เสียงกระซิบจากหอสมุด

ตอนที่ 5 / 46

ตอนที่ 5 — รหัสลับในตำราที่ถูกลืม

รุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของหอสมุดวิชาการหลวง ทำให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมเมื่อคืนก่อนดูสดใสขึ้นมาทันตา ทว่าสำหรับร้อยตำรวจเอก ดนัย ความสงสัยและความไม่สบายใจยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจไม่ต่างจากเมื่อวาน เขาจิบกาแฟดำร้อนๆ ไปพลาง กวาดสายตาไปที่กองเอกสารและหนังสือโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์ปรีชาอีกครั้ง หลังจากเมื่อคืนเขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างข้อความปริศนา "กุญแจแห่งกาลเวลา" กับหนังสือเล่มต่างๆ ในห้องนี้ "เมื่อคืนคุณดนัยไม่ได้กลับไปพักผ่อนเลยเหรอคะ" เสียงหวานใสของมณีรัตน์ บรรณารักษ์สาวประจำหอสมุดดังขึ้นขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกับถาดกาแฟและแซนด์วิช "สวัสดีครับคุณมณีรัตน์" ดนัยยิ้มบางๆ "ผมขอนั่งพักที่นี่ก่อนน่ะครับ ยังมีอะไรให้ผมต้องดูอีกนิดหน่อย" "ดูเหมือนคุณจะหมกมุ่นกับคดีนี้มากเลยนะคะ" มณีรัตน์วางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างๆ "ท่านศาสตราจารย์ปรีชาเป็นคนยังไงคะ พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมคะ" "ผมเพิ่งจะรู้จักท่านได้ไม่นานน่ะครับ" ดนัยตอบ "แต่จากสิ่งที่ผมเห็นในห้องนี้ ท่านเป็นนักวิชาการที่ทุ่มเทให้กับงานมากๆ และดูเหมือนจะสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งเป็นพิเศษ" "จริงค่ะ" มณีรัตน์พยักหน้าเห็นด้วย "ท่านศาสตราจารย์เป็นที่รักของพวกเราทุกคนที่นี่ แม้ว่าท่านจะค่อนข้างสันโดษก็ตาม ท่านมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดแห่งนี้เสมอ" "แล้วคุณมณีรัตน์ทราบไหมครับว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านศาสตราจารย์ได้ค้นพบ หรือกำลังศึกษาเรื่องอะไรที่พิเศษเป็นพิเศษอยู่หรือเปล่าครับ" ดนัยถามอย่างคาดหวัง มณีรัตน์ทำสีหน้าครุ่นคิด "เรื่องพิเศษ...นึกไม่ออกเลยค่ะ ท่านมักจะพูดคุยเกี่ยวกับงานวิจัยของท่านกับเพื่อนๆ นักวิชาการด้วยกันเสียมากกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหนังสือเก่าๆ หรือการค้นพบทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ท่านจะตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเลยค่ะ" "คุณมณีรัตน์ พอจะรู้จักอาจารย์สมศักดิ์ ไหมครับ" ดนัยถามถึงเพื่อนร่วมงานของศาสตราจารย์ปรีชา "รู้จักค่ะ อาจารย์สมศักดิ์ก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาหลายคนเช่นกันค่ะ ท่านทั้งสองสนิทสนมกันดีนะคะ ทำงานวิจัยร่วมกันบ่อยครั้ง" "แล้วมีใครอีกไหมครับที่คุณมณีรัตน์คิดว่าน่าจะสนิทสนมกับศาสตราจารย์ปรีชาเป็นพิเศษ หรืออาจจะมีเรื่องขัดแย้งกันบ้าง" มณีรัตน์ลังเลเล็กน้อย "เรื่องขัดแย้ง...นึกไม่ออกจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าสนิทสนมเป็นพิเศษ...ก็อาจจะมีคุณเมฆาค่ะ เขาเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ท่านศาสตราจารย์ดูแลอยู่ เขาดูจะทุ่มเทให้กับการศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์โบราณมากๆ และมักจะเข้ามาขอคำปรึกษาจากท่านศาสตราจารย์บ่อยๆ ค่ะ" "คุณเมฆา... เขาเป็นคนยังไงครับ" "เป็นคนเงียบๆ ค่ะ ดูจะเป็นคนฉลาด แต่ก็ออกจะเก็บตัวนิดหน่อยค่ะ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่" มณีรัตน์ตอบ ดนัยพยักหน้า "ขอบคุณมากครับคุณมณีรัตน์" หลังจากมณีรัตน์ออกไป ดนัยก็เริ่มลงมือค้นคว้าต่อ เขาหยิบหนังสือ "De Temporibus Antiquis" ที่เขาเพิ่งเจอเมื่อคืนขึ้นมาอีกครั้ง พลางนึกถึงคำพูดของมณีรัตน์เกี่ยวกับ "คุณเมฆา" นักศึกษาปริญญาเอกที่ทุ่มเทให้กับการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณ "กุญแจแห่งกาลเวลา..." ดนัยพึมพำ "มันจะเป็นไปได้ไหมว่ามันคือรหัสบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตำราเล่มนี้" เขาค่อยๆ เปิดหน้าต่างๆ ของหนังสือออก ภาพวาดโบราณ สัญลักษณ์แปลกตา ตัวอักษรภาษาละตินที่สลับซับซ้อน ดนัยเริ่มรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการสืบสวน "ถ้ามันเป็นรหัสลับจริงๆ เราจะถอดมันได้อย่างไร" เขาตั้งคำถามกับตัวเอง ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดปกติในหน้าๆ หนึ่งของหนังสือ เป็นรอยขีดเขียนเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกทำขึ้นทีหลัง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการตีพิมพ์เดิม ดนัยหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูอย่างละเอียด "นี่มัน...สัญลักษณ์นี่" เขาอุทานเบาๆ "มันเหมือนกับสัญลักษณ์ที่เคยเห็นในตำราอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาษาโบราณ" เขาเริ่มค้นหาในกองหนังสือรอบตัวอย่างรวดเร็ว พลิกดูหน้าต่างๆ อย่างเร่งรีบ พยายามหารูปแบบ หรือความเชื่อมโยงบางอย่าง "ใช่แล้ว! มันต้องใช่แน่ๆ!" ดนัยอุทานอีกครั้ง เมื่อเขาพบสัญลักษณ์ที่คล้ายกันปรากฏอยู่ในอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นตำราเกี่ยวกับอักษรโบราณ "จ่า! มานี่เร็ว!" ดนัยตะโกนเรียกจ่ามานพที่กำลังนั่งรออยู่นอกห้อง จ่ามานพรีบเดินเข้ามา "มีอะไรครับผู้กอง" "ดูนี่สิครับ" ดนัยชี้ไปที่สัญลักษณ์บนหน้าหนังสือ "ผมเจออะไรบางอย่างแล้ว" เขาอธิบายให้จ่ามานพฟังถึงสิ่งที่เขาค้นพบ และความเป็นไปได้ที่สัญลักษณ์เหล่านี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของรหัสลับ "แล้วมันหมายความว่ายังไงครับผู้กอง" "ผมยังไม่แน่ใจครับจ่า แต่ผมคิดว่า...มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการถอดความหมายของข้อความ 'กุญแจแห่งกาลเวลา' ก็เป็นได้" ดนัยพูดพลางหยิบสมุดบันทึกออกมา "เราอาจจะต้องลองเปรียบเทียบสัญลักษณ์เหล่านี้กับตำราอื่นๆ ที่ศาสตราจารย์ปรีชามีอยู่" ทั้งสองคนเริ่มค้นหาตำราที่เกี่ยวกับภาษาโบราณ อักษรโบราณ และสัญลักษณ์ต่างๆ ในห้องทำงานของศาสตราจารย์ปรีชา "ผู้กองครับ ลองดูเล่มนี้สิครับ" จ่ามานพหยิบหนังสือปกหนังสีเข้มเล่มหนึ่งขึ้นมา "ชื่อเรื่องเป็นภาษาไทย 'รวมสัญลักษณ์โบราณแห่งโลกตะวันออก'" ดนัยรับหนังสือมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว หน้ากระดาษของเล่มนี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สลักเสลาอย่างประณีต เขาเปรียบเทียบสัญลักษณ์ที่พบในหนังสือ "De Temporibus Antiquis" กับสัญลักษณ์ในเล่มนี้ "ใช่เลยครับ! มันตรงกัน!" ดนัยอุทานด้วยความตื่นเต้น "สัญลักษณ์พวกนี้...มันไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ธรรมดา แต่มันคือตัวอักษร หรือคำบางคำในภาษาโบราณ!" "หมายความว่าข้อความ 'กุญแจแห่งกาลเวลา' เป็นภาษาโบราณอย่างนั้นเหรอครับ" จ่ามานพเลิกคิ้ว "มีความเป็นไปได้สูงครับจ่า" ดนัยตอบ "และถ้าเราถอดรหัสคำนี้ได้ เราอาจจะเข้าใจว่าศาสตราจารย์ปรีชาค้นพบอะไร" เขาเริ่มใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเปรียบเทียบสัญลักษณ์ต่างๆ อย่างละเอียด พยายามหาความเชื่อมโยง และตีความหมายของมัน "นี่ครับ! เห็นไหมครับจ่า" ดนัยชี้ไปที่แถวของสัญลักษณ์ที่เรียงต่อกัน "ถ้าเราแทนที่สัญลักษณ์เหล่านี้ด้วยตัวอักษรตามที่ปรากฏในตำราเล่มนี้...มันจะอ่านว่า..." ดนัยใช้ปากกาขีดเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษบันทึกอย่างช้าๆ "ก... ร... ะ... ด... า... ร... ส... ุ... ข... " "กระดารสุข?" จ่ามานพทวนคำ "มันหมายถึงอะไรครับ" "ผมก็ยังไม่แน่ใจครับ" ดนัยส่ายหน้า "แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นชื่อของสถานที่ หรือวัตถุบางอย่าง" เขามองไปที่หนังสือ "De Temporibus Antiquis" อีกครั้ง "และดูเหมือนว่าสัญลักษณ์เหล่านี้จะปรากฏอยู่หลายครั้งในหนังสือเล่มนี้...โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ..." ดนัยพลิกไปดูส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนที่โบราณที่เขาเคยสังเกตเห็นเมื่อคืนก่อน "ส่วนที่เกี่ยวกับแผนที่...และสถานที่ที่ถูกลืม" "นี่มันเริ่มจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับผู้กอง" จ่ามานพกล่าว "แน่นอนครับจ่า" ดนัยยิ้มบางๆ "เพราะนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำเราไปสู่ความจริงทั้งหมด" เขาจ้องมองไปยังกระดาษบันทึกที่มีคำว่า "กระดารสุข" และสัญลักษณ์โบราณต่างๆ "ศาสตราจารย์ปรีชา...ท่านกำลังพยายามจะบอกอะไรกับเรากันแน่?"

5,664 ตัวอักษร