ตอนที่ 4 — แผนการนอกกฎหมาย
ทนายวิรัชยังคงจ้องมองไอ้ดำ บุรุษที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักโทษที่น่ากลัวที่สุดในเรือนจำแห่งนี้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับวิรัช แววตาของเขากลับดูอ่อนลงอย่างน่าประหลาด เหมือนกำลังปิดบังความรู้สึกบางอย่างอยู่ "คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเลยจริงๆ ไอ้ดำ" วิรัชย้ำเสียงเน้น "บางทีอาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณอาจมองข้ามไป แต่มันอาจมีความสำคัญก็ได้"
ไอ้ดำเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหลุบตาลงมองพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับวิรัชอีกครั้ง "ผมบอกคุณวิรัชไปหมดแล้วครับ ไม่มีอะไรซ่อนเร้น ตาอินแกดูหงอยๆ จริงๆ นั่นแหละครับ แต่แกก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าเรื่องในคดีของแกเอง" น้ำเสียงของไอ้ดำสั่นเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ "ผม... ผมไม่ได้สังเกตเห็นอะไรที่แปลกไปจากปกติเลยครับ"
วิรัชพยักหน้าช้าๆ เขารู้ดีว่าการบีบบังคับไอ้ดำมากเกินไปอาจทำให้เขาต่อต้านและปิดปากเงียบไปเสียหมด การได้ยินจากปากไอ้ดำเองว่า "ตาอินแกดูหงอยๆ" ก็ถือเป็นข้อมูลสำคัญแล้ว มันยืนยันว่าสภาพจิตใจของตาอินในช่วงก่อนเสียชีวิตนั้นย่ำแย่จริง และอาจมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่นนอกเหนือจากความกังวลเรื่องคดี
"ขอบคุณมาก ไอ้ดำ" วิรัชพูดเสียงอ่อนลง "ถ้าคุณนึกอะไรออกอีก หรือถ้ามีอะไรที่อยากจะบอกผม โทรศัพท์หาผมได้ตลอดนะ เบอร์ผมอยู่ที่คุณแล้ว"
ไอ้ดำพยักหน้ารับ "ครับคุณวิรัช"
วิรัชเดินออกจากห้องเยี่ยม เขาขอบคุณหัวหน้าผู้คุมอีกครั้งก่อนจะตรงไปยังห้องทำงานของตนเอง กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เขาเปิดแฟ้มคดีของตาอินอีกครั้ง พลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว หาข้อมูลเกี่ยวกับญาติสนิท หรือบุคคลที่ตาอินอาจจะติดต่อด้วยเป็นพิเศษในช่วงใกล้ตาย
"ญาติ... มีเพียงภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน" วิรัชพึมพำกับตัวเอง "ลูกสาวก็ตัดขาดกันไปนานแล้ว... แล้วใครกันที่ตาอินต้องการจะส่งจดหมายไปถึง"
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์โทรศัพท์ของสารวัตรสมชาย "สารวัตรครับ ผมวิรัชนะ"
"ว่าไง ทนายวิรัช มีอะไรคืบหน้าบ้าง" เสียงทุ้มดังมาจากปลายสาย
"ผมเพิ่งคุยกับนักโทษในแดนประหารมาครับ โดยเฉพาะไอ้ดำ ซึ่งสนิทกับตาอินพอสมควร" วิรัชหยุดพูดเล็กน้อย "ไอ้ดำยืนยันว่าตาอินดูซึมๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดปกติไปจากเดิม"
"อืม... แล้วมีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษไหม"
"มีครับ" วิรัชกล่าว "ไอ้ดำบอกว่าตาอินดูหงอยๆ ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลที่เรามี แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ... จดหมายลับที่ถูกพบในตัวตาอิน"
"จดหมายที่ว่านั่นนะเหรอ" สารวัตรสมชายถอนหายใจ "เรายังแกะไม่ได้เลยว่ามันเขียนถึงใคร หรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร เพราะมันถูกเขียนด้วยลายมือที่อ่านยากมาก แถมยังเป็นภาษาที่ค่อนข้างโบราณอีกด้วย"
"นั่นแหละครับคือประเด็น" วิรัชกล่าว "ผมอยากจะขออนุญาตเข้าไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้งครับ ผมอยากจะดูสภาพห้องขังของตาอินให้ละเอียดกว่านี้ อาจจะมีเบาะแสที่เรามองข้ามไป"
"ได้สิ ทนายวิรัช" สารวัตรสมชายตอบรับทันที "คุณจะมาเมื่อไหร่"
"ตอนนี้เลยครับ ผมจะรีบไป"
วิรัชรีบเดินทางกลับไปยังเรือนจำอีกครั้ง หัวหน้าผู้คุมรอเขาอยู่หน้าห้องทำงาน เมื่อได้รับอนุญาตจากสารวัตรสมชายแล้ว เขาก็พาตรงไปยังแดนประหาร ที่นั่น บรรยากาศยิ่งทึมเทากว่าเดิม แสงไฟสลัวๆ สาดส่องไปทั่ว นักโทษประหารที่เดินไปมาดูหดหู่กว่าที่เคย
"สภาพห้องขังของตาอินเป็นแบบนี้ครับ" หัวหน้าผู้คุมเปิดประตูห้องขังเล็กๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นติดอยู่ วิรัชก้าวเข้าไปสำรวจอย่างละเอียด เขาเดินตรวจดูทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เตียงนอน เสื่อน้ำมันบนพื้น ไปจนถึงผนังปูนเปลือย
"ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติเลยนะครับ" วิรัชพึมพำขณะที่สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง
"ผมก็คิดแบบนั้นครับ" หัวหน้าผู้คุมตอบ "เราทำความสะอาดห้องขังทุกห้องเป็นประจำอยู่แล้ว และหลังจากพบศพตาอิน เราก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรกับห้องนี้เลย ยกเว้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน"
วิรัชเดินไปที่หน้าต่างบานเล็กๆ ที่อยู่สูงขึ้นไป เขาปีนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ เพื่อมองออกไปด้านนอก "อืม... มองเห็นลานกว้างตรงนี้พอดี" เขาพูดพลางใช้ปลายนิ้วลูบผนังปูนตรงที่ใกล้หน้าต่าง "ผนังตรงนี้ดูเหมือนจะ... มีรอยขีดข่วน"
หัวหน้าผู้คุมเดินเข้ามาดูใกล้ๆ "จริงด้วยครับ ผมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน"
วิรัชใช้เล็บขูดเบาๆ ที่รอยขีดข่วนนั้น เขาพบว่ามันเป็นรอยที่ค่อนข้างลึก ราวกับถูกของมีคมขูดอย่างตั้งใจ "นี่ไม่ใช่รอยที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแน่ๆ" เขาพูดเสียงเครียด "มันเหมือนกับ... ใครบางคนพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ที่นี่"
เขากลับลงมาจากเก้าอี้ พลางครุ่นคิด "สารวัตรสมชายให้ความร่วมมือดีมาก แต่ผมรู้สึกว่าเรายังขาดข้อมูลสำคัญบางอย่างไป" วิรัชหันไปถามหัวหน้าผู้คุม "ปกติแล้วตาอินมีพฤติกรรมแปลกๆ อะไรไหมครับ ก่อนหน้านี้"
หัวหน้าผู้คุมใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ปกติแกก็เป็นคนเงียบๆ ครับ แต่ช่วงหลังๆ มานี้ แกดูจะมีท่าทีระแวดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม"
"ระแวดระวังตัว?" วิรัชเลิกคิ้ว "ระแวดระวังตัวเรื่องอะไรครับ"
"ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ" หัวหน้าผู้คุมตอบ "แต่แกมักจะมองไปรอบๆ ตัวบ่อยๆ เวลาคุยกับใคร หรือเวลาเดินไปไหนมาไหน บางทีก็แอบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในมุมห้อง"
"แล้วมีใครที่ตาอินดูสนิทสนมเป็นพิเศษไหมครับ หรือมีใครที่แกดูหวาดกลัวเป็นพิเศษ"
"เรื่องสนิทสนม... ก็คงเป็นไอ้ดำนั่นแหละครับ ที่แกคุยด้วยบ่อยที่สุด ส่วนเรื่องหวาดกลัว... อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ" หัวหน้าผู้คุมส่ายหน้า "แต่มีนักโทษคนหนึ่งที่ผมคิดว่าคุณวิรัชควรจะลองไปคุยดู"
"ใครครับ"
"นักโทษชื่อ 'ไอ้ปื้ด' ครับ" หัวหน้าผู้คุมตอบ "แกอยู่แดนเดียวกับตาอินนี่แหละ เป็นนักโทษที่ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่แกดูจะเป็นคนช่างสังเกตพอสมควร เคยมีครั้งหนึ่งที่แกแอบเอาของบางอย่างไปซ่อนไว้ใต้เตียง แล้วไม่ยอมบอกใครเลย จนเราไปเจอเข้า"
วิรัชพยักหน้า "ดีครับ ผมจะลองไปคุยกับไอ้ปื้ดดู"
เขาเดินออกจากห้องขังของตาอิน รู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การตายของตาอินไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ ยิ่งสืบก็ยิ่งเจอแต่ปริศนาที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จดหมายลับ รอยขีดข่วนบนผนัง พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของตาอิน และนักโทษที่ช่างสังเกตอย่างไอ้ปื้ด ทั้งหมดนี้กำลังประกอบกันเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
"คุณหัวหน้าครับ" วิรัชเรียกหัวหน้าผู้คุม "ผมขอให้คุณช่วยอำนวยความสะดวกให้ผมเข้าไปคุยกับไอ้ปื้ดด้วยนะครับ"
"ได้เลยครับคุณวิรัช"
วิรัชเดินนำหัวหน้าผู้คุมไปยังแดนของไอ้ปื้ด เขาเดินผ่านนักโทษที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเวลาพักผ่อน สายตาของนักโทษเหล่านั้นจับจ้องมาที่เขา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ เขามุ่งมั่นที่จะไขปริศนาคดีนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม
5,258 ตัวอักษร