดนัยอ่านต่อไป "ความลับนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจ ที่พยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ข้าพเจ้าได้พยายามรวบรวมหลักฐาน แต่ก็ถูกคุกคามอยู่เสมอ"
"ใครคือกลุ่มบุคคลเหล่านั้นครับ" มานพถาม
"ยังไม่แน่ใจ" ดนัยอ่านต่อ "แต่ข้าพเจ้าได้ซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ที่ 'ที่เก็บเสียงกระซิบ' กุญแจดอกนี้จะนำท่านไปสู่สถานที่นั้น โปรดใช้ความระมัดระวัง และหากเป็นไปได้ จงเปิดเผยความจริงนี้ต่อสาธารณชน เพื่อรักษาประวัติศาสตร์ที่แท้จริงไว้"
"ที่เก็บเสียงกระซิบ..." ดนัยทวนคำ "นี่มันเกี่ยวกับหอสมุดนี่อีกแล้ว"
"กุญแจดอกนี้... จะใช้เปิดอะไรครับ" มานพชี้ไปที่กุญแจ
ดนัยมองไปรอบๆ ห้องโถงอีกครั้ง เขาเห็นตู้หนังสือโบราณขนาดใหญ่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือมีช่องลับซ่อนอยู่หลายช่อง
"ผมคิดว่า... กุญแจดอกนี้อาจจะใช้เปิดช่องลับในตู้หนังสือโบราณนั่น" ดนัยคาดเดา
ทั้งสองคนเดินตรงไปยังตู้หนังสือโบราณนั้น ดนัยลองนำกุญแจดอกเล็กๆ ไปเสียบเข้ากับช่องลับช่องหนึ่ง ปรากฏว่ากุญแจสามารถไขเข้าไปได้พอดี
เมื่อเขาหมุนกุญแจ ช่องลับนั้นก็เปิดออก เผยให้เห็นกล่องไม้แกะสลักที่ซ่อนอยู่ภายใน
"นี่คงเป็น 'ที่เก็บเสียงกระซิบ' ที่ท่านปรีชาพูดถึง" ดนัยกล่าว
เขาหยิบกล่องไม้ออกมา พลางเปิดฝาออกอย่างช้าๆ
ภายในกล่องนั้น เต็มไปด้วยเอกสารโบราณจำนวนมาก บางส่วนเป็นบันทึกในอดีต บางส่วนเป็นแผนผัง และเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาติ
"นี่คือหลักฐานที่ท่านปรีชาค้นพบ" ดนัยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "มันคือความจริงที่ถูกซ่อนไว้"
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน ทำให้ทั้งสองคนหันขวับไปมอง
ปรากฏร่างของชายคนหนึ่ง สวมชุดสีดำสนิท ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงทางเข้าห้องโถง ดวงตาของเขาทอประกายเย็นเยียบ
"ท่านกำลังเล่นกับไฟ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ
"คุณเป็นใคร" ดนัยถาม พลางชักปืนออกมาเตรียมพร้อม
"ผมคือผู้ดูแลความลับ" ชายคนนั้นตอบ "และผมมาเพื่อหยุดยั้งท่าน"
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของหอสมุดวิชาการหลวง ปริศนาของศาสตราจารย์ปรีชาใกล้จะคลี่คลาย แต่ภัยอันตรายที่แท้จริงเพิ่งจะปรากฏกายขึ้น.
4,129 ตัวอักษร